"นายกฯ" ร้อนใจข้ามประเทศภัยน้ำท่วมน่าน ต่อสายตรง "ดร.เชน" ดูแลพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว ย้ำดูแลอาหารการกินผู้ประสบภัยให้เต็มที่ อย่าให้ซ้ำรอยหาดใหญ่ "ยศชนัน" นั่งแท่นคุมสถานการณ์ ส่งหนังสือด่วนที่สุด สั่งการ 3 จังหวัดภาคเหนือ "น่าน-พะเยา-ลำพูน" รับมืออุทกภัย-น้ำป่าไหลหลาก สั่งสแตนด์บาย KA-32 – แจ้งเตือนผ่าน Cell Broadcast 24 ชม. ขณะที่ "ปลัดมท." ชี้นายกฯ สั่งเด็ดขาด ห้ามมีผู้เสียชีวิตสังเวยน้ำท่วมรอบนี้ "ศุภมาส" คุมสื่อรัฐเกาะสถานการณ์ต่อเนื่อง สลด! น้ำป่าซัดน่านดับ 1 ราย เป็นผู้ป่วยติดเตียงหนีไม่พ้น "ปภ." อัปเดตน้ำปัวลด มวลน้ำเตรียมไหลสู่ท่าวังผา ด้าน "ทหารม้า" พร้อมลุยน้ำช่วย ปชช.
เมื่อวันพุธ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แสดงความห่วงใยสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน จากประเทศออสเตรเลียว่า ขณะนี้รับทราบสถานการณ์จากปลัดกระทรวงมหาดไทยแล้ว ซึ่งได้มีการสั่งการให้หน่วยราชการทุกหน่วยงานระดมช่วยเหลืออย่างเต็มที่
นายกฯ ระบุว่า ขณะเดียวกันได้โทรศัพท์พูดคุยกับนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะกำกับดูแลพื้นที่ภาคเหนือ ว่าได้ส่งทีมงานลงพื้นที่ และนายยศชนันเองก็จะลงพื้นที่ด้วยตัวเอง
นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า ได้โทรศัพท์คุยกับรองผู้ว่าราชการจังหวัดน่านแล้ว ซึ่งขณะนี้ได้มีการประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นการให้ความช่วยเหลือต่างๆ ก็จะสามารถดำเนินการได้ตามระเบียบ ไม่ต้องมาผ่านส่วนกลาง ส่วนเรื่องศูนย์พักพิงก็ได้จัดตั้งขึ้นแล้ว
“ผมได้เน้นย้ำว่าต้องดูแลพี่น้องประชาชนให้เต็มที่ อาหารการกิน เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค โดยเฉพาะอาหาร อย่าให้เหมือนตอนน้ำท่วมหาดใหญ่ ที่มีข้าวเต็มกล่องแต่ปีกไก่อยู่ 2 ชิ้นเล็กๆ แบบนี้ไม่เอา แต่ภาพรวมการช่วยเหลือ ขณะนี้ทุกภาคส่วนถือว่าทำอย่างเต็มที่ รวมถึงกองทัพก็ได้เข้ามาช่วยเหลืออย่างเต็มที่เช่นเดียวกัน แม้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ก็ยังมีความกังวล เพราะขณะนี้อยู่ระหว่างมาปฏิบัติราชการที่ออสเตรเลีย ผมขอส่งกำลังใจให้ประชาชนชาวน่านที่ประสบภัยทุกคน” นายกฯ ระบุ
นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องถนนที่ถูกตัดขาด เรื่องนี้ก็มีหน่วยงานที่รับผิดชอบเข้ามาดูแลอยู่แล้ว ซึ่งนายยศชนันก็สามารถสั่งการบูรณาการได้เลย สำหรับเรื่องของการเยียวยา เงินช่วยเหลือต่างๆ ก็เป็นไปตามระเบียบอยู่แล้ว หากน้ำท่วมติดต่อกัน 3 วัน ก็ได้รับการเยียวยา ทั้งรายครอบครัว รวมถึงเรื่องของงบประมาณซ่อมแซมบ้านเรือนด้วย
ทั้งนี้ นายอนุทินโพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัวด้วยว่า นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำรองนายกรัฐมนตรี กำลังเข้าไปในพื้นที่จังหวัดน่าน รัฐบาลได้สั่งการให้ระดมความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วนเพื่อคลี่คลายสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากและให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ครับ ขอส่งความห่วงใยและกำลังใจไปยังพี่น้องประชาชนที่จังหวัดน่านทุกคน
งัด 8 มาตรการดูแล
ขณะที่นายยศชนัน ในฐานะประธานกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ ได้ลงนามในหนังสือด่วนที่สุด ที่ มท 0608/ว 14555 ส่งถึงผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน จังหวัดพะเยา และจังหวัดลำพูน เพื่อสั่งการเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนืออย่างครอบคลุมทุกมิติ ทางคณะกรรมการฯ จึงกำหนด 8 มาตรการสำคัญ ให้ทั้ง 3 จังหวัดเร่งดำเนินการทันที ดังนี้
