'เพาะพันธุ์ปัญญาแคมป์' ปั้นเยาวชนน่าน 'กล้าสร้างธุรกิจ'

บรรยากาศเพาะพันธุ์ปัญญาแคมป์รุ่นที่ 1

ากความสำเร็จของโครงการเพาะพันธุ์ปัญญาน่าน  ที่มีรูปแบบการเรียนรู้จากการทำโครงงานเกี่ยวกับเรื่องราวใกล้ตัว หรือ  RBL (Research-Based Learning) RBL (Research-Based Learning) เป็นการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ ปฏิบัติ และการพัฒนาทักษะคิด โดยมีครูผู้สอน เปลี่ยนบทบาทป็นโค้ช ผู้ชี้แนะ หรือเป็นพี่เลี้ยงให้แก่นักเรียน ส่วนนักเรียนเปลี่ยนจากผู้รับความรู้จากครูโดยตรง มาเป็นผู้ที่ต้องแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง โดยมีหลักคิดสำคัญ 3 ข้อ คือ ถามคือสอน สะท้อนคิดคือเรียน และเขียนคือคิด

 โดยตลอดระยะ 3 ปีของโครงการฯ ในจ.น่าน  ตั้งแต่ปี 2562-2565 ได้สร้างโรงเรียนต้นแบบถึง 30 แห่ง ครูเข้าร่วมโครงการ 161 คน เด็กนักเรียน 1,277 คน นับเป็นการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงต่อระบบการศึกษาไทย ด้วยหลักแนวคิดของโครงการฯ ที่สอนให้มีวิธีการคิดอย่างเป็นระบบ นำสิ่งที่อยู่รอบตัวมาต่อยอดให้เกิดประโยชน์ และสร้างธุรกิจได้จริง

ทางมูลนิธิเพาะพันธุ์ปัญญา จึงได้จัดโครงการเพาะพันธุ์ปัญญาแคมป์ รุ่นที่ 1 ฝึกเยาวชนเรียนรู้ประสบการณ์ทำธุรกิจจริง ผ่านหลักสูตร 3 แคมป์ ใน 66 วัน จากวิทยากรมืออาชีพและนักธุรกิจตัวจริง โดยแคมป์เริ่มขึ้นตั้งแต่เดือนมีนาคม 2566 เปิดโอกาสให้เยาวชนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-5 ที่เคยผ่านห้องเรียนเพาะพันธุ์ปัญญา จาก 8 โรงเรียนในเมืองและพื้นที่ห่างไกลของจ.น่าน โรงเรียนละ 5 คน รวม 40 คน สู่แคมป์แห่งการเรียนรู้ และลงมือปฏิบัติจริงในการทำธุรกิจ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่วัตถุดิบท้องถิ่น พัฒนาสินค้า สร้างแบรนด์ และขายจริง  

โดยนักเรียนทั้ง 8 โรงเรียน ได้สร้างแบรนด์สินค้าเพื่อช่วยยกระดับวัตถุดิบในจ.น่าน ประกอบด้วย 1.โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 56 พัฒนาสูตรคุกกี้ภายใต้แบรนด์ Ten Bites นำวัตถุดิบที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละชาติพันธุ์ในจังหวัดน่านมาเป็นส่วนผสม ได้แก่ ไส้หม่อน จากชนเผ่าลั้ว ไส้งาขี้ม่อน มาจากชนเผ่าม้ง และตัวไส้โกโก้ ที่มาจากพื้นราบ 2.โรงเรียนพระธาตุพิทยาคม จำหน่ายกาแฟจากบ้านมณีพฤกษ์ และพิซซ่าม้ง ภายใต้แบรนด์ มองเดอพี ยกระดับให้กลายเป็นของทานเล่นที่เข้าถึงผู้คนทั่วไปได้มากขึ้น

3.โรงเรียนเมืองลีประชาสามัคคี ยกระดับและพัฒนาข้าวแคบ ภายใต้แบรนด์ ลินา เข้าถึงคนรุ่นใหม่รวมถึงลูกค้าทั่วไปได้มากขึ้น 4.โรงเรียนเชียงกลาง(ประชาพัฒนา)  นำเสนอน้ำพริกสามสไตล์สูตรเด็ด จำหน่ายในแบรนด์ น้ำพริกสามช่า

5.โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน สร้างแบรนด์ NALANA เพื่อยกระดับ 6 ขนมของดังจ.น่าน ใส่ด้วยบรรจุภัณฑ์สแน็คบ็อกซ์ลวดลายพิเศษ  6.โรงเรียนสา นำเสนอข้าวหลามถอดเสื้อ แก้ปัญหาข้าวหลามให้สามารถแกะรับประทานได้ง่ายขึ้น ในชื่อแบรนด์ หลามรวย 7.โรงเรียนท่าวังผาพิทยาคม ที่ได้สร้างแบรนด์ KADO พัฒนาน้ำสลัดจากเนื้ออะโวคาโดแท้ พืชเศรษฐกิจอีกชนิดของจ.น่าน และ8.โรงเรียนปัว แปรรูปผลมะมื่นจากป่าน่านของดีท้องถิ่นที่ได้ชื่อว่าเป็นอัลมอนด์เมืองไทย ภายใต้แบรนด์  มะมื่นบัตเตอร์

