12 พ.ย.2568 - ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “โดรนทางการทหารและความมั่นคง” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 5-7 พฤศจิกายน 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาหรือเทียบเท่าขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความคิดเห็นของประชาชนต่อการใช้โดรนในภารกิจทางทหารและความมั่นคงของไทย การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของนิด้าโพล สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น 97%
จากการสำรวจเมื่อถามถึงการรู้จักและการใช้โดรนของประชาชน พบว่า ตัวอย่าง 78.47% ระบุว่า
รู้จักแต่ไม่เคยใช้ รองลงมา 13.13% ระบุว่า รู้จักและเคยใช้ และ 8.40% ระบุว่า ไม่รู้จัก เมื่อพิจารณาตัวอย่างที่ระบุว่ารู้จักและเคยใช้โดรนในภารกิจต่าง ๆ (จำนวน 172 หน่วยตัวอย่าง) พบว่า ตัวอย่าง 43.02% ระบุว่า ใช้ถ่ายภาพและบันทึกข้อมูล รองลงมา 29.07% ระบุว่า ใช้เพื่อการเกษตร 20.35% ระบุว่า ใช้เพื่อความสนุกสนาน 4.66% ระบุว่าใช้เพื่อสำรวจ ตรวจสอบ 1.16% ระบุว่าใช้เพื่อภารกิจทางทหารและความมั่นคง และใช้เพื่อการทำแผนที่ ในสัดส่วนที่เท่ากัน และ 0.58% ระบุอื่น ๆ ได้แก่ ใช้เพื่อการศึกษา
เมื่อสอบถามเฉพาะผู้ที่ระบุว่ารู้จักโดรน ทั้งที่เคยใช้และไม่เคยใช้โดรน (จำนวน 1,200 หน่วยตัวอย่าง)
ในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้ ความสำคัญของการใช้โดรนในภารกิจทางทหารและความมั่นคงของไทย พบว่า ตัวอย่าง 80.50% ระบุว่า สำคัญมาก รองลงมา 17.33% ระบุว่า ค่อนข้างสำคัญ 1.50% ระบุว่า ไม่ค่อยสำคัญ 0.42% ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่แน่ใจ และ 0.25% ระบุว่า ไม่สำคัญเลย
ความคิดเห็นของประชาชนต่อการใช้โดรนในภารกิจทางทหารและความมั่นคงของไทย พบว่า ตัวอย่าง 91.08% ระบุว่า เห็นด้วยกับการใช้โดรนในภารกิจทางทหารและความมั่นคงของไทย รองลงมา 57.25% ระบุว่า
ช่วยลดความเสี่ยงต่อชีวิตมนุษย์ 51.50% ระบุว่า เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในภารกิจการป้องกันภัย 48.08% ระบุว่า เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในภารกิจการโจมตีเป้าหมาย 21.50% ระบุว่า เป็นการใช้ความได้เปรียบ
ทางเทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ 16.42% ระบุว่า ไทยควรผลิตโดรนเองเพื่อลดการพึ่งพิงเทคโนโลยีจากต่างประเทศ 4.17% ระบุว่า เป็นการเอาเปรียบคู่ต่อสู้จากการมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่า 3.08% ระบุว่า
ไทยอาจต้องพึ่งพิงเทคโนโลยีจากต่างประเทศมากเกินไป 2.58% ระบุว่า อาจเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศจากการล่วงล้ำเขตแดนเพื่อนบ้าน 1% ระบุว่า ไม่เห็นด้วยกับการใช้โดรนในภารกิจทางทหารและความมั่นคงของไทย 0.83% ระบุว่า ไม่ใช่การรบแบบสุภาพบุรุษ 0.58% ระบุว่า ควรนำงบประมาณไปใช้อย่างอื่นดีกว่า และอาจเป็นการละเมิดกฎของสงคราม เช่น การใช้โดรนโจมตีเป้าหมายนอกเขตการสู้รบ เป็นต้น
ในสัดส่วนที่เท่ากัน และ 0.50% ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ
เมื่อถามถึงการรู้จักระบบอาวุธสังหารอัตโนมัติ พบว่า ตัวอย่าง 48.50% ระบุว่า ไม่รู้จักเลย รองลงมา
41.25% ระบุว่า พอรู้จักบ้าง 10.17% ระบุว่า รู้จักดี และ 0.08% ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่แน่ใจ
ความคิดเห็นของประชาชนต่อผู้ที่ควรรับผิดชอบในกรณีที่การใช้ระบบอาวุธสังหารอัตโนมัติในภารกิจ
ทางทหารและความมั่นคงของไทยเกิดความผิดพลาด พบว่า ตัวอย่าง 43.92% ระบุว่า ผู้บัญชาการกองทัพ รองลงมา 38.92% ระบุว่า ผู้ควบคุมหน่วยระบบอาวุธสังหารอัตโนมัติ 26.33% ระบุว่า ผู้นำประเทศ 24.58% ระบุว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม 12.75% ระบุว่า ผู้ออกแบบ เขียน Code ป้อนข้อมูล สำหรับระบบอาวุธสังหารอัตโนมัติ 11.50% ระบุว่า บริษัทผู้ผลิต และ/หรือ จัดจำหน่ายอาวุธ 10.42% ระบุว่า นักการเมืองผู้ร่วมอนุมัติงบจัดซื้ออาวุธ 9% ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่แน่ใจ และ 4% ระบุอื่น ๆ ได้แก่ ทุกฝ่ายต้องรับผิดชอบร่วมกัน
ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อการใช้ระบบอาวุธสังหารอัตโนมัติในภารกิจทางทหารและความมั่นคงของไทย พบว่า ตัวอย่าง 51.33% ระบุว่า เห็นด้วยอย่างยิ่ง รองลงมา 22.42% ระบุว่าค่อนข้างเห็นด้วย 12.50% ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย 11.50% ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย และ 2.50% ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่แน่ใจ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โพลชี้ประชาชนหวังเห็นรัฐบาลแก้ไขปัญหาการเหลื่อมล้ำคุณภาพการศึกษา
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ร่วมกับ ภาคีเครือข่ายเพื่อการศึกษาไทย Thailand Education Partnership (TEP)
นิด้าโพลเผยคนส่วนใหญ่พอใจ มาตรการช่วยค่าครองชีพของรัฐบาล
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “พอหรือเปล่า มาตรการช่วยค่าครองชีพ” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 20 - 21 เมษายน 2569
นิด้าโพลชี้คนไทยเห็นด้วยบทลงโทษกฎหมายจราจรเหมาะสมแล้ว
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “จับปรับจริง 10 ข้อหาจราจร” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 7 - 8 เมษายน 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป
ผลสำรวจพบ ผู้สูงอายุชาวไทยกว่า 76% มีสุขภาพจิตดี ปราศจากภาวะซึมเศร้า
เนื่องในวันที่ 13 เมษายน ของทุกปี ตรงกับวันผู้สูงอายุ ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” ร่วมกับ ศูนย์วิจัยสังคมสูงอายุ (Center for Aging Society Research - CASR) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)
เอ๊ะยังไง!? นิด้าโพลชี้ประชาชนไม่มั่นใจฝีมือ 3 รมต.มืออาชีพ
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