1.เฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์ใกล้ชิด: ประสานข้อมูลพื้นที่ต้นน้ำและจังหวัดข้างเคียง เพื่อคาดการณ์แนวโน้มและแจ้งเตือนได้ทันท่วงที โดยเน้นย้ำพื้นที่เกิดอุทกภัยซ้ำซาก ชุมชนหนาแน่น พื้นที่เศรษฐกิจ แหล่งท่องเที่ยว และเส้นทางคมนาคมสำคัญ
2.ยกระดับระบบแจ้งเตือนภัย รวดเร็ว-แม่นยำ: บูรณาการข้อมูลวิเคราะห์แจ้งเตือนผ่านระบบ Cell Broadcast พร้อมสั่งการผ่านช่องทางสื่อสารจังหวัด อำเภอ ท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน เพื่อให้ประชาชนมีคำแนะนำและปฏิบัติตามได้ทันที
3.เตรียมพร้อมกำลังพล-เครื่องจักรกล-เฮลิคอปเตอร์ KA-32: จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ เรือ และเครื่องสูบน้ำ ประจำจุดเสี่ยงล่วงหน้า พร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงสแตนด์บายเฮลิคอปเตอร์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (KA-32) สำหรับภารกิจอพยพผู้ประสบภัยและส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ในพื้นที่เข้าถึงยาก
4.จัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราว: ให้มีความพร้อมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวก อาหาร น้ำดื่ม ระบบดูแลสาธารณสุข ตลอดจนโรงครัวประกอบอาหารและวัตถุดิบที่เพียงพอ
5.ประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง: แจ้งเตือนระดับน้ำในแม่น้ำ ลำน้ำ จุดเสี่ยงลุ่มต่ำ รวมถึงผู้ประกอบการแพ ร้านอาหาร ประชาชนริมน้ำ และนักท่องเที่ยวที่กำลังเดินทางเข้าพื้นที่
6.ตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ เร่งช่วยกลุ่มเปราะบาง: หากเกิดสถานการณ์ ให้ตั้งศูนย์บัญชาการเพื่อสั่งการและระดมสรรพกำลัง โดยให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรก ผ่านการประสานงานกับ พมจ. เพื่ออัปเดตข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน
7.เร่งรัดการฟื้นฟูเยียวยา: สำรวจและทำบัญชีความเสียหาย เพื่อจ่ายเงินช่วยเหลือตามนโยบายรัฐบาล และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2568 ด้วยความรวดเร็ว ทั่วถึง และเป็นธรรม
8.ผนึกกำลังกระทรวง อว.ประจำจังหวัด: ประสานหน่วยงานสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในพื้นที่ เพื่อสนับสนุนการรับมืออุทกภัย การขนย้ายสิ่งของ และการทำความสะอาดฟื้นฟูหลังน้ำลดตลอด 24 ชั่วโมง
สแตนด์บายเรือ-KA32
ด้านนายเจเศรษฐ์ระบุว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ตั้งศูนย์บัญชาการที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม และให้ทาง ปภ.จังหวัดเปิดศูนย์บัญชาการในพื้นที่ และสั่งระดมเครื่องมือ เครื่องจักร ลงไปช่วยในพื้นที่ที่ประสบภัยแล้ว ทั้งจากจังหวัดลำปางและชัยนาท โดยยังมีพื้นที่เสี่ยงเพิ่มอีก เช่น อำเภอวังผา โดยได้สั่งการกรม ปภ.และหน่วย ปภ.ภาคเหนือตอนล่าง เร่งนำเรือเจ็ตสกี เรือท้องแบนทั้งหมดไปที่จังหวัดน่านโดยเร่งด่วน พร้อมสั่งการเฮลิคอปเตอร์ KA32 ไปประจำ สแตนด์บายช่วยเหลือพื้นที่น่าน และให้ประสานทางหลวง ตำรวจ อาสาสมัครในพื้นที่ จัดรถนำทางยานพาหนะเครื่องมืออุปกรณ์เข้าพื้นที่โดยด่วน โดยเฉพาะรถผลิตน้ำดื่ม โรงครัว เครื่องไม้เครื่องมือ อุปกรณ์กำลังพล และหากจังหวัดน่านต้องการรับการสนับสนุนสิ่งใดเพิ่มเติม ขอให้รีบประสานเพื่อขนย้ายจัดส่งโดยด่วน และให้กรม ปภ.ติดตามสถานการณ์ 24 ชั่วโมง ถ้ากรณีที่ฝนยังตกต่อเนื่องคาดว่าน่าจะมีพื้นที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติม
“ล่าสุด กปภ.สาขาท่าวังผา รายงานสถานการณ์ ณ เวลา 13.00 น. พบว่า หน่วยบริการปัวหยุดผลิตและหยุดจ่ายน้ำ เนื่องจากสถานีสูบน้ำแรงต่ำน้ำขว้างถูกน้ำท่วม ไม่สามารถเข้าตรวจสอบความเสียหายได้ ขณะที่สถานีสูบน้ำบ้านแหลงถูกน้ำล้อมรอบ ยังไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้เช่นกัน” นายเจเศรษฐ์ระบุ