ดร.อดิศวร์ หลายชูไทย

 ดร.อดิศวร์ หลายชูไทย กรรมการผู้จัดการ มูลนิธิเพาะพันธุ์ปัญญา กล่าวว่า จุดประสงค์ของการเริ่มทำโครงการ  เพาะพันธุ์ปัญญาแคมป์ รุ่นที่ 1 เพื่อเป็นการนำความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ในการทำธุรกิจ มาสร้างเป็นองค์ความรู้ในรูปแบบของแคมป์จำนวน 66 วัน  ซึ่งเป็นอีกหลักสูตรนอกห้องเรียน ที่นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้ในช่วงของการปิดเทอม โดยกลุ่มเป้าหมายของโครงการฯ คือ กลุ่มนักเรียนระดับมัธยมปลาย ที่เคยผ่านห้องเรียนเพาะพันธุ์ปัญญา จาก 8 โรงเรียนในเมืองและพื้นที่ห่างไกล จ.น่าน เพราะเป็นช่วงเวลาที่ความคิดกำลังเปลี่ยน เหมาะสมต่อการเรียนรู้ และไม่จำเป็นต้องเป็นนกลุ่มเด็กเก่ง เรียนดี แต่ต้องเป็นเด็กที่มีความสนใจในการทำธุรกิจ เพื่อให้โอกาสเข้าถึงเยาวชนกลุ่มนี้ได้พัฒนาทักษะและเสริมสร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิต สามารถใช้ชีวิตในบ้านเกิด สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ พัฒนาชุมชน และช่วยขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน

กล้าก้าว หลักสูตรที่เยาวชนเพาะพันธุ์ปัญญา ต้องนำเสนอแบรนด์สินค้าที่สร้างขึ้น

หลักสูตรเพาะพันธุ์ปัญญาแคมป์ รุ่นที่ 1 นักเรียนจะได้เรียนรู้ผ่านหลักสูตร 3 แคมป์ ได้แก่ แคมป์ที่ 1  กล้าเรียน เป็นการปูพื้นฐานสร้างไอเดียธุรกิจ ความเป็นไปได้ และเรียนรู้สิ่งจำเป็นในการทำธุรกิจ แคมป์ที่ 2 กล้าลุย  บุกตลาด ลงมือขาย พบลูกค้าตัวจริง เพื่อพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ และ แคมป์ที่ 3 กล้าก้าว รายงานและนำเสนอผลประกอบการ โดยเยาวชนได้เรียนรู้องค์ความรู้ใหม่และคุณค่ามิติต่าง ๆ ตั้งแต่วิธีการคิดหาไอเดียที่ตลาดต้องการ การทดสอบผลิตภัณฑ์ในตลาด กระบวนการตั้งราคา การทำแพ็คเก็จ การทำบัญชีธุรกิจ การบริหารจัดการบริษัท การตลาด และกระบวนการเปิดและปิดบริษัท การบริหารคน รวมทั้งมีความเข้าใจคุณค่าของทุนในการทำธุรกิจ และการสร้างผลตอบแทน  

กล้าลุย หลักสูตรที่จะพาเยาวชนได้ลงตลาดจริง


ทางมูลนิธิฯได้มอบเงินทุนสำหรับการทำธุรกิจให้แก่นักเรียน ในการจัดตั้งบริษัท  แม้ว่าหลังจากจบแคมป์แล้วจะไม่สามารถคืนทุนได้ทุกบริษัท เพราะผลประกอบการขาดทุน แต่นั่นไม่ใช่สิ่งสำคัญ เพราะความล้มเหลว คือการเรียนรู้  เด็กๆสามารถนำกระบวนการต่างๆที่ได้ลงมือทำไปต่อยอดได้ในอนาคต และส่งต่อองค์ความรู้ให้แก่รุ่นน้องในโรงเรียนได้
 “สำหรับเป้าหมายในการจัดแคมป์ในรุ่นต่อไป ก็จะนำจุดที่เด็กๆต้องการทักษะเพิ่มเติมมาพัฒนาให้ตรงกับความต้องการ ไม่ว่าจะเป็น การพูดนำเสนอ การให้ความสนุกที่ควบคู่ไปกับการให้ความรู้ เพราะมูลนิธิฯจะต้องทำหน้าหน้าที่พรวนดิน รดน้ำ และดูแลจนต้นกล้าแข็งแรง สามารถเติบโตเองได้ และขยายสู่การแบ่งปันในสังคม ” ดร.อดิศวร์ กล่าว

