ถอดบทเรียนแก้ PM2.5 เอลนีโยเพิ่มฝุ่นปี 67

สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 ปี 2567  มีนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมคาดว่า คนในพื้นที่กรุงเทพฯ และพื้นที่ภาคเหนือของไทย จะเผชิญสภาพอากาศเลวร้าย มีหมอกควันฝุ่นพิษปกคลุมรุนแรงมากขึ้น ผลกระทบจากปรากฎการณ์เอลนีโญ ซึ่งจะทำให้ฝนน้อย และเกิดภาวะแห้งแล้งมากกว่าปกติ โอกาสที่จะเกิดไฟป่าหรือการเผาในที่โล่งแจ้งจากภาคการเกษตรเพิ่มขึ้น 

ปีหน้าคนไทยต้องเตรียมรับมือปัญหามลพิษทางอากาศที่หนักหน่วงอีกครั้ง และหากย้อนไป 10 ปี ที่ผ่านมา ชีวิตของคนไทยเปื้อนฝุ่นพิษ โดยเฉพาะกรุงเทพฯ และ 8 จังหวัดภาคเหนือ  มีค่าฝุ่นละออง PM 2.5 สูงกว่าค่ามาตรฐานฝุ่นละออง PM 2.5 ในบรรยากาศโดยทั่วไปมาอย่างต่อเนื่อง วันที่อากาศสะอาดน้อยลงแนวโน้มพุ่งขึ้น  ส่งผลให้ประชาชนต้องประสบกับปัญหามลพิษทางอากาศที่รุนแรงต่อสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ข้อมูลของแหล่งกำเนิดฝุ่นในไทยระบุว่า ส่วนใหญ่มาจากการเผาในพื้นที่โล่ง ขณะที่ภาคขนส่ง ภาคอุตสาหกรรม เป็นสัดส่วนรองลงมา

แม้ ครม. เห็นชอบแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง” พ.ศ. 2562 – 2567 เพื่อใช้เป็นแนวปฏิบัติในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองภาพรวมของประเทศและในพื้นที่วิกฤต รวมถึงมีการปรับค่ามาตรฐานฝุ่นพิษ PM2.5 ปีที่ผ่านมา แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องมีแผนดำเนินงานที่เข้มข้นมากขึ้น นอกจากนี้จะวางแนวทางบรรเทาฝุ่นพิษที่หนักปีหน้าอย่างไรบ้าง

เหตุนี้ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ศูนย์วิชาการเพื่อขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ กรุงเทพมหานครและภาคีเครือข่าย จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อสรุปผลการดำเนินงานและถอดบทเรียนการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง PM 2.5 ปีงบประมาณ 2566 ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เมื่อวันก่อน

กัญชลี นาวิกภูมิ รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า การจัดประชุมสรุปผลและถอดบทเรียนฝุ่น PM2.5 ที่ผ่านมา 3 ครั้ง  1. มิติการเผาในที่โล่งโดยเฉพาะอ้อย ที่ จ.ขอนแก่น 2. มิติหมอกควันข้ามพรมแดน ที่ จ.เชียงราย 3. มิติการเผาในที่โล่งโดยเฉพาะข้าวที่จ.พระนครศรีอยุธยา มีข้อเสนอแนะจำนวนมาก ทั้งด้านกฎหมายและกฎระเบียบ เช่น การเปลี่ยนจากกำหนดวัน D-Day ห้ามเผา เป็นการบริหารการเผาตามช่วงเวลาและพื้นที่ กำหนด KPI จากพื้นที่ที่สอดคล้องกับทิศทางนโยบายของรัฐบาล มีศูนย์ขับเคลื่อนเรื่องฝุ่นโดยตรง เพิ่มสิทธิประโยชน์ให้ภาคเอกชนสามารถส่งเสริม หรือช่วยเหลือเกษตรกรทำการเกษตรที่ไม่เผา ข้อตกลงทางการค้าด้านสิ่งแวดล้อม การปรับวิถีอาเซียนเรื่องภัยพิบัติสิ่งแวดล้อมข้ามแดน การใช้กลไกบ้านพี่เมืองน้อง การสื่อสารที่เข้าใจง่าย เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย สื่อสารตลอดทั้งปี รวมถึงการจัดทำห้องปลอดฝุ่นในระดับชุมชน โดยเน้นกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มเปราะบาง การจัดหาสินค้าที่มีมาตรฐานและราคาไม่แพง โดยกรมควบคุมมลพิษจะสรุปผลนำไปสู่การพิจารณาในการจัดทำมาตรการในการจัดการฝุ่นละออง PM2.5 อย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

พรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า กทม.ประสานความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น  PM2.5 จากแหล่งกำเนิดในพื้นที่กรุงเทพฯ พร้อมยกระดับมาตรการการดำเนินงานแก้ไขปัญหา PM2.5 อย่างต่อเนื่อง มีการทบทวนปรับปรุงร่างแผนฯ ประจำปี 2567 เพื่อเตรียมขับเคลื่อนมาตรการฝุ่นกับทุกภาคส่วน เดินหน้าแก้ไขปัญหาและดูแลสุขภาพประชาชนเมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ กทม. ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ค้นหาต้นตอฝุ่นในพื้นที่กรุงเทพฯ พบว่า มีสาเหตุหลักมาจากรถยนต์ รองลงมา การเผาในที่โล่ง จึงร่วมกับหน่วยงานในสังกัด สำนักงานเขต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้นวัตกรรมขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาเชิงรุก ติดตามแจ้งเตือนสถานการณ์ฝุ่นละอองล่วงหน้า 7 วัน ด้วยการบูรณาการข้อมูลกับกรมควบคุมมลพิษ ทำงานร่วมกับ สสส. สร้างความตระหนักรู้และเปลี่ยนแปลงพฤติกรรรมให้กับประชาชน พร้อมสื่อสารสาธารณะเพื่อให้สามารถวางแผนการทำงาน หรือหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมในพื้นที่ที่ค่าฝุ่นสูง

“ คนกรุงเทพฯ สามารถมีส่วนร่วมด้วยการแจ้งปัญหาผ่านทาง Traffy Fondue ร่วมมือแก้ฝุ่น  PM2.5 จากต้นตอ เช่น กควบคุมมลพิษจากยานพาหนะ การก่อสร้าง โรงงาน สถานประกอบการ การเผาชีวมวลจากการเกษตร การเผาในที่โล่ง รวมถึงรู้จักวิธีป้องกันตนเองจากฝุ่นพิษ   กทม.จะเตรียมพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุขรองรับให้บริการผู้ที่ได้รับผลกระทบทางสุขภาพจากฝุ่น PM2.5 “ พรพรหม กล่าว

ด้าน ดร.ชาติวุฒิ วังวล ผอ.สำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ สสส. กล่าวว่า สหประชาชาติ ประกาศให้มลพิษทางอากาศเป็น 1 ใน 5 ปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ สสส. ขับเคลื่อนการทำงานป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างเร่งด่วน ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งระดับระดับท้องถิ่น ระดับประเทศ และนานาชาติ เน้นรณรงค์ป้องกันปัญหาจากต้นเหตุ และป้องกันปัญหาสุขภาพที่เกิดจากฝุ่น PM2.5 การถอดบทเรียนเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษฝุ่น PM2.5 กำหนดดำเนินการ 4 ครั้ง ใน 4 ภูมิภาคที่มีแหล่งกำเนิดฝุ่นละอองที่แตกต่างกัน เพื่อรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไข PM2.5 อย่างแท้จริง ทั้งจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาสังคม ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญมหาวิทยาลัย ภาคเอกชน รวมถึงประชาชนกลุ่มเปราะบาง เพื่อให้ได้ข้อมูลอย่างรอบด้าน นำมาสังเคราะห์และส่งต่อไปยังกรมควบคุมมลพิษ เป็นการปรับแผนให้สอดคล้องกับค่ามาตรฐานฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอนใหม่ ที่กำหนดไว้เฉลี่ย 24 ชั่วโมงต้องไม่เกิน 37.5 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตรด้วย ซึ่งเป็นการปรับปรุงค่ามาตรฐานฝุ่น PM2.5 ในรอบ 15 ปี

 “ นอกจากแผนระดับชาติแล้ว สถานการณ์สภาพอุตุนิยมวิทยาในปัจจุบันที่เริ่มพัฒนาเข้าสู่ปรากฏการณ์เอลนีโญ ส่งผลเกิดความแห้งแล้ง อาจทำให้สถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น มีความจำเป็นต้องสรุปผลการดำเนินงาน ปัญหา อุปสรรค ถอดบทเรียน และทบทวนมาตรการ แนวทางการดำเนินงานตามแผนต่างๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และเตรียมความพร้อมกับค่ามาตรฐานคุณภาพอากาศและดัชนีคุณภาพอากาศใหม่ ” ดร.ชาติวุฒิกล่าว

นอกจากเวทีถอดบทเรียนแก้ปัญหาฝุ่นพิษของหน่วยงานรัฐ กทม. และภาคีแล้ว ก่อนหน้านี้ ภาคประชาขน มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม กรีนพีซ ประเทศไทย มูลนิธิบูรณะนิเวศ สภาลมหายใจเชียงใหม่ สภาลมหายใจ-ภาคเหนือ ร่วมกันยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง ต่อ  3 หน่วยงานภาครัฐ คือ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะหน่วยงานผู้รับผิดชอบหลัก  เมื่อ 22 มี.ค.2565 เพื่อให้หน่วยงานรัฐปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศจากฝุ่นละออง PM2.5 และคุ้มครองสิทธิการดำรงชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีและปลอดภัยต่อสุขภาพของประชาชน 