ด้านนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย สั่งการจังหวัดน่าน นำความห่วงใยและข้อสั่งการของนายอนุทิน หากคาดว่าน้ำจะเพิ่มขึ้นในจุดไหน ต้องรีบแจ้งเตือนประชาชนแล้วเร่งอพยพจากบ้านเรือนให้เร็วที่สุด "ห้ามมีผู้เสียชีวิตจากอุทกภัยครั้งนี้"
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า เรื่องผลกระทบจากน้ำท่วมทำให้เสาไฟฟ้าแรงสูงล้ม ส่งผลให้ประชาชนกว่า 27,000 รายไม่มีไฟฟ้าใช้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้เร่งกู้ระบบและเตรียมรถปั่นไฟสำรองลงพื้นที่ โดยเน้นจ่ายไฟให้โรงพยาบาล และศูนย์อพยพก่อนเป็นอันดับแรก นอกจากนี้ ปภ.ยังได้ประสานเครือข่ายโทรศัพท์มือถือทั้ง True, AIS และ NT จากกระทรวงดิจิทัลฯ เพื่อให้การสื่อสารในศูนย์อพยพ และการติดต่อในพื้นที่ประสบภัยไม่สะดุด พร้อมทั้งเตรียมเครื่องจักรกลเข้าฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลดทันทีนอกจากการช่วยเหลือในภาคเหนือแล้ว ทาง ปภ.ยังได้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างใกล้ชิด เนื่องจากคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักไปจนถึงวันที่ 21 สิงหาคม
3 อำเภอปัววิปโยค
นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน รายงานว่า จากสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากและฝนตกหนัก ส่งผลกระทบต่อพื้นที่จังหวัดน่าน 3 อำเภอ คือ ปัว แม่จริม และสันติสุข โดยเฉพาะอำเภอปัว มีพื้นที่ได้รับผลกระทบที่ตำบลปัว ตำบลศิลาแลง ตำบลวรนคร ตำบลศิลาเพชร (บางส่วน) ตำบลแยง (บางส่วน) ตำบลอวล และตำบลสถาน รวม 9 ตำบล 35 หมู่บ้าน 8,000 ครัวเรือน ประชาชนประมาณ 16,000 คน ถนนขาด 5 เส้นทาง มีศูนย์อพยพเบื้องต้น 10 จุด อาทิ หอประชุมอำเภอปัว โรงเรียนชุมชนศิลาเพชร อบต.ศิลาเพชร หอประชุมเทศบาลตำบลปัว โดยขณะนี้มีหน่วยทหารและหน่วย ปภ. กองร้อย อส.จ.น่านที่ 1 มูลนิธิสว่าง มูลนิธิเพชรเกษม กระจายกำลังไปยังพื้นที่ที่ขอรับความช่วยเหลือ สำหรับผู้ที่ติดในบ้าน ตอนนี้หน่วยทหารกำลังระดมพื้นที่เข้าช่วยเหลือ โดยเฉพาะพื้นที่บ้านร้อง มีกำลังพลประมาณ 70-80 นาย คาดว่าจะอพยพประชาชนออกได้ภายใน 1-2 ชั่วโมง
"วันพรุ่งนี้น้ำจะไหลไป อ.ท่าวังผา และ อ.เมืองน่าน และในวันรุ่งขึ้น (21 ส.ค.69) จะไหลไปที่ อ.เวียงสา โดยในห้วงวันพฤหัสฯ และวันศุกร์นี้ (20-21 ส.ค.69) อ.เมืองน่าน และ อ.เวียงสา ต้องเฝ้าระวังสูงสุด โดยเทศบาลในพื้นที่ แจ้งเตือนประชาชนได้ยกของขึ้นที่สูง เตรียมความพร้อมแล้ว" นายบรรจงระบุ
นายบรรจงระบุว่า สมาคมกีฬาเจ็ตสกีแห่งประเทศไทยฯ ได้ส่งกำลังคนนักกีฬาเจ็ตสกีและเรือเจ็ตสกี รวม 8 ลำ โดยมีคุณเปิ้ล นาคร เป็นผู้บัญชาการ ซึ่งกำลังเดินทางจากกรุงเทพมหานครไปยังพื้นที่ในตอนนี้
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า วันนี้ได้ยกเลิกภารกิจภายในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทั้งหมด เพื่อเดินทางพร้อมผู้บริหารที่เกี่ยวข้องไปติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดน่าน และเตรียมมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรและประชาชนทันที ทั้งการช่วยขนย้ายสิ่งของและสัตว์เลี้ยง ลดความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตร รวมถึงเตรียมเสบียงสัตว์ ยา และเวชภัณฑ์
น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ และบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ระบุว่า มอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม จังหวัดน่าน (Joint Information Center หรือ JIC น่าน) เป็นกลไกการสื่อสารในภาวะวิกฤต ทำงานบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนรับทราบสถานการณ์ที่ถูกต้อง แม่นยำ และป้องกันความสับสนจากข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน
