กาสิโนยังไม่เกิด แต่เกมการเมืองเริ่มขึ้นแล้ว รัฐบาลเดินหน้า ฝ่ายค้านไม่ขวางฝ่ายหนึ่งเสนอเปิดบ่อนด้วยกฎหมายแต่อีกฝ่ายเสนอ “ให้ประชาชนตัดสิน” ทั้งที่ตัวเองเคยเสนอกาสิโนไว้ในนโยบายพรรค
นี่ไม่ใช่จุดยืน แต่นี่คือการตีกินแบบไม่ต้องรับผิดชอบ และพรรคที่กำลังเดินเกมนี้ คือ พรรคประชาชน หรือที่รู้จักกันในชื่อ “พรรคส้ม”
สิ่งที่รัฐบาลกำลังผลักดัน ไม่ใช่บ่อนเถื่อนแบบเก่า แต่มาในชื่อใหม่ว่า “เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์” มีคำว่า “กาสิโน” ซ่อนอยู่ และอ้างว่าจะควบคุมได้ด้วยกฎหมาย
กาสิโน คือบ่อนถูกกฎหมายที่ใส่สูท มีระบบ กล้องวงจรปิด เงื่อนไขอายุ และข้ออ้างเรื่องรายได้ภาษี แต่ไม่ว่าจะเรียกว่าอะไร ข้างในคือ การพนันแบบเดิม
ในสายตาคนธรรมดา มันก็คือ บ่อนที่แต่งตัวให้ดูดีขึ้น เท่านั้นเอง
และเมื่อกาสิโนถูกกฎหมาย การพนันออนไลน์ ก็จะถูกผลักตามมา เพราะเมื่อ “กาสิโนจริง” ผ่านรัฐสภา “กาสิโนในมือถือ” ก็ไม่มีเหตุผลอะไรให้ห้ามอีกต่อไป
มันอยู่ใต้ดิน อยู่ชายแดน อยู่ในมือถือ วันนี้แค่มีความพยายามจะ เอาขึ้นมาอยู่บนดิน โดยใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือเปิดหน้าร้าน
นี่คือการเคลื่อนเกมของฝ่ายรัฐที่ชัดเจน แต่น่าจับตามากกว่าคือ ฝ่ายที่ไม่พูด ไม่ค้าน แต่ยืนรออยู่ข้างสนาม
แทนที่จะลุกขึ้นขวางให้ชัดเจนพรรคส้มกลับเสนอว่า ควรให้ประชาชนตัดสินผ่านประชามติ ทั้งที่ครั้งหนึ่งเคยเสนอกาสิโนไว้ในนโยบายพรรคเองอย่างละเอียด
อย่าเข้าใจผิดว่าพรรคส้มแค่ลังเลความจริงคือ—พรรคส้มเคยเสนอกาสิโนเอง แต่วันนี้ไม่กล้าพูดว่า “เอา” และก็ไม่กล้าพูดว่า “ไม่เอา” เลยเลือก หลบหลังประชามติ เหมือนไม่เคยเสนออะไรไว้แต่แรก
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค บอกว่า “ไม่มีความจำเป็นที่กฎหมายบ่อนจะต้องผ่านในรัฐบาลนี้ หรือรัฐบาลหน้า” และหาก “สังคมเข้าใจมากขึ้น และไม่คัดค้าน” ก็สามารถเดินหน้าได้
พูดให้ชัดก็คือ — ถ้าเสียงเงียบ กฎหมายก็เดินหน้าได้
หัวหน้าพรรคส้ม ยังเสนอให้ทำประชามติ ควบกับการเลือกตั้งครั้งหน้า เท่ากับเปิดทางให้ บ่อนกลายเป็นวาระหาเสียงของพรรคการเมือง
ประชามติจึงกลายเป็นฉากบังหน้า สำหรับพรรคที่ไม่กล้าแสดงจุดยืน
ไม่พูดว่า “เห็นด้วย” ไม่พูดว่า “คัดค้าน” แค่ปล่อยให้คนอื่นพูด แล้วตัวเองเดินตามผลลัพธ์ โดยไม่ต้องเสียอะไร
นี่คือเกมการเมืองที่ได้ประโยชน์สูงสุด ไม่ต้องลงแรง ไม่ต้องเสี่ยง แต่ได้หน้าในวันที่สังคมพร้อมจะยอมรับเพราะยิ่ง รัฐบาลถูกรุมต้าน พรรคส้มก็ยิ่งวางตัวได้สวย ไม่ต้องเสียฐานเสียง แต่ก็ไม่ต้องชนกับฝ่ายไหน นี่คือการตีกินบนความขัดแย้งอย่างเต็มรูปแบบ
และต้องไม่ลืมว่า—พรรคส้มเคยเสนอนโยบายกาสิโนไว้ในรายละเอียดเองทั้งหมด ทั้งกาสิโนจริงและกาสิโนออนไลน์ จำกัดอายุ รายได้ พื้นที่ ควบคุมผ่านบัญชีธนาคาร และ National ID ทั้งหมดนี้เคยอยู่ในนโยบายเศรษฐกิจของพรรค ก่อนที่รัฐบาลเพื่อไทยจะหยิบยกมาเดินหน้าเสียอีก
ถ้าพรรคส้มไม่เคยเสนอกาสิโน เราอาจยังพอเข้าใจได้ว่าพรรคนี้ลังเล แต่เมื่อเคยเสนอเอง การเงียบวันนี้ไม่ใช่แค่เลี่ยงจุดยืน แต่มันคือการเดินเกมกลับหลัง ทั้งที่เคยเป็นฝ่ายเสนอมาก่อน
บ่อนไม่ใช่แค่นโยบายเศรษฐกิจ แต่มันคือเรื่อง ศีลธรรมของสังคม
และบางเรื่อง ไม่ควรถูกชี้ขาดด้วยเสียงข้างมาก ไม่ต่างอะไรกับการถามว่า “จะให้ค้าประเวณีถูกกฎหมายหรือไม่?” ถ้าเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วย เราจะปล่อยให้มันเกิดขึ้นได้จริงหรือ?