ต่อมา วันที่ 29 ส.ค. 2566 ที่ผ่านมา ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาคดีให้กระทรวงอุตสาหกรรมเร่งจัดทำทำเนียบการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษ (Pollutant Release and Transfer Register) หรือเรียกว่า PRTR ภายใน 60 วันนับแต่คดีถึงที่สุด และพิพากษายกฟ้องในประเด็นการออกหรือแก้ไขประกาศกำหนดค่ามาตรฐานสารเจือปน ฝุ่น PM2.5 ในอากาศที่ระบายออกจากโรงงานสู่สิ่งแวดล้อมให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล เนื่องจากเป็นอำนาจของฝ่ายปกครองในการพิจารณาที่ศาลไม่อาจก้าวล่วง

สำหรับประเด็นการปรับค่ามาตรฐานฝุ่น PM2.5 ในบรรยากาศทั่วไปให้เป็นไปตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก (WHO) ศาลเห็นว่าคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติได้ปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าจริง แต่เนื่องจากได้มีการประกาศปรับค่ามาตรฐานแล้วในระหว่างการพิจารณาของศาลเมื่อ 8 ก.ค. 2565 หลังจากภาคประชาชนฟ้องเร่งรัดคดีนี้เพียง 3 เดือน ศาลจึงไม่จำเป็นต้องกำหนดคำบังคับในประเด็นนี้ 

แม้ว่าศาลปกครองจะมีคำพิพากษาคดี ภาคประชาชนชนะในเบื้องต้น แต่จากนี้ยังต้องติดตามการทำงานของหน่วยงานรัฐต่อไป เพราะสุขภาพประชาชนถูกทำลายจากการสูดฝุ่นพิษทุกวินาที

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จ่อแจ้งข้อหาเพิ่ม 'โชเฟอร์รถเมล์' ตร.รับเจ้าภาพล้อมคอกป้องเหตุซ้ำ

ตร. จ่อแจ้งข้อหาเพิ่ม 'โชเฟอร์รถเมล์' ยันลุยสอบผู้เกี่ยวข้องอย่างละเอียด พร้อมแอ่นอกรับเป็นเจ้าภาพ ยกเครื่องระบบป้องกันถนนจุดตัดผ่านรถไฟ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก

ตึกสูง กทม. สะเทือน! แผ่นดินไหวเมียนมา ขนาด 5.3

กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่าเมื่อเวลา 09.05 น. เกิดเหตุแผ่นดินไหว ใกล้ชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศเมียนมา ขนาด 5.3 ลึก 10 กิโลเมตร โดยจุดศูนย์กลางอยู่ห่างจากกลุ่มรอยเลื่อนสะกาย

'ดร.ดวงฤทธิ์' ฟันธง! เลือกตั้งเมืองหลวง 'สก.' 50 เก้าอี้ 'พรรคส้ม' ไม่แลนด์สไลด์แบบ 'สส.'

หัวหน้าทีมกลุ่มคนทำงาน เชื่อเลือกสก.50 เก้าอี้ พรรคส้มไม่แลนด์สไลด์แบบเลือกสส. เน้นนโยบาย เข้าไปแก้ข้อบัญญัติกทม.ปลดล็อกการทำมาหากินของคนเมืองหลวง  

ไอเดีย 'เต้' ทางลอดใต้ทางรถไฟบริเวณสี่แยก ตัดปัญหารถติดสะสม-อุบัติเหตุรุนแรง

มงคลกิตติ์ ประธานกลุ่มกรุงเทพบินได้ เสนอไอเดียแก้ปัญหารถไฟชนรถเมล์ หรือชนอะไรก็ตาม โดยทางลอดใต้ทางรถไฟบริเวณสี่แยก

'อดีตผบช.น.' ลงชิงเก้าอี้ 'ผู้ว่าฯกทม.' เล็งเปิดตัวทีมงานกลางสัปดาห์ รอปิดดีลสังกัดพรรคหรืออิสระ

ชาญเทพ-อดีตผบช.น.  คุยปิดดีลพรรคเศรษฐกิจ ชิงผู้ว่าฯกทม.เย็นนี้ รอเปิดตัวทีมรองผู้ว่าฯ-ทีมผู้สมัครสก. กลางสัปดาห์ ลั่นหากเข้าไปบริหารกรุงเทพ รับจบปัญหารถไฟชนรถเมล์

'ดร.โจ' เปิดนโยบายดูแล 'สัตว์เลี้ยง' ที่ดีกว่าสำหรับคนกรุง วันอาทิตย์นี้

นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร หรือ “ดร.โจ" ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า สัตว์เลี้ยงก็ครอบครัวนะ พาน้องๆ มาถกนโยบายสัตว์เลี้ยงสำหรับคนกรุงเทพกับ โจ ชัยวัฒน์ อาทิตย์ที่ 17 พ.ค. นี้