รุกฆาต 'ทักษิณป่วยทิพย์' กลุ่มชาญชัยไปศาลฎีกายื่นข้อมูลมัดชั้น 14 จับตาหลักฐานเด็ด ใบเสร็จ รพ.ตำรวจ 26 ใบ สะพัดแพทยสภารอตั้งหลัก หากศาลเรียกขอดูมติลงโทษ 3 หมอ พร้อมร่วมมือ
29 พ.ค.2568 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจากที่ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่งรับไต่สวนกรณีชั้น 14 รพ.ตำรวจ เมื่อวันที่ 30 เมษายน ที่ผ่านมา และสั่งให้ โจทก์(อัยการสูงสุด-คณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่เคยยื่นฟ้องนายทักษิณ ชินวัตรต่อศาลฎีกาฯ) รวมถึงตัวนายทักษิณ ในฐานะจำเลย ตลอดจน ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และนายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจส่งพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้ศาลฎีกาฯ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่งศาล ซึ่งจะครบกำหนดวันศุกร์ที่ 30 พ.ค.นี้
พบว่ามีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจคือในวันนี้ 29 พ.ค. เวลา 10.30 น.ที่ศาลฎีกาฯ นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่เคยเป็นผู้ร้องให้ศาลฎีกาฯไต่สวนคดีชั้น 14 ของนายทักษิณก่อนหน้าศาลฎีกาฯจะรับเรื่องไว้ไต่สวนเอง พร้อมด้วย พล.ต.อ.เสรีพิสุทธ์ เตมียเวส อดีต สส.พรรคเสรีรวมไทย ที่เคยไปเยี่ยมนายทักษิณ ที่ รพ.ตำรวจสองครั้งช่วงนอนพักรักษาตัว, นายสมชาย แสวงการ อดีตสว., นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ,นายภิมะ สิทธิ์ประเสริฐและนายนิติธร ล้ำเหลือหรือทนายนกเขา จะไปร่วมกันยื่นคำร้อง ขอส่งมอบพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงต่างๆ อันเป็นที่มาของคำร้องฉบับที่ศาลฎีกาได้สั่งรับไว้ไต่สวนหาความจริงด้วยศาลเอง
ด้านนายชาญชัย เปิดเผยกับ”ไทยโพสต์”ว่า เอกสารที่จะนำไปส่งให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ ทางคณะของตนเห็นว่าเป็นเอกสารสำคัญ ที่เดิมเคยคิดว่า หากศาลฎีกาฯ รับคำร้องที่ตนเคยยื่นไปสามครั้งก่อนหน้านี้ ก็จะยื่นเอกสารให้ศาลฎีกาไว้ไต่สวน โดยสิ่งที่จะนำไปส่งให้ศาลฎีกาเป็นข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่านายทักษิณไม่ได้ป่วยจริง โดยมีเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ร่วมกันช่วยนายทักษิณ การยื่นเอกสารในวันนี้ เป็นการใช้สิทธิ์ยื่นตามข้อกำหนดเกี่ยวกับการดำเนินคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2562 ข้อ 62 ที่เขียนว่า เมื่อบุคคลภายนอกยื่นคำร้องหรือคำขอต่อศาลในชั้นบังคับคดี ให้ผู้พิพากษาประจำศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอย่างน้อยสามคน เป็นองค์คณะพิจารณาชี้ขาดคำร้องหรือคำขอดังกล่าว
