เปิดรายงานยูเอ็น ชำแหละ 'เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์' คือ ศูนย์อาชญากรรมครบวงจร

22 ม.ค.2568- นายกมล กมลตระกูล นักวิชาการอิสระ และประธานอนุกรรมการด้านการเงินและการธนาคาร สภาผู้บริโภค โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า

เอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ คือ ศูนย์อาชญากรรมครบวงจร

จากรายงานของยูเอ็น:
“การขยายตัวของการพนันออนไลน์และการแทรกซึมเข้าไปดำเนินการของขบวนการอาชญากรรม”
(รายงานของ สำนักงานด้านยาเสพติดและอาชญากรรม-UNODC)

จากการประเมินล่าสุดตลาดการพนันออนไลน์จะเติบโตมียอดเงิน 2 แสน 5 พันล้านดอลลาร์ (US $205 billion)ในปี 2030 * ( 7 ล้านๆบาท มากกว่างบประมาณแผ่นดิน (2 เท่า)ต่อปี)โดยภูมิภาคเอเซีย ปาซิฟิกมีส่วนแบ่งมากที่สุดร้อยละ 37 * เมื่อเทียบกับการเติบโตในปี 2022-2026

ที่น่ากังวล คือการเติบโตของอุตสาหกรรมการพนันออนไลน์นอกชายฝั่งทะเล (รวมทั้ง การพนันกีฬาออนไลน์) ในพื้นที่ในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะ ในประเทศในลุ่มแม่น้ำโขงที่มีความเสี่ยงสูง เพราะขอบเขตอำนาจที่ศาลและกฎหมายควบคุมไปไม่ถึง หรือเจ้าหน้าที่คอรัปชั่นให้ความร่วมมือด้วย การบังคับใช้กฎหมายหย่อนยาน กระบวนการยุติธรรมไม่น่าเชื่อถือ จึงเป็นความท้าทายของเจ้าหน้าที่ทั้งในภูมิภาคและนอกภูมิภาค

บริษัททัวร์การพนันของเขตบริหารพิเศษมาเก๊าและบรรดาเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติคือผู้ผลักดันหลักของแนวโน้มนี้

แพลตฟอร์มการพนันออนไลน์ทั้งที่ไม่ถูกควบคุมและควบคุมไม่ถึงที่บริหารโดยองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยตั้งบริษัททัวร์การพนัน โรงแรม บริษัทสวนสนุก บริษัทจัดประชุมระหว่างประเทศ หรือบริษัทอสังหาริมทรัพย์พัฒนาพื้นที่มาบังหน้า และรับผลกำไรเข้ากระเป๋าตัวเอง

นอกจากนี้แล้ว แล้วยังทำหน้าที่ฟอกเงิน ชำระบัญชีระหว่างบริษัทกับลูกค้าด้วย โดยยูเอ็นตั้งข้อสังเกตุว่า มีการซ่อนเร้นปลอมแปลงหลีกเลี่ยงเอาผลกำไรออกไปให้ดูเสมือนถูกต้องตามกฎหมายอย่างมหาศาล

บริษัททัวร์การพนันระดับใหญ่ๆเกือบทั้งหมด ที่ควบคุมโดยองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่มาในรูปของนักลงทุน ล้วนดำเนินการแบบนี้ ในขณะที่ กลุ่มรายย่อย และแพลตฟอร์มขนาดเล็กทำหน้าที่เป็น นายหน้า ลูกค้าหรือส่งลูกค้าให้เพื่อสร้างชั้นของการฟอกเงินให้มีความซับซ้อนขึ้น

ในขณะเดียวกัน บ่อน และบ่อนการพนันออนไลน์ที่ผิดกฎหมายจำนวนมากในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ก็ได้ดำเนินการแตกสาขาทำธุรกิจผิดกฎหมายอย่างหลากหลาย เช่น การฉ้อโกง หลอกลวง ออนไลน์ ที่เรียกว่าคอลล์เซนเตอร์ หรือการก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์ การค้ามนุษย์ โดยจับตัวไปบีบบังคับและทำทารุณกรรมให้ทำงานผิดกฎหมาย การจับตัวเรียกค่าไถ่ ซึ่งมีหลักฐานแน่ชัดว่าขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติได้แทรกซึมเข้าไปดำเนินการในบ่อนและในเขตเศรษฐกิจพิเศษ หรือศูนย์การพนันครบวงจร (Entertainment Complex) ที่สร้างขึ้นมาเพื่อเพื่อปกปิดกิจกรรมที่ผิดกฎหมายอื่นๆ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทนายยื่นหลักฐานเพิ่ม คดีพระคึกฤทธิ์ พบเส้นเงิน 42.9 ล้าน วัดนาป่าพงโอนไปต่างประเทศ

"อัยการวัชรินทร์" รับหลักฐานเพิ่มเติมคดี "พระคึกฤทธิ์" ปมเงินวัดนาปาพง โผล่ต่างประเทศ ยืนยันสอบสวนทุกฝ่ายเท่าเทียม ก่อนเสนอ อสส.สั่งคดี

'กรณ์' บี้ 'เอกนิติ' สั่ง กลต. สอบคนไทยสมคบคิด 'สแกมเมอร์' ฟอกเงินผ่านตลาดหลักทรัพย์

"กรณ์" จี้ รมว.คลัง สั่ง กลต. สอบสวนคนไทยเอี่ยวเครือข่าย "เบน สมิธ-ยิมเลียก" ฟอกเงินผ่านตลาดหลักทรัพย์

เผย ปปง. จ่อเปิดรับคำร้องนำทรัพย์สินกว่า 2 หมื่นล้าน จากเครือข่ายสแกมเมอร์ ชดใช้ผู้เสียหาย

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากกรณีที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สามารถยึดและอายัดทรัพย์สินเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ รายคดี นางสาวแตงไทยฯ กรณี MR.LEAK YIM นางวิรินยาฯ MR.SMITH BEN และนางสาวแคทรียาฯ กับพวก มูลค่าทั้งสิ้นกว่า 2 หมื่นล้านบาทนั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

'อนุทิน' แถลงยึดทรัพย์สแกมเมอร์ ลั่นผู้มีอำนาจในบ้านเมืองสมัยก่อนไม่จัดการเด็ดขาดเท่ารัฐบาลนี้

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย พร้อมด้วย นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ประธานกรรมการ ปปง. นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. แถลงข่าว การยึดและอายัดทรัพย์สินเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ ในคดี น.ส.แตงไทย

ป.ป.ง. ยึดทรัพย์เพิ่ม 8,269 ล้านบาท เครือข่าย 'ยิมเลียก-เบน สมิธ' รวมกว่า 2 หมื่นล้าน

สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ร่วมกับ ตำรวจ และ ก.ล.ต. เดินหน้าปราบขบวนการสแกมเมอร์อย่างต่อเนื่อง