ทลายแก๊ง “กุมารจีน” สวมสิทธิ์แจ้งเกิด รวบแล้ว 32 ราย เร่งล่าที่เหลือ-จ่อฟันเจ้าหน้าที่รัฐและ รพ.เอกชน 5 แห่งเอี่ยว พร้อมชงยกระดับคดีเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ด้านสถานทูตจีนรับทราบเรื่องและประสานความร่วมมือ ขณะที่ สธ.ฝากเตือน รพ.-คลินิก อย่าเห็นแก่เงินทำลายความมั่นคงชาติ
เมื่อวันที่ 12 ก.ค. สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย โพสต์เฟซบุ๊กกรณีตำรวจไทยได้ดำเนินการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับการได้รับสัญชาติไทยโดยมิชอบด้วยกฎหมาย มีรายงานว่าคดีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับพลเมืองจีนบางราย โดยโฆษกสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยชี้แจงว่า จีนได้รับทราบรายงานข่าวที่เกี่ยวข้องแล้ว จากข้อมูลที่มีการเปิดเผยในรายงานข่าว บุคคลที่เกี่ยวข้องในคดีมีความซับซ้อน โดยผู้กระทำผิดได้สมคบกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยกำลังดำเนินการสอบสวนคดีตามกฎหมาย
รัฐบาลจีนยึดมั่นมาโดยตลอดในการกำชับให้พลเมืองจีนที่อยู่ในต่างประเทศปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับของประเทศที่พำนัก สำหรับการกระทำที่ผิดกฎหมาย จีนยึดหลักการดำเนินการตามกฎหมายและข้อบังคับมาโดยตลอด จีนพร้อมที่จะส่งเสริมการสื่อสารและความร่วมมือกับไทยต่อไป เพื่อร่วมกันรักษาสภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับการไปมาหาสู่กันระหว่างประชาชนและความร่วมมือในทุกสาขาของทั้งสองประเทศ
นายรัฐวิช จิตสุจริตวงศ์ เลขานุการ สำนักการสอบสวนและนิติการ และคณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน หรือ DOPA N.I.C.E. กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีการกวาดล้างขบวนการกุมารจีน หรือแก๊งสวมสิทธิ์แจ้งเกิดบุตรโดยมิชอบด้วยกฎหมายว่า ล่าสุดจับได้แล้ว 32 ราย เหลือ 3 ราย ซึ่งพบว่ามี 1 รายหนีไปต่างประเทศแล้ว (นางเป้าเจียว) ส่วนอีก 2 รายกำลังตามจับกุม
โดยผู้ต้องหาที่จับกุมได้จะถูกนำตัวมาสอบปากคำที่ สน.บางยี่เรือ เพื่อขยายผลว่าเกี่ยวข้องกับใครบ้าง และจ่ายเงินจำนวนเท่าใด จากนั้นจะทำการพิมพ์ลายนิ้วมือและส่งฝากขังต่อศาล โดยทางพนักงานสอบสวนได้ยื่นเรื่องคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาทุกราย เนื่องจากพบว่าพฤติการณ์ของกลุ่มแม่ชาวจีนเริ่มไหวตัวทันและนำลูกหลบหนีออกจากที่พักอาศัย
สำหรับกรณีกลุ่มทุนจีนรายสำคัญอย่างนายเฉิน ยินไล เจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลว่าถูกตำรวจ ปอท. จับกุมไปแล้วตั้งแต่ปี 2567 ในคดีฟอกเงินแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ก่อนขยายผลจากการโอนเงินให้จนพบภรรยาคือนางเป้าเจียว ได้หลบหนีไปต่างประเทศ พร้อมกับลูก 3 คนนานแล้ว โดยในเคสของนางเป้าเจียวนั้น มีนายมนตรี ชาว จ.ลำปาง ทำหน้าที่เป็นพ่อทิพย์ ซึ่งถูกจับดำเนินคดีไปแล้วตั้งแต่ปฏิบัติการย้อนเกล็ดมังกรครั้งก่อนแล้ว
ส่วนรายชื่อบุคคลอื่นๆ เช่น นายปริญญา คาดว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มพ่อทิพย์ที่ทำหน้าที่รับรองบุตรบังหน้าให้กับครอบครัวชาวจีน ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบความเชื่อมโยงอย่างละเอียด เนื่องจากพบพฤติการณ์ของพ่อทิพย์บางรายรับรองบุตรข้ามครอบครัวและสวมสิทธิ์ให้เด็กมากกว่า 1 คน พร้อมเล็งขยายผลโรงพยาบาลเอกชน 4-5 แห่ง เนื่องจากการลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านพักเครือข่ายทุนจีน เจ้าหน้าที่พบเบาะแสสำคัญ โดยบางบ้านตรวจสอบพบเด็กที่ไม่ได้มีชื่อในฐานข้อมูลเดิม