“กำชับให้บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เกาะติดสถานการณ์ รายงานทุกช่วงข่าว และส่งทีมสนับสนุนการดำเนินงานประชาสัมพันธ์ในพื้นที่ โดยเฉพาะข้อมูลจากศูนย์ JIC น่าน ซึ่งจะอัปเดตแจ้งเตือนสถานการณ์วันละ 2 รอบ เวลา 10.00 น. และ 16.00 น. พร้อมแจ้งเตือนทันทีเมื่อเกิดฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม รวมถึงข้อมูลการให้ความช่วยเหลือ ทั้งการเคลื่อนย้ายไปยังศูนย์อพยพและการดูแลด้านสาธารณสุข” น.ส.ศุภมาสระบุ
ทหารม้าลุยดูแล ปชช.
จ.น่าน เทศบาลเมืองน่านขอให้ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองน่านที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะชุมชนที่เคยถูกน้ำท่วมเมื่อปี 2549 และปี 2567 เก็บข้าวของให้พ้นน้ำท่วม เตรียมย้ายยานพาหนะไปไว้ในพื้นที่ที่ปลอดภัย และเตรียมอพยพกลุ่มเปราะบางไปอยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัย
ขณะเดียวกัน หลังได้รับการประสานจากนายอุดม จิตอารี นายก อบต.สถาน ว่า มีประชาชนติดอยู่ภายในบ้านพัก ในพื้นที่ ต.สถาน อ.ปัว ท่ามกลางสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก ชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัย ร้อย ตชด.325 เร่งประเมินสถานการณ์ วางแผนเส้นทางและยุทธวิธี เพื่อเข้าช่วยเหลือประชาชนจำนวน 3 ราย ได้แก่ ชาย 1 ราย หญิง 1 ราย และเด็กหญิง 1 ราย ออกจากพื้นที่อย่างปลอดภัย
พล.ต.บุญญฤทธิ์ เกษตรเวทิน ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 และผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 38 จัดกำลังพลชุดปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัยจากกองพันทหารม้าที่ 2 กรมทหารม้าที่ 10 ลงพื้นที่อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน เร่งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลาก หลังฝนตกหนักต่อเนื่องตลอดคืน ส่งผลให้แม่น้ำน่านเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในหลายพื้นที่
ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 และผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 38 จึงได้จัดกำลังพลชุดปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัยจากกองพันทหารม้าที่ 2 กรมทหารม้าที่ 10 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่อำเภอท่าวังผา ลงพื้นที่ประสบภัย เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชน
สำหรับการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 38 ได้จัดกำลังพลพร้อมยุทโธปกรณ์เข้าพื้นที่อย่างเร่งด่วน โดยมุ่งเน้นการเข้าถึงพื้นที่ที่ประสบภัย การให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงการติดตามระดับน้ำและสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที หากสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น สำหรับเบอร์โทร. ศบภ.มทบ.38 คือ 0-54 71-8070, 0-5471-8071 สามารถแจ้งขอรับความช่วยเหลือได้
ส่วนกองบัญชาการกองทัพไทย โดยหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ส่งชุดบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่เร็ว จากหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 31 สำนักงานพัฒนาภาค 3 พร้อมกำลังพลและยานพาหนะ เข้าพื้นที่บ้านถ่อน ตำบลจอมพระ อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน อย่างเร่งด่วน ทันทีที่เข้าถึงพื้นที่ กำลังพลได้เร่งช่วยเหลืออพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยง เคลื่อนย้ายสิ่งของและเครื่องใช้ที่จำเป็นไปยังพื้นที่ปลอดภัย พร้อมเฝ้าระวังระดับน้ำและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที
เวลา 15.00 น. ปภ.อัปเดตสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดน่าน ระบุว่า ปัจจุบันระดับน้ำในอำเภอปัวลดลง ซึ่ง ปภ.และหน่วยงานด้านการพยากรณ์และด้านบริหารจัดการน้ำได้ร่วมวางแผนรับมือ ทั้งนี้ มวลน้ำจากอำเภอปัวจะไหลไปยังอำเภอท่าวังผา จากนั้นจะไหลเข้าสู่อำเภอเมืองน่าน ก่อนที่จะไหลไปสู่อำเภอเวียงสา และไหลลงสู่เขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งน้ำจากอำเภอปัวจะมีระยะเวลาประมาณ 8-10 ชม. ก่อนที่จะถึงอำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน
ทั้งนี้ ปภ.และพื้นที่ได้ส่งการแจ้งเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast ให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงทราบเพื่อเตรียมรับมือล่วงหน้า โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดน่าน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน คือ นายสินชัย อายุไม่ระบุ หมู่ 8 ตำบลศิลาเพชร อำเภอปัว ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียงอาศัยอยู่กับมารดาเพียง 2 คน โดยในขณะเกิดเหตุฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากอย่างรวดเร็ว ไม่สามารถช่วยเหลือนายสินชัยออกจากบ้านได้ทัน เป็นเหตุให้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งให้การช่วยเหลือและดูแลครอบครัวผู้ประสบภัยอย่างใกล้ชิด
ขณะที่ นายมหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส.ได้จัดทำมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ปี 2569 เพื่อช่วยเหลือและเยียวยา บรรเทาความเดือดร้อน ผู้ที่ได้รับผลลกระทบในพื้นที่ 4 มาตรการ อาทิ พักชำระหนี้นาน 3 เดือน พร้อมลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เหลือ 0% ต่อปี เงินงวดผ่อนชำระ 0 บาท กรณีหลักประกันได้รับความเสียหายรุนแรงจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ พักชำระหนี้นาน 6 เดือน พร้อมลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เหลือ 0% ต่อปี เงินงวดผ่อนชำระ 0 บาท เมื่อครบระยะเวลาให้ความช่วยเหลือ ลูกค้าสามารถกลับไปใช้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้เดิมต่อไป และลูกค้าที่ต้องการกู้เพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัยสามารถเข้าร่วมโครงการสินเชื่อซ่อม-แต่ง และสินเชื่อซ่อม-แต่ง Plus วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 3 แสนบาทต่อราย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
TH-AIPassportทะลุ5แสน อนุทินลั่นไม่ไร้ค่าเฮงกะบ๊วย
เปิดลงทะเบียน TH-AI Passport วันแรก ทะลุ 5 แสน "อนุทิน” โอ่เปิดทางคนไทยใช้ AI ระดับโลก ไม่ใช่โครงการเฮงกะบ๊วย
ปลื้มเยือนออสซี่วินวิน2เด้ง
ยิงสลุต 19 นัด! ต้อนรับ “นายกฯ อนุทิน” เยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ
โรมไล่บี้‘กุนซือหนู’ แฉโยงโกงสอบท้องถิ่น รบ.เย้ยมีผลงานโดนตี
“ศาล รธน.” สั่งสำนักงานศาลฯ ศึกษาข้อมูลปมบาร์โค้ดเพิ่ม เตรียมไต่สวน 26 ส.ค.
ภท.ปัดสนิทวิทยา ตั้งกก.สอบปมโอ๋
“ภราดร” ข้องใจ “ฝ่ายค้าน” เล็งซักฟอก “รัฐบาล” ปมทุจริต
ไม่มีสส.โดนยิงตาย ปธ.สภาตรวจเข้มการันตีเซฟโซน100%/นิรโทษคืนปืนเถื่อน
“ปกรณ์” เผย มท.เสนอคืนปืนเถื่อนโดยไม่ต้องรับผิด ย้ำร้านขายปืนมีส่วนช่วยในการควบคุมเหมือนในต่างประเทศ
‘คลัง’กาง3แผน ดันเศรษฐกิจโต เที่ยวไทยทันต.ค.
“อนุทิน-เอกนิติ” ยังไม่พอใจจีดีพีขยับมาที่ 2.2% นายกฯ บอกโตได้มากกว่านี้

