'ขออภัย' ไม่ได้ 'ขอโทษ'! ทักษิณ-รัฐบาลแพทองธาร ดับไฟใต้?

ปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ของไทยยังคงเป็นบาดแผลที่รัฐบาลทุกชุดต้องเผชิญ โดยเฉพาะในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนทั้งการเมือง ศาสนา เชื้อชาติ และการแบ่งแยกดินแดน ส่งผลกระทบต่อทั้งความสงบสุขและความสูญเสียที่ประชาชนต้องเผชิญต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน
 
ปัญหานี้เกิดจากการสะสมของความขัดแย้งในหลายมิติที่เชื่อมโยงกัน ทั้งการเมือง ศาสนา และอุดมการณ์ ทำให้การแก้ไขไม่ใช่เรื่องง่ายและต้องใช้เวลายาวนานในการสร้างความเชื่อมั่นจากประชาชนในพื้นที่
 
"ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความล้มเหลวในการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งนี้กลับมาในฐานะ "ที่ปรึกษาประธานอาเซียน" ของอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เพื่อช่วยเสริมการแก้ไขปัญหาความไม่สงบ
 
การลงพื้นที่ของนายทักษิณเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2568 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นการกลับมาที่หลายฝ่ายจับตา โดยนายทักษิณ กล่าวถึงการนำหลักพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ 9 เข้ามาใช้ในแก้ไขปัญหาภาคใต้ว่า “ตอนสมัยตนเองเป็นนายกฯ เราน้อมนำแนวทางพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ 9 เข้าใจ เข้าถึงและพัฒนา” แม้จะสะท้อนถึงความตั้งใจที่จะใช้แนวทางนี้ในการแก้ปัญหาความไม่สงบในภาคใต้
 
แต่คำพูดนี้กลับขัดแย้งกับเหตุการณ์ในอดีตที่เกิดขึ้นในยุคนายทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรี  เช่น เหตุการณ์ตากใบและกรือเซะ ที่นำมาสู่ความสูญเสียและความเจ็บปวดที่ยังคงฝังใจประชาชนในพื้นที่ และวลีโหมเชื้อไฟความขัดแย้งที่ว่า "โจรกระจอก"
 
ความพยายามในการใช้แนวทาง “เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา” จึงดูเหมือนเป็นคำพูดที่ย้อนแย้งกับการดำเนินการในอดีตที่สร้างความขัดแย้งให้ทบทวีมากกว่าจะแก้ปัญหา และไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนได้
 
แม้ "ทักษิณ" มีท่าทีที่จะร่วมแก้ปัญหา แต่ก็ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความจริงใจในการหาทางออกที่ยั่งยืน โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ความขัดแย้งในพื้นที่นี้ไม่สามารถแก้ไขได้ในระยะสั้น หากไม่มีความจริงใจในการพูดคุยเพื่อสานความสมานฉันท์
 
คำพูดของทักษิณที่เลือกใช้คำว่า “ขออภัย” แทนคำว่า "ขอโทษ" นั้น สะท้อนถึงความไม่พร้อมที่จะรับผิดชอบต่อความรุนแรงที่เกิดขึ้นในอดีต ทำให้คำ "ขออภัย" นี้ดูเหมือนเป็นการหลีกเลี่ยงมากกว่าการรับผิดชอบอย่างแท้จริง  และทำให้ความเชื่อมั่นของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในอดีตยังคงไม่สามารถกลับคืนมาได้
 
คำถามจากผู้ที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชน เช่น สมาชิกวุฒิสภา(สว.) "อังคณา นีละไพจิตร" ผู้ที่สูญเสียสามีจากการถูกอุ้มหายในยุคของทักษิณ ทำให้การเรียกร้องถึงความจริงและความยุติธรรมชัดเจนยิ่งขึ้นว่า “ขออภัยตากใบ แล้วจะคืนศพคนที่ถูกอุ้มฆ่าให้ญาติไหม จะคืนความเป็นธรรมโดยนำคนผิดมาลงโทษไหม… สิ่งที่เหยื่อต้องการคือความจริงและความยุติธรรม”
 
คำถามเหล่านี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความต้องการความจริง แต่ยังสะท้อนถึงความต้องการการรับผิดชอบอย่างแท้จริงจากผู้ที่มีอำนาจ การสร้างสันติภาพในพื้นที่ภาคใต้ จึงจำเป็นต้องผ่านกระบวนการที่ซับซ้อน ทั้งจากการเปิดใจยอมรับความผิดพลาด การพูดคุยอย่างจริงจัง และการร่วมมือกันจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
 
ดังนั้นท่าทีจากนายทักษิณและรัฐบาลแพทองธารในอนาคต จะต้องแสดงถึงความจริงใจ ที่ไม่เพียงแค่แสดงท่าที แต่ต้องมีการดำเนินการจริงจังเพื่อให้ประชาชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เห็นถึงความหวังในการฟื้นฟูความสงบ และเพื่อให้ความเชื่อมั่นกลับคืนมา การสร้างสันติภาพในพื้นที่นี้จำเป็นต้องใช้เวลานาน 
 
ที่สำคัญการยอมรับความผิดพลาดและการร่วมมือกันจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ปัญหานี้ได้รับการแก้ไขในระยะยาวอย่างยั่งยืน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'วันนอร์' รายงานนายกฯ แนวทางดับไฟใต้ รับต้องใช้เวลา

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ เดินทางเข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ต่อมา 15.35 น. นายวันมูหะมัดนอร์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าพบนายกฯว่า ได้มารายงานให้นายกฯทราบถึงความคืบหน้าว่า ได้ทำอะไรไปบ้างหลังจากที่นายกฯได้มอบหมายว่า ทำอย่างไรที่จะให้เกิดสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตนไปทำการบ้านมา จึงมาแจ้งให้นายกฯทราบ

นักเขียนซีไรต์ ตอก 'เด็จพี่' ทักษิณ= 'พระเทวทัต+วัสสการพราหมณ์+ชูชก ยกกำลัง 2'

วิมล ไทรนิ่มนวล นักเขียนวางวัลซีไรต์  โพสต์ข้อความว่า ผมเถียงไม่ออกเลย เมื่อเด็จพี่เปรียบความยิ่งใหญ่ของท่านทักษิณเท่ากับเนลสัน แมนเดล่า

'ก่อแก้ว' เดินหน้าแจก 'ลอตเตอรี่' คนเสื้อแดงหน้าเรือนจำ รอ 'ทักษิณ' พ้นคุก 11 พ.ค.

ก่อแก้ว ขอบคุณคนเสื้อแดงที่ไปเยี่ยม ทักษิณ บอกติดไม่ท้อ คนรอไม่ทิ้ง แต่ถ้ายังไม่ได้ออก 11 พฤษภาฯ นี้ คนแจกลอตเตอรี่ อาจจะเจ๊งก่อน

'อนุสรณ์' อวยหนัก 'ทักษิณ' พ้นคุก ฟื้นฟูจิตวิญญาณสมาชิกพรรคเพื่อไทย

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย เปิดเผยมุมมองต่อกรณีการได้รับการพักโทษของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีกำหนดออกจากเรือนจำในวันที่ 11 พ.ค. 69 ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวมิใช่เพียงจุดเปลี่ยนเชิงสัญลักษณ์