การอภิปรายไม่ไว้วางใจถือเป็นกลไกสำคัญของระบอบประชาธิปไตย ที่เปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านมีบทบาทในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล
อย่างไรก็ตามบริบทการเมืองไทยในปัจจุบัน กลไกนี้ดูเหมือนจะถูกลดทอนความสำคัญลง กลายเป็นเพียงการ “เล่นเกมการเมือง” ที่ไม่ได้มุ่งเน้นไปที่ผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนจริงๆ
ปัญหาของญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่เนื้อหาสาระหรือข้อเท็จจริงที่ฝ่ายค้านต้องการตรวจสอบ
หากแต่สะท้อนถึงความคับแคบทางการเมืองของ “หนานแม้ว” ทักษิณ ชินวัตร, “บังนอร์” วันมูหะมัดนอร์ มะทา และความหัวชนฝาของ “พรรคเด็กดื้อ” พรรคประชาชน ที่แต่ละฝ่ายต่างเลือก “เดินเกมสุดโต่ง” จนทำให้กระบวนการตรวจสอบในสภาเสี่ยงที่จะล้มเหลวโดยสิ้นเชิง
วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเคยสร้างภาพลักษณ์ของนักการเมืองอาวุโสที่ยึดมั่นในหลักการ เปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายตรวจสอบรัฐบาล กลับกลายเป็นเหมือน “ปราการด่านสำคัญ” ในการปกป้อง “หนานแม้ว” อย่างออกหน้าออกตา? เมื่อถึงคราวต้องจัดการกับญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่พาดพิงถึง “ทักษิณ”
เหตุผลที่วันนอร์ใช้ในการกันชื่อทักษิณออกจากญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะเป็น “บุคคลภายนอก” ไม่ใช่สมาชิกรัฐสภา แม้จะมีน้ำหนักในทางกฎหมาย
แต่ในทางการเมือง การตัดสินใจนี้นอกจากจะตอกย้ำข้อครหาที่ว่า รัฐบาลและแพทองธารคือ “รัฐบาลตัวแทน” และ “นายกฯ หุ่นเชิด” ที่ทักษิณเป็นผู้กำกับเบื้องหลัง
ยังอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาชาติ และ “ทักษิณ-วันนอร์” โดยเฉพาะ ในกรณีตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรได้เป็นอย่างดีว่า ท่านได้แต่ใดมา?
ในทางกลับกัน พรรคประชาชน ซึ่งเป็นแกนนำฝ่ายค้าน ก็เลือกที่จะ “เดินเกมหัวชนฝา” โดยการยืนยันใส่ชื่อทักษิณในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทั้งที่รู้ดีว่า แม้ไม่มีชื่อทักษิณอยู่ในญัตติก็สามารถอภิปรายพาดพิงได้อยู่แล้ว
การยืนกรานไม่ถอดชื่อ “ทักษิณ” อาจทำให้พรรคประชาชนดูเป็นพรรคที่ไม่ยอมใครง่ายๆ แต่วันนี้สังคมเริ่มมองเห็นแล้วว่า เป็นพรรคที่เลือกเดินเกมที่ไม่จำเป็น และขาดความยืดหยุ่น “เลือกต่อสู้แบบไม่คำนึงถึงยุทธศาสตร์ที่ได้ผลจริง”
หากญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจล้มเหลว หรือ การอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ความเสียหายจะไม่ใช่แค่พรรคประชาชน แต่จะเป็นความล้มเหลวของระบบตรวจสอบในระบอบประชาธิปไตย ที่พรรคประชาชนเองมิใช่หรือที่ยึดมั่นถือมั่นในระบบนี้?
ด้วยเหตุนี้ เมื่อสภาจะปิดสมัยประชุมในวันที่ 11 เมษายน และรัฐบาลจะต้องรับทราบญัตติในคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันที่ 18 มีนาคม หากไม่สามารถหาข้อสรุปได้ในสัปดาห์นี้ อาจหมายความว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจ “แพทองธาร” นายกรัฐมนตรี จะไม่เกิดขึ้นเลย
หากเป็นเช่นนั้นจริง ประชาชนจะตั้งคำถามว่า ฝ่ายค้านต้องการตรวจสอบรัฐบาลจริง หรือเพียงแค่เล่นเกมการเมืองเพื่อสร้างภาพลักษณ์ของตนเอง?