ในส่วนของเจ้าหน้ารัฐย่านฝั่งธนบุรียังพบความผิดชัดเจนเพียงคนเดียว แต่หากพบว่ามีใครร่วมกระทำความผิดอีก ก็จะขยายผลต่อ รวมถึงโรงพยาบาลอื่นๆ พรุ่งนี้ในที่ประชุมหลายหน่วยงานจะมีความชัด เนื่องจากฐานข้อมูลทั้งหมดอยู่ที่กรมการปกครอง ซึ่งก็ต้องมาดูกันอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้จะมีการประชุมของ 6 หน่วยงาน ที่กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 8 โดยหน่วยงานที่จะเข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย ตำรวจ, กรมการปกครอง, กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ, ป.ป.ช., ปปง. และ ป.ป.ท. นอกจากนี้ยังมีการเชิญตัวแทนจากสำนักงานอัยการสูงสุดเข้าร่วมประชุม เพื่อปรึกษาข้อกฎหมายสำคัญ โดยเฉพาะประเด็นการพิจารณาว่าเข้าข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติหรือไม่
ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุขขณะนี้ทราบรายละเอียดในระดับหนึ่ง ทั้งจำนวนสถานพยาบาลที่เกี่ยวข้อง ผู้ประกอบกิจการ ผู้ดำเนินการ รวมถึงข้อมูลพื้นฐานจากการตรวจสอบเบื้องต้น อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นระบบเพื่อนำเสนอต่อผู้บริหารและเตรียมส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงพยาบาลจำนวน 5 แห่ง ภายในสัปดาห์หน้า เพื่อความถูกต้อง ชัดเจน และเชิญผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำตามกระบวนการของพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
“อยากฝากให้ทางโรงพยาบาลหรือคลินิกที่ทำคลอด การที่เราให้ใครมาสวมสิทธิ์เป็นคนไทย จะมีความเสียหายต่อประเทศของเราเป็นอย่างมาก ซึ่งพอสวมสิทธิ์ได้และได้รับสัญชาติ เขาก็จะไปทำเรื่องอื่นมากมาย ที่ทำให้คนไทยทั้งประเทศอาจจะเสียสิทธิ์อะไรหลายอย่าง อย่าเห็นประโยชน์เพียงเล็กน้อย ทำให้เกิดกลไกนี้ขึ้นมา เป็นอันตรายมากต่อความมั่นคงของประเทศเรา” ทพ.อาคมกล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จุดสิ้นสุดของยุคตำนาน สู่การเริ่มต้นของราชายุคใหม่
ตลอดเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา วงการฟุตบอลโลกถูกขับเคลื่อนด้วยชื่อของนักเตะระดับตำนาน ไม่ว่าจะเป็น ลิโอเนล เมสซี, คริสเตียโน โรนัลโด, ลูกา โมดริช หรือ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี แต่ฟุตบอลโลก 2026 กลายเป็นเวทีที่แฟนบอลทั่วโลกเริ่มตระหนักว่า วงการลูกหนังกำลังเข้าสู่ “ยุคเปลี่ยนผ่าน” อย่างแท้จริง
ไม่เชื่อน้ำยารัฐบาลหนู ปราบปรามยาเสพติด!
งามหน้า! คนไทยส่วนใหญ่ไม่เชื่อน้ำยารัฐบาลอนุทินปราบยาเสพติดได้
ชูดัน‘คนนอก’ คุ้ยโกงท้องถิ่น โพลชี้ขรก.รู้ดี
นิด้าโพลพบคนไทยรู้มี "โกงสอบ" เผยช่วงสัมภาษณ์เปิดช่องทุจริตมากสุด
ปชป.คึกถกแก้ท่วม-ติวงานสภา
"อภิสิทธิ์" ติวเข้มลูกพรรค กางยุทธศาสตร์ ปชป. ลุยงานสภาสมัยหน้า
พาเหรดบี้คดีฮั้วสว. ขน‘พยาน’แฉ‘เครือข่าย’ ดักคอกกต.-DSIฟอกขาว
ฝ่ายค้านจัดเวที 2 ปี ฮั้ว สว. นำ “พยาน-อดีต ผช.สว.” เปิดชื่อเครือข่ายการเมืองสีน้ำเงิน-สว.ร่วมขบวนการจัดตั้งที่โรงแรมหวังสกัดสีส้ม
คุก27‘พ่อ-แม่ทิพย์’
ศาลไม่ให้ประกันพ่อทิพย์-แม่ทิพย์ 27 คนนอนคุกจริงไม่ใช่คุกทิพย์ ชี้พฤติการณ์เป็นภัยต่อความมั่นคง ส่วนมหาดไทยสั่งล้อมคอก ให้สำนักทะเบียนทั่วประเทศปรับปรุงมาตรการรับรองบุตร กรณีที่บิดาหรือมารดาเป็นชาวต่างชาติต้องมาแสดงตนต่อเจ้าพนักงานทะเบียน