แบรนด์ NALANA สแน็คบ็อกซ์ลวดลายพิเศษ ยกระดับของฝากจ.น่าน

ปิยภรณ์ บัวทอง โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคาร จ.น่าน  ตัวแทนจากแบรนด์ NALANA เล่าว่า แนวคิดในการสร้างสแน็คบ็อกซ์ลวดลายเชื่อมโยงเอกลักษณ์จ.น่าน เพื่อยกระดับกล่องบรรจุภัณฑ์ ภายในกล่องจะบรรจุขนมขึ้นชื่อของจ.น่าน 6 ชนิดจากหลายหลากหลายอำเภอ โดยก่อนจะสร้างแบรนด์ก็ได้เรียนรู้กระบวนคิด การวางแผนในการทำธุรกิจจากหลักสูตรภายในแคมป์ ไม่ว่าจะเป็นการบริหารเงินทุนจำนวน 50,000 บาท โดยมีแผนการตลาด 80% จะใช้ในการผลิตและพัฒนาสินค้า เช่น การติดต่อซัพพลายเออร์ และโรงพิมพ์ อีก  20% เพื่อทำการตลาด โดยมีการฝากขายหน้าร้านขายของฝาก และช่องทางออนไลน์ ซึ่งแบรนด์ได้ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 60,000 บาท แต่ในระยะเวลา 30 วัน สามารถทำผลกำไร 56,000 บาท ทางทีมก็มีความพึงพอใจอย่างมาก และคิดว่าสิ่งที่ได้เรียนรู้ในแคมป์สามารถนำไปต่อยอดได้จริง

 คุกกี้แบรนด์ Ten Bites จากวัตถุดิบเอกลักษณ์ของแต่ละชาติพันธุ์ในจ.น่านมาทำ

ปุณญาวีร์ โนแก้ว โรงเรียนปัว ตัวแทนทีมแบรนด์  มะมื่นบัตเตอร์ บอกว่า หลักสูตรเพาะพันธุ์ปัญญาแคมป์เป็นการเรียนรู้ที่ไม่มีสอนในห้องเรียน แต่กระบวนการสอนต่างๆไม่ว่าจะเป็นการคิดอย่างเป็นระบบ ความกล้าในการแสดงออก การมองสิ่งต่างๆรอบตัว และนำมาสร้างธุรกิจ ซึ่งช่วยเปิดมุมมองจากสิ่งที่เราไม่คิดว่าจะทำได้จริง ให้กล้าลงมือทำ เจ็บจริง และเจ๊งจริง แม้ว่าในการทำธุรกิจครั้งนี้จะขาดทุน แต่สิ่งสำคัญคือการได้ทำจริงๆ เรียนรูจริงๆ และสามารถนำมาประยุกต์วางแผนต่อยอดได้กับวิชาต่างๆ รวมไปถึงในชีวิตประจำวัน

 แบรนด์ มะมื่นบัตเตอร์ จากการแปรรูปผลมะมื่นจากป่าน่าน


เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

การเคหะแห่งชาติ ร่วมทีม พม. ฟื้นฟูบ้านเรือนผู้ประสบอุทกภัยอำเภอปัว คืนความมั่นคงและคุณภาพชีวิตแก่ประชาชน

นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ มอบหมายให้นายคมสัน พิลาสมบัติ รองผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ พร้อมด้วยนายธีระวัฒน์ สุมังคโล ผู้ช่วยผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ และผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง

'เจเศรษฐ์' ลั่นมหาดไทยรับมือภัยพิบัติในอนาคตได้แน่คุยกรณีน่านรัฐถึงก่อนอาสาสมัคร!

'เจเศรษฐ์' แจง มท.รับมือภัยพิบัติในอนาคตได้แน่นอน ทั้งเผชิญเหตุ -ฟื้นฟู เยียวยา โวน้ำท่วม จ.น่าน รัฐเข้าถึงพื้นที่ก่อนอาสาสมัคร

“ทส.หนึ่งเดียว” ผนึกกำลังช่วยผู้ประสบอุทกภัยน่าน ส่งถุงยังชีพ–อาหารทางอากาศ เข้าถึงพื้นที่ถูกตัดขาด เร่งสำรวจพื้นที่เสี่ยงดินถล่ม

วันนี้ (24 สิงหาคม 2569) พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมวางแผนช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน ณ ห้องประชุมสนามบินน่านนคร โดยบูรณาการการทำงานภายใต้แนวทาง “ทส.หนึ่งเดียว” ผนึกกำลังหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

นายก “อนุทิน” ลุยน่าน กำชับทุกหน่วยระดมกำลังช่วยเหลือ-ฟื้นฟู

วันนี้ (23 สิงหาคม 2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

เศร้า! เจ้าหน้าที่ ‘เพื่อนพึ่ง (ภาฯ)’ เสียชีวิตกะทันหัน หลังลุยช่วยน้ำท่วมน่าน

สุดเศร้า “ศุภมงคล รัตนจิตร” เจ้าหน้าที่มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เสียชีวิตกะทันหันในวัย 47 ปี หลังลงพื้นที่ จ.น่าน ร่วมภารกิจ