เมื่อ “หนานแม้ว” และ “บังนอร์” เลือกที่จะปิดกั้นการตรวจสอบ ขณะที่ “พรรคเด็กดื้อ” ยืนกรานแบบหัวชนฝา ไม่มีความยืดหยุ่น สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ชัยชนะของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นการทำลายภาพลักษณ์ ของกระบวนการตรวจสอบในระบอบประชาธิปไตยอย่างรุนแรง
“นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ” นักการเมืองมากประสบการณ์ เปรียบเทียบสถานการณ์นี้ไว้ได้อย่างคมคายว่า:
“หากเป็นหนังฉาย ผมก็เหมือนคนซื้อตั๋วเข้าไปดูหนัง ปูเสื่อนั่งรอแล้ว อยู่ๆ เจ้าของหนังบอกว่า คืนนี้ไม่ฉาย ไม่พอใจคนเมาหน้างาน คนเมาบอกว่าเปิดเสียงดังไป พ่อเลี้ยงหลานอยู่ที่บ้านนอนไม่หลับ ให้เบาเสียงลงหน่อย แต่เจ้าของหนังไม่ยอมเบาเสียง และไม่ยอมฉายหนัง แต่จะใช้วิธีคืนตั๋วให้ผู้ชม เอ้า!! ผมเป็นคนดูก็เหมือนถูกหลอกสิ”
ฉายภาพให้เห็นได้ชัดว่า ฝ่ายค้านที่งอนจนเกินงาม และรัฐบาลที่ไม่ยอมเปิดโอกาสให้ตรวจสอบ ทำให้ประชาชนที่อยากเห็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ “ถูกหลอก” เพราะสุดท้าย อาจไม่มีการฉายหนัง ไม่มีการอภิปราย และไม่มีการตรวจสอบใดๆ เกิดขึ้นเลย
ถึงกระนั้น ยังมีโอกาสที่ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเกิดขึ้นจริง หากทุกฝ่ายสามารถลดเงื่อนไขที่ไม่จำเป็นลง และใช้หลักเหตุผลมากกว่าอุดมการณ์ของการปกป้องใครบางคนหรือความดื้อรั้นของพรรคการเมือง
หาก “วันนอร์” สามารถรักษาความเป็นกลาง มากกว่านี้ และหาก “ทักษิณ” ที่ชอบ “เสือกทุกเรื่อง” อยู่แล้วใจกว้างเพียงพอ และหากพรรคประชาชนยอมปรับกลยุทธ์โดยไม่ยึดติดกับความคิดที่ต้อง “ชนทุกอย่าง”
กระบวนการซักฟอก หรือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็สามารถเกิดขึ้นได้ก่อนการปิดสมัยประชุมสภาอย่างแน่นอน แต่หากทุกฝ่ายยังเลือกเดินในแนวทางสุดโต่ง ความเสียหายจะตกอยู่กับระบบตรวจสอบทางการเมืองเอง และสุดท้าย คนที่ต้อง “คืนตั๋ว” ก็คือประชาชน ที่ถูกบั่นทอนความหวังในการเห็นกระบวนการตรวจสอบที่แท้จริงในสภาไทย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ความเสื่อมทรุดของ 'พรรคส้ม' เป็นรัฐบาลก็ไม่ได้ เป็นฝ่ายค้านก็ไม่ดี!
ผลสำรวจ “ดัชนีการเมืองไทย” เดือนเมษายน 2569 ของ “สวนดุสิตโพล” กลายเป็นสัญญาณเตือนสำคัญของ “พรรคประ
ไม่เกินคาด! ปชน.รุมอัดเงินกู้ 4 แสนล้านเหวี่ยงแห-แจกสร้างความนิยมทางการเมือง
'ศิริกัญญา' มอง รัฐบาลเตรียมออก พ.ร.ก. 4 แสนล้าน ไม่ได้ช่วยเหลือกลุ่มตกหล่น แต่กลับเทหมดหน้าตักโปะคนละครึ่ง แย้ม จ่อถกในพรรค-ฝ่ายค้าน ยื่นศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ ด้าน 'วีระยุทธ' แนะ ใช้เงินอย่างระมัดระวัง
สภาเดือด! ประธานสภาซัด สส.ส้มพูดเอาแต่ได้
สภาเดือด สส.ปชน.ประท้วงไม่ให้หารือ 'โสภณ' สวน 'พูดเอาแต่ได้' ยันทำตามระเบียบ เผยเสนอชื่อ 'ณัฐพงษ์' เป็นผู้นำฝ่ายค้านแล้วไม่ล่าช้า แต่ต้องรอตามขั้นตอน
'กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน' อโหสิให้ สส.ส้มแล้วแต่ 'รมช.มหาดไทย' ยังติดใจรอดูท่าทีต้นสังกัด
'ชมรมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน' ยื่นหนังสือ 'รมช.มหาดไทย-วิปรัฐบาล' แสดงจุดยืน และตอบรับคำขอโทษ 'สส.ภัณฑิล' หลังอภิปรายพาดพิง ด้าน 'มท.2' ลั่นรับไม่ได้ รอดูบทลงโทษจากต้นสังกัด คืนศักดิ์ศรีให้ 'ราชสีห์'
สก.แดง-ส้มแห่เปิดตัวฟ้า พรบ.อากาศสะอาดไปต่อ
ไม่พลิก! “ปชน.” เปิดตัว “ดร.โจ” ชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมผู้สมัคร สก. 50 เขต โชว์ 4 ฉากทัศน์กรุงเทพง่ายๆ
'วันนอร์' รายงานนายกฯ แนวทางดับไฟใต้ รับต้องใช้เวลา
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ เดินทางเข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ต่อมา 15.35 น. นายวันมูหะมัดนอร์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าพบนายกฯว่า ได้มารายงานให้นายกฯทราบถึงความคืบหน้าว่า ได้ทำอะไรไปบ้างหลังจากที่นายกฯได้มอบหมายว่า ทำอย่างไรที่จะให้เกิดสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตนไปทำการบ้านมา จึงมาแจ้งให้นายกฯทราบ

