5 มิ.ย.2567 - ที่รัฐสภา รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาและจำแนกการกระทำเพื่อประกอบการพิจารณาแนวทางการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม กล่าวถึงความคืบหน้าในการทำงานของคณะอนุฯ ว่า ขณะนี้ก้าวหน้าไปกว่า 90% แล้ว จาก 7 ข้อเสนอที่เราได้เสนอให้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่วนอีก 10% จะมีการปรับแก้ตามมติของ กมธ.ชุดใหญ่ ที่มีข้อเสนอแนะ และข้อแนะนำมา
โดยการประชุมคณะอนุฯ ในวันนี้ จะมีการพิจารณาการปรับแก้ นิยาม ‘แรงจูงใจทางการเมือง’ เพื่อให้ตรงกันกับความเห็นของคณะอนุทั้งสองคณะ และ กมธ.ชุดใหญ่ ในเรื่ององค์ประกอบของคณะกรรมการนิรโทษกรรมที่เราได้เสนอตัวแบบไป โดยจะลดจำนวนให้น้อยลง เพื่อให้มีความกระชับมากขึ้น และเพิ่มเติมตัวแทนฝ่ายบริหารเข้ามา รวมถึงเพิ่มเติมมาตรฐานการป้องกันการกระทำผิดซ้ำ และแนวทางการสร้างความปรองดอง ที่เป็นหัวใจหลักของการนิรโทษกรรม เพราะเจตจำนงคือ การสร้างสังคมแห่งความปรองดอง
ทั้งนี้ หากการปรับแก้ของคณะอนุฯ เรียบร้อย ในวันที่ 6 มิ.ย.นี้ จะมีการนำเสนอทั้งหมดต่อ กมธ.ชุดใหญ่ ได้พิจารณา และหาก กมธ.ชุดใหญ่ ไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติมอีก ก็จะถือว่าสิ้นสุดการทำงานของคณะอนุฯ และจะนำไปสู่การทำรายงานเพื่อเสนอต่อสภาฯ ต่อไป
ส่วนการพูดคุยเรื่องความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 นั้น รศ.ดร.ยุทธพร กล่าวว่า มีหลากหลายประเด็น มาตรา 112 เป็นหนึ่งในนั้น แน่นอนว่าท่ามกลางสังคมที่มีการแบ่งขั้ว และยังมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันในทางการเมืองเป็นเรื่องปกติ แต่การวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ ต้องดูข้อเท็จจริงด้วย เพราะก่อนหน้านี้มีกระบวนการไปบิดเบือนข้อมูล ว่า มีการถอน มาตรา 112 ออก ในความเป็นจริงเราไม่เคยถอดฐานความผิดใดเลย เนื่องจากกระบวนการเหล่านี้ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาทั้งสิ้น
“แต่เมื่อเราไม่ถอด มาตรา 112 ก็ทำให้เกิดคำถามใหม่อีกว่า ที่ไม่ถอด เพราะต้องการช่วยนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือไม่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ความเป็นการเมืองมีผลสูงมาก ยืนยันว่า เราไม่มีความคิดช่วยเหลือบุคคลใดเป็นพิเศษ และไม่มีการพูดคุยถึงกรณีนายทักษิณเลย ทั้งที่เป็นทางการ และไม่เป็นทางการ”
ส่วนคดีมาตรา 112 ของนายทักษิณ จะกลายเป็นปัญหาในการออกกฏหมายนิรโทษกรรมหรือไม่ ไม่มีผลอะไรมากมาย เพราะในการทำงานเราก็ยึดหลักการ กมธ.ถูกตั้งขึ้นมาก่อนที่จะมีคดีของนายทักษิณอีก เพราะฉะนั้น กรอบการทำงานทุกอย่างถูกออกแบบและพูดถึงกันไว้อยู่แล้ว ซึ่งสิ่งที่จะใช้ในการจำแนกความผิด คือ 1.สถิติ 2. 25 ฐานความผิด 3.บริบทความขัดแย้ง 4.พฤติกรรม และนิยามแรงจูงใจทางการเมือง และ 5.จะหยิบคดีสำคัญๆ ในแต่ละช่วงเวลา มาเพื่อที่จะแบ่งเป็น 3 ประเภท 1.คดีหลัก 2.คดีรอง 3.คดีที่มีความอ่อนไหวทางการเมือง
“การนิรโทษกรรมในครั้งนี้ อาจจะเรียกได้ว่าเป็นการนิรโทษกรรมครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองประเทศไทย เพราะกินระยะเวลายาวนานถึง 20 ปี นับตั้งแต่ปี 2548 ถึงปัจจุบัน ซึ่งแต่ละช่วงเวลา มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน”
ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็เป็นเอกสิทธิ์ของ กมธ.ชุดใหญ่ว่า จะดำเนินการตามนี้หรือไม่ ส่วนผลสัมฤทธิ์ปลายทาง ส่วนตัวมองว่า ผลสัมฤทธิ์คือเรื่องการมีข้อเสนอที่จะนำไปสู่การพิจารณาในการตรากฏหมายนิรโทษกรรม ไม่ว่าเราจะได้กฎหมายนิรโทษกรรมหรือไม่ ก็ไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่ แต่สิ่งที่เราทำได้คือข้อเสนอที่ ณ วันนี้ เราได้รวบรวมจากความขัดแย้งทางการเมืองตลอด 20 ปีที่ผ่านมา หากการออกกฏหมายในนิรโทษกรรมครั้งนี้ไม่สำเร็จ ก็สามารถนำข้อมูลตรงนี้กลับมาพิจารณาอีกครั้ง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อภิสิทธิ์' ยืนยันไม่นิรโทษกรรมเยาวชน คดี 112 แต่เปิดโอกาสให้ 'ร้องขอ' เข้าบำบัดฟื้นฟู สร้างสัมพันธ์อันดีกับสถาบัน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ชี้แจงภายหลังการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติเสริมสร้างสังคมสันติสุข หรือ ร่างกฎหมายนิรโทษกรรม จนโซเชียลแห่ทัวร์ลงบนโลกออนไลน์ ว่า ตนเองสนับสนุนการนิรโทษกรรมเยาวชน ในคดีอาญามาตรา 112 ว่า จริงๆ หากใครยังมีข้อสงสัย ตนเองก็อยากให้ไปฟังคำอภิปราย เพราะมีปัญหา 2 ส่วน
สภาสูงฉุน ปชน.ทำตัวต่ำปั้นเฟคนิวส์บี้ 'เท้ง' แจงด่วนทำเพื่ออะไร
'พิสิษฐ์' เดือดซัด ปชน.เฟคนิวส์ กล่าวหาวุฒิสภาแก้ไข พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ยันไม่เกี่ยวฮั้ว สว. จี้ 'เท้ง' แจงให้ชัดโพสต์เพื่ออะไร หรือแค่เรียกยอดไลก์ยอดแชร์ มองทำให้พรรคดูต่ำ
'เอ็ดดี้' มองต่างสลิ่มขวาจัด! ชี้จุดแข็ง-จุดอ่อน 'อภิสิทธิ์' อภิปรายนิรโทษกรรมเยาวชนในคดี 112
เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "อภิสิทธิ์" และ "การนิรโทษกรรมเยาวชนในคดี ม.112" มีเนื้อหาดังนี้ จริงๆ ผมไม่คิดจะวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ อ่านแล้วก็ปล่อยผ่านไป เพราะมีเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ แสดงความเห็นกันหลายคนแล้ว กลัวว่าแสดงความเห็นอะไรออกไปเดี๋ยวพี่ๆ
เร่งจบนิรโทษกรรม ‘โสภณ’ชงเข้าสภาฯพุธนี้ส้มกระอัก‘ม.112’นอนคุกต่อ
ลุ้นคลอด กม.นิรโทษกรรม ฉบับที่ 24 ปิดจบพุธนี้ "โสภณ" สั่งบรรจุร่าง กม.เป็นเรื่องด่วน หากสภาไม่ติดใจ หลังสภาสูงเพิ่มล็อกสองชั้นไม่ให้นิรโทษฯ อายุต่ำกว่า 18 ปี ทำผิด 112 ก็ไม่ล้างผิด รอนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายทันที สว.แจงกฎหมายประกาศใช้ ยังไม่มีผลทันที ต้องให้กรรมการสันติสุขไฟเขียวรายบุคคล
สภาฯ บรรจุวาระ 'กฎหมายนิรโทษกรรม' ลุ้นคลอด 8 ก.ค. 'สว.' ตอกฝาโลงห้ามล้างคดี 112 เยาวชน
ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร 8 ก.ค.นี้ มีวาระการประชุมพิจารณาเรื่องด่วน ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เสริมสร้างสังคมสันติสุข ที่นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร สั่งบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมแล้ว
'ยุทธพร' ชี้ 'ไทยช่วยไทยพลัส' คือนวัตกรรมการคลัง พลิกฟื้นเศรษฐกิจฐานราก
รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัย สุโขทัยธรรมาธิราช วิเคราะห์โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60:40” ว่า ถือเป็นหนึ่งในนวัตกรรมทางการคลังที่มีความลุ่มลึกและทรงประสิทธิภาพมากที่สุดของไทย ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่เผชิญความผันผวน ทั้งปัญหาเงินเฟ้อเชิงโครงสร้าง การเปลี่ยนแปลงห่วงโซ่อุปทานโลก และกำลังซื้อประชาชนที่อ่อนแรง