“การยื่นครั้งนี้ไม่ใช่การร้องใหม่ เพื่อให้เกิดคดีใหม่ แต่เป็นการใช้สิทธิ์ตามข้อกำหนดฯ เพื่อยื่นให้ศาลไต่สวนกรณีที่ไม่มีการบังคับให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลฯ ซึ่งจะมีการอ้างอิงเรื่องเดิมของศาลฎีกาฯก่อนหน้านี้ที่รับสำนวนผมไป แต่ว่าศาลฎีกาฯไม่ได้ให้ผมเข้าร่วมไต่สวนด้วย ผมก็จะส่งเอกสารที่มีให้ศาลฎีกาฯไปพิจารณาไต่สวนเอง รวมถึงทางกลุ่มที่เดินทางไปวันนี้ ก็จะยื่นเอกสารที่เกี่ยวข้องเช่น เอกสารของพล.ต.อ.เสรีพิสุทธ์ เตมียเวสที่เคยไปเป็นพยานในการพิจารณาไต่สวนของป.ป.ช. , เอกสารผลการตรวจสอบเรื่องการรักษาตัวของนายทักษิณ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เอกสารผลการตรวจสอบเรื่องชั้น 14 ของคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนฯ วุฒิสภาชุดที่แล้ว ที่ตรวจสอบเรื่องดังกล่าว และเอกสารผลการประชุมของแพทยสภา เมื่อ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา เอกสารของนพ.ตุลย์ ที่เคยไปชี้แจงกับป.ป.ช. ซึ่งก่อนหน้านี้ผมรวบรวมไว้ ตอนที่ไปยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาฯ แต่เมื่อศาลฎีกาฯ ไม่ได้รับคำร้องผมไว้ แต่ศาลจะไต่สวนเอง ผมก็จะนำเอกสารที่มีไปมอบให้ศาลฎีกาฯ ก็เป็นอำนาจของศาล หากศาลเห็นว่าเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ก็อาจนำไปสู่การซักถามไต่สวน”นายชาญชัยระบุ
แหล่งข่าวจากคณะทำงานชุดดังกล่าวให้ข้อมูลว่า เอกสารสำคัญส่วนหนึ่งที่ทางกลุ่มจะนำไปยื่นต่อศาลฎีกาฯ คือ ใบเสร็จที่นายทักษิณไปนอนรักษาตัวที่รพ.ตำรวจในช่วงหกเดือนก่อนได้รับการพักโทษ แต่ไม่ได้รักษาอะไร มีแต่จ่ายค่าห้อง ซึ่งที่ผ่านมา มีคนเรียกร้องให้นายทักษิณนำมาเปิดเผย แต่จริงๆ คนในคณะทำงานที่เดินทางไปที่ศาลฎีกาวันนี้กับกลุ่มนายชาญชัยและทนายนกเขา มีหลักฐานนี้นานแล้ว เพราะเวลาคนไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล จะมีรายละเอียดว่า มีค่าใช้จ่ายในการรักษาอะไรบ้าง เช่น ค่ายา ค่าหมอ ค่าห้อง พอออกจากรพ. คนไข้ก็จะได้รับใบเสร็จกับใบรับรองแพทย์ แต่ของนายทักษิณไม่มีรายละเอียดตรงนี้
“เอกสารที่ทางคณะทำงานมีดังกล่าว เป็นเอกสารรพ.ตำรวจ 26 ฉบับ เป็นเอกสารจริง มีเจ้าหน้าที่เซ็นรับรอง เพื่อให้ศาลฎีกาพิจารณา ก่อนหน้านี้ทางคณะทำงาน ได้ข้อมูลมาว่าให้จับตาอาจมีความเคลื่อนไหว บางฝ่ายอาจมีการทำเอกสารย้อนหลังในช่วงการรักษาตัวนายทักษิณ เพราะเดิมที ไม่มีการคาดคิดว่า ศาลฎีกาฯ จะเข้ามาไต่สวนคดีชั้น 14 จึงไม่ได้เตรียมเอกสารดังกล่าวไว้ แต่ทางกลุ่มมีเอกสารของจริงจากรพ.ตำรวจ จึงต้องรีบนำไปมอบให้ศาลฎีกาฯ ไว้ก่อน รวมถึงทางกลุ่มจะร้องขอต่อศาลฎีกาฯให้ขอเอกสารที่สำคัญในเรื่องนี้จากแพทยสภา รวมถึงหากเป็นไปได้ ก็ควรออกหมายเรียกกรรมการแพทยสภา เช่น ศ.นพ.ประสิทธิ์วัฒนาภา อุปนายกแพทยสภา ไปเป็นพยานเบิกความในวันที่ 13 มิ.ย.นี้ด้วยแต่ก็ขึ้นอยู่กับศาลฎีกาฯว่าจะพิจารณาอย่างไร”แหล่งข่าวระบุ