เพราะ เสียงโหวตอาจสะท้อนความนิยม แต่ ไม่ได้สะท้อนความถูกต้อง
และในหลายกรณี — ยิ่งเรื่องนั้นกระทบ คนที่ไม่มีอำนาจต่อรองเสียงของพวกเขาก็ยิ่งเงียบ และไม่มีวันดังพอ
ศีลธรรมในสังคม ไม่ใช่ของใครคนหนึ่ง แต่คือหลักร่วมกันที่ใช้ค้ำยันไม่ให้ทุกอย่างลื่นไหลไปตามกระแส แม้แต่ในระบอบประชาธิปไตย บางเส้นก็ไม่ควรถูกหย่อนลงกลางสนามเสียงข้างมาก
คนที่เจ็บที่สุดในประชามติ ไม่ใช่แค่คนที่แพ้ผลโหวต แต่คือคนที่ ไม่มีต้นทุนจะส่งเสียงให้ดังพอจะเปลี่ยนผลลัพธ์ได้ พวกเขาไม่มีเวที ไม่มีทุนรณรงค์ และไม่มีสิทธิ์ควบคุมว่าเรื่องแบบนี้ควรกลายเป็นเกมประชามติหรือไม่
ประชามติไม่ใช่ทางออก ถ้ามันถูกใช้เพื่อ เลี่ยงความรับผิดชอบ เพราะไม่ว่าผลจะออกมายังไง คนจนก็มักจะเป็นฝ่ายแพ้เสมอ
เสียงของคนที่อยากให้บ่อนถูกกฎหมายดังขึ้นเรื่อยๆ แต่เสียงของคนที่หมดตัวเพราะบ่อน กลับเงียบ เพราะไม่มีใครยืนข้างเขาอย่างแท้จริง ไม่ใช่ในรัฐ ไม่ใช่ในพรรคการเมือง และไม่ใช่ในเวทีประชามติ
ถ้านักการเมืองยังไม่กล้าเลือกข้างในเรื่องแบบนี้ วันข้างหน้า พวกเขาก็ไม่มีสิทธิจะอ้างว่า “เราอยู่ข้างประชาชน”
เพราะในวันที่บ่อนถูกกฎหมาย คนจะรู้ว่า ใครคือคนผลัก และใครคือคนที่แค่ปล่อยให้คนอื่นเดินหน้า แล้วตัวเองคอยตีเนียนตามหลัง
อย่าถามว่าใครเปิดประตูนี้ เพราะมันไม่ต้องใช้กุญแจ แค่พรรคหนึ่ง ไม่พูดคำว่า “ไม่เอา” ไม่ค้าน ไม่หนุน แล้วหลบอยู่หลังประชามติ ประตูก็เปิดเอง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พรรคส้มกับความคิดด้อยค่าทหาร จากคำพูดบนเวที สู่นโยบายกดกองทัพ
ภาพของพรรคประชาชนหรือพรรคส้มกับกองทัพ เกิดจากสิ่งที่พูดและสิ่งที่เขียนเดินไปทางเดียวกันมานานหลายปี คำพูดของแกนนำที่สังคมได้ยิน ไม่ได้หยุดอยู่บนเวทีปราศรัย
เอาแล้ว! 'เพื่อนธนาธร' อ้างอิงกูรูการเมืองวิเคราะห์ความนิยม 'อนุทิน-ภท.' พุ่ง ชนะ 'พรรคส้ม'
นายธนาพล อิ๋วสกุล บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน คนใกล้ชิดนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า ขอวิเคราะห์(กูรู)การเมืองด้วยคน
ชำแหละ! ขบวนการป้ายสีเทา ดิสเครดิต 'ปชน.-ปชป.'
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ขบวนการทาสีเทาให้ทุกพรรค
'ชูวิทย์' ฟาด 'ธนาธร' กะล่อน เปลี่ยน 'พรรคส้ม' ไม่ปิดประตู เปิดรับทุกพรรค ลีลาปลาไหลตัวใหม่
นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่าไม่ปิดประตู เปิดรับทุกพรรค ธนาธรเปลี่ยนพรรคส้ม
โพลพาเคลิ้ม พื้นที่พาเหนื่อย ‘พิธา’ กับราคาที่พรรคส้มต้องจ่าย
การเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 กำลังเดินมาถึงช่วงตัดสินใจจริง ว่าใครอ่านเกมขาด และใครหลงไปกับภาพลวงจากตัวเลข
'ศุภจี-สีหศักดิ์-เอกนิติ' พลิกสนามเลือกตั้ง!
การเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 กำลังเดินไปคนละจังหวะกับหลายครั้งที่ผ่านมา ความเปลี่ยนแปลงไม่ได้เริ่มจากเวทีปราศรัยหรือเสียงเชียร์บนโซเชียล แต่เริ่มจากวิธีคิดของ

