
20 เม.ย. 2568 – ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “ปรับ ครม. วันไหนดี” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 5-9 เมษายน 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความคิดเห็นต่อการปรับคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0
จากการสำรวจเมื่อถามถึงการปรับเปลี่ยนกระทรวงในรัฐบาลนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร พบว่า
1. กระทรวงพาณิชย์ ตัวอย่าง ร้อยละ 57.02 ระบุว่า ควรปรับเปลี่ยน ร้อยละ 41.60 ระบุว่า ไม่ควรปรับเปลี่ยน ร้อยละ 1.00 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล และร้อยละ 0.38 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
2. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตัวอย่าง ร้อยละ 48.55 ระบุว่า ควรปรับเปลี่ยน ร้อยละ 49.47 ระบุว่า ไม่ควรปรับเปลี่ยน ร้อยละ 1.60 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล และร้อยละ 0.38 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
3. กระทรวงการคลัง ตัวอย่าง ร้อยละ 46.49 ระบุว่า ควรปรับเปลี่ยน ร้อยละ 51.98 ระบุว่า ไม่ควรปรับเปลี่ยน ร้อยละ 1.22 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล และร้อยละ 0.31 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
4. สำนักนายกรัฐมนตรี ตัวอย่าง ร้อยละ 44.43 ระบุว่า ควรปรับเปลี่ยน ร้อยละ 52.82 ระบุว่า ไม่ควรปรับเปลี่ยน ร้อยละ 2.67 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล และร้อยละ 0.08 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
5. กระทรวงแรงงาน ตัวอย่าง ร้อยละ 43.89 ระบุว่า ควรปรับเปลี่ยน ร้อยละ 54.05 ระบุว่า ไม่ควรปรับเปลี่ยน ร้อยละ 1.60 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล และร้อยละ 0.46 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
6. กระทรวงมหาดไทย ตัวอย่าง ร้อยละ 43.82 ระบุว่า ควรปรับเปลี่ยน ร้อยละ 54.58 ระบุว่า ไม่ควรปรับเปลี่ยน ร้อยละ 1.22 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล และร้อยละ 0.38 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
7. กระทรวงกลาโหม ตัวอย่าง ร้อยละ 42.52 ระบุว่า ควรปรับเปลี่ยน ร้อยละ 55.57 ระบุว่า ไม่ควรปรับเปลี่ยน ร้อยละ 1.53 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล และร้อยละ 0.38 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
8. กระทรวงคมนาคม ตัวอย่าง ร้อยละ 41.53 ระบุว่า ควรปรับเปลี่ยน ร้อยละ 56.56 ระบุว่า ไม่ควรปรับเปลี่ยน ร้อยละ 1.53 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล และร้อยละ 0.38 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
9. กระทรวงศึกษาธิการ ตัวอย่าง ร้อยละ 41.22 ระบุว่า ควรปรับเปลี่ยน ร้อยละ 57.10 ระบุว่า ไม่ควรปรับเปลี่ยน ร้อยละ 1.30 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล และร้อยละ 0.38 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
10. กระทรวงยุติธรรม ตัวอย่าง ร้อยละ 41.07 ระบุว่า ควรปรับเปลี่ยน ร้อยละ 56.79 ระบุว่า ไม่ควรปรับเปลี่ยน ร้อยละ 1.76 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล และร้อยละ 0.38 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
11. กระทรวงสาธารณสุข ตัวอย่าง ร้อยละ 40.61 ระบุว่า ควรปรับเปลี่ยน ร้อยละ 57.71 ระบุว่า ไม่ควรปรับเปลี่ยน ร้อยละ 1.30 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล และร้อยละ 0.38 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
12. กระทรวงพลังงาน ตัวอย่าง ร้อยละ 38.09 ระบุว่า ควรปรับเปลี่ยน ร้อยละ 60.53 ระบุว่า ไม่ควรปรับเปลี่ยน ร้อยละ 1.00 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล และร้อยละ 0.38 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
13. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตัวอย่าง ร้อยละ 38.09 ระบุว่า ควรปรับเปลี่ยน ร้อยละ 58.17 ระบุว่า ไม่ควรปรับเปลี่ยน ร้อยละ 3.28 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล และร้อยละ 0.46 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
14. กระทรวงการต่างประเทศ ตัวอย่าง ร้อยละ 35.26 ระบุว่า ควรปรับเปลี่ยน ร้อยละ 60.69 ระบุว่า ไม่ควรปรับเปลี่ยน ร้อยละ 3.59 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล และร้อยละ 0.46 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
15. กระทรวงอุตสาหกรรม ตัวอย่าง ร้อยละ 34.66 ระบุว่า ควรปรับเปลี่ยน ร้อยละ 61.83 ระบุว่า ไม่ควรปรับเปลี่ยน ร้อยละ 3.05 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล และร้อยละ 0.46 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
16. กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตัวอย่าง ร้อยละ 34.20 ระบุว่า ควรปรับเปลี่ยน ร้อยละ 62.90 ระบุว่า
ไม่ควรปรับเปลี่ยน ร้อยละ 2.44 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล และร้อยละ 0.46 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
17. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ตัวอย่าง ร้อยละ 34.04 ระบุว่า ควรปรับเปลี่ยน ร้อยละ 61.53 ระบุว่า ไม่ควรปรับเปลี่ยน ร้อยละ 4.12 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล และร้อยละ 0.31 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
18. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตัวอย่าง ร้อยละ 33.66 ระบุว่า ควรปรับเปลี่ยน ร้อยละ 63.97 ระบุว่า ไม่ควรปรับเปลี่ยน ร้อยละ 1.91 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล และร้อยละ 0.46 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
19. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตัวอย่าง ร้อยละ 33.59 ระบุว่า ควรปรับเปลี่ยน
ร้อยละ 62.98 ระบุว่า ไม่ควรปรับเปลี่ยน ร้อยละ 2.90 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล และร้อยละ 0.53 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
20. กระทรวงวัฒนธรรม ตัวอย่าง ร้อยละ 31.76 ระบุว่า ควรปรับเปลี่ยน ร้อยละ 64.66 ระบุว่า ไม่ควรปรับเปลี่ยน ร้อยละ 3.12 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล และร้อยละ 0.46 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงการปรับคณะรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 48.24 ระบุว่าจำเป็นต้องปรับ ครม. โดยเร็วที่สุด รองลงมา ร้อยละ 16.18 ระบุว่า ไม่จำเป็นต้องปรับ ครม. ร้อยละ 15.50 ระบุว่า การปรับ ครม. ควรรออีก 3 เดือน ร้อยละ 10.07 ระบุว่า การปรับ ครม. ควรรออีก 6 เดือน ร้อยละ 6.95 ระบุว่า การปรับ ครม. ควรรออีก 1 ปี และร้อยละ 1.53 การปรับ ครม. ควรรออีก 9 เดือน และไม่ตอบ/ไม่สนใจ
ในสัดส่วนที่เท่ากัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง
4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.
ใต้หนุนแลนด์บริดจ์ นิด้าโพลชี้แม้เข้าใจน้อย ส้มรุมค้าน‘สว.’จี้ทบทวน
"นิด้าโพล" เผยคนใต้เข้าใจเพียงเล็กน้อย "แลนด์บริดจ์" แม้ส่วนใหญ่หนุน แต่กังวลผลกระทบสิ่งแวดล้อม
โพลชี้คนใต้ส่วนใหญ่หนุน 'แลนด์บริดจ์' แต่กังวลปัญหาสิ่งแวดล้อม
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 28-30 เมษายน 2569
รัฐบาลปลื้ม! ช่วยค่าครองชีพเสียงตอบรับดี จ่ออุ้มค่าไฟ ลุยไทยช่วยไทยพลัส
รัฐบาลติดตามความเห็นประชาชน หลัง 'นิด้าโพล' ชี้ 12 มาตรการช่วยค่าครองชีพ เสียงตอบรับดี เตรียมเสริม 'ค่าไฟ–ไทยช่วยไทย พลัส' เริ่ม มิ.ย.นี้
ปลื้มนโยบายค่าครองชีพ!
"นิด้าโพล" ชี้คนไทยพอใจมาตรการรัฐบาล ช่วยค่าครองชีพเรื่อง "น้ำมัน-สินเชื่อ"