มีรายงานว่า ในส่วนของแพทยสภา ขณะนี้ กำลังรอดูท่าทีจากนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุขก่อนว่า จะวีโตมติแพทยสภาที่ให้ลงโทษแพทย์สามคนหรือไม่ โดยเมื่อครบกำหนด วันที่ 30 พ.ค. แล้วหลังจากนั้น หากศาลฎีกาฯ มีการขอให้แพทยสภา ส่งเอกสารมติแพทยสภา และเอกสารที่พอเปิดเผยได้ แพทยสภาก็อาจพิจารณาจะส่งให้ ก่อนวันที่ 13 มิ.ย. ที่ศาลฎีกานัดไต่สวนฯ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ศาลฎีกาฯ ฟัน 'จุฑามาศ ซารัมย์' พ้นนายก อบต. ตัดสิทธิการเมืองตลอดชีวิต จงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สิน
ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (อม.)นัดฟังคำพิพากษา คดีหมายเลขแดงที่ อม 12/2565 ระหว่าง ป.ป.ช. ผู้ร้อง และ นางจุฑามาศ ซารัมย์ นายก อบต.เมืองแฝก อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ในกรณียื่นบัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สินเป็นเท็จ ไม่ได้แสดงรายการเงินฝากธนาคารออมสิน จำนวน 847,654.71 บาท และสลากออมสิน มูลค่า 2 ล้านบาท อันเป็นการจงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สิน
'สมชาย' งัดเอกสารสำคัญ 'เขากระโดง' จี้รฟท.-กรมที่ดิน เร่งรัดตามกม. อย่าให้การเมืองกดดัน
นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) รองประธานมูลนิธิส่งเสริมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต โพสต์เอกสารพร้อมข้อความ ระบุว่า
'อดีตสว.สมชาย' เตือนเสนอความเห็นข้อพิพาทชายแดน ระวัง 'ฮุนเซน' จ้องหยิบเอาไปสู้เวทีระหว่างปท.
อดีตสว. โพสต์ฝากเตือนนักวิชาการและสื่อสารมวลชน ในการนำเสนอความเห็นข้อพิพาทไทย-กัมพูชาอาจทำให้ไทยเสียเปรียบในการเจรจา
เปิดขั้นตอน 'ทักษิณ' พ้นโทษ-ปลดกำไลอีเอ็ม
เปิดขั้นตอนก่อน 'ทักษิณ' พ้นโทษ ชี้ต้องรอการพิจารณาตรวจสอบจัดทำรายชื่อผู้ได้รับอภัยโทษจาก “คณะกรรมการ มาตรา 21 ก่อนเดินทางไปรับใบบริสุทธิ์ และยื่นปลดกำไล EM กับสำนักงานคุมประพฤติ
'จุลพันธ์' บอกเลิกถามเรื่อง 'ทักษิณ' ครอบงำเพื่อไทยได้แล้ว!
'จุลพันธ์' ยัน 'ทักษิณ' ไม่เกี่ยวข้องกับ 'เพื่อไทย' แล้ว ชี้เลยจุดถูกตั้งคำถามเรื่องครอบงำ ลั่นพรรคมีแนวทางของตัวเอง
กำไลอีเอ็มยังคาเท้าทักษิณต่อ! จนกว่าได้รับใบบริสุทธิ์
'ทักษิณ' พ้นโทษทันทีจากพระราชทานอภัยโทษทั่วไป และจะปลดกำไล EM ก็ต่อเมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการฯ 3 ฝ่ายภายใน 120 วันและต้องรอใบบริสุทธิ์ก่อน

