‘ฝรั่งเศส’ดวล‘อังกฤษ’ ศึกศักดิ์ศรีของผู้แพ้

ฟุตบอลโลก 2026 ที่ 3 ชาติจากทวีปอเมริกาเหนือร่วมกันเป็นเจ้าภาพ ใกล้จะได้บทสรุปเต็มที หลังได้คู่ชิงชนะเลิศเป็นที่เรียบร้อย โดยเป็นการดวลกันระหว่างแชมป์ยูโร 2024 ทีมชาติสเปน กับแชมป์โกปา อเมริกา 2024 และแชมป์เก่าเมื่อ 4 ปีก่อนอย่าง อาร์เจนตินา แต่ค่ำคืนวันที่ 18 กรกฎาคม หรือตรงกับเช้าตรู่วันที่ 19 กรกฎาคม เวลา 04.00 น. ตามเวลาประเทศไทย มีเกมรอบชิงอันดับ 3 ระหว่าง "ตราไก่" ทีมชาติฝรั่งเศส พบกับ "สิงโตคำราม" ทีมชาติอังกฤษ

จากทีมที่ถูกยกให้เป็นเต็งหนึ่งประจำทัวร์นาเมนต์ กลับถูกทีมชาติสเปนสอนบอลแบบสู้ไม่ได้ในรอบรองชนะเลิศ พ่ายแพ้ไปด้วยสกอร์ 0-2 ทำให้ฝรั่งเศสเสียหน้าเป็นอย่างมาก เพราะเต็มไปด้วยซูเปอร์สตาร์ โดยเฉพาะเกมรุก โดยแมตช์นี้เสมือนเป็นการสั่งลาดิดิเยร์ เดส์ช็องส์ ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นกุนซือใหญ่ของทัพ "ตราไก่" เป็นนัดสุดท้าย ก่อนส่งมอบภารกิจอันใหญ่หลวงให้กับซีเนดีน ซีดาน มาสานงานต่อ

เกมนี้แน่นอนว่าน่าจะมีการโรเตชันนักเตะ ให้โอกาสนักเตะที่ไม่ค่อยได้ลงสนามลงมาสัมผัสบรรยากาศฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายบ้าง แต่คนที่น่าจะได้ลงแน่นอนหนีไม่พ้นคีเลียน เอ็มบัปเป หัวหอกตัวเก่งที่กำลังลุ้นแย่งดาวซัลโว โดยยิงไปแล้ว 8 ประตู เท่ากับลิโอเนล เมสซี ส่วนคนอื่นๆ ในเกมรุก รายาน แชร์กี, เดซิเร ดูเอ และมาร์คุส ตูราม อาจได้ออกสตาร์ท 11 คนแรก ส่วนแผงมิดฟิลด์ ออเรเลียง ชูอาเมนี อาจได้จับคู่กับเอ็นโกโล ก็องเต

ทางฝั่งทีมชาติอังกฤษ คนที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์หนักที่สุดหนีไม่พ้นโธมัส ทูเคิล เฮดโค้ชชาวเยอรมัน ที่เปลี่ยนตัว เปลี่ยนแท็กติก ในเกมกับอาร์เจนตินา รอบรองชนะเลิศ จนทีมคัมแบ็กกลับมาพ่าย ทั้งที่เป็นฝ่ายขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากการส่งกองหลังลงพร้อมกันถึง 6 คน เพราะอยากจะรักษาสกอร์ แต่สุดท้ายล้มเหลวไม่เป็นท่า ทำให้ "สิงโตคำราม" อกหักตกรอบ 4 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลกเป็นครั้งที่ 3 ในประวัติศาสตร์

สภาพความพร้อมของทีมในเกมนี้คาดว่าจะมีการโรเตชันในบางตำแหน่ง โดย ค็อบบี เมนู อาจได้ออกสตาร์ท 11 คนแรกในแผงมิดฟิลด์ โดยจะจับคู่กับเอลเลียตต์ แอนเดอร์สัน ส่วน มาร์คัส แรชฟอร์ด, บูกาโย ซากา และจูด เบลลิงแฮม จะประสานงานเกมรุก โดยใช้ แฮร์รี เคน ยืนเป็นหัวหอกตัวเป้า

สถิติการเจอกันของทั้งสองทีม ฝรั่งเศสเหนือกว่าพอสมควร โดย 5 นัดหลังสุด "ตราไก่" เอาชนะไป 3 นัด "สิงโตคำราม" ชนะ 1 นัด เสมอ 1 นัด ล่าสุดเป็นการดวลกันในฟุตบอลโลก 2022 รอบก่อนรองชนะเลิศเมื่อ 4 ปีก่อน เป็นฝรั่งเศสที่เฉือนชนะไป 2-1

เกมชิงอันดับ 3 ถึงแม้อาจดูไม่มีความหมายเท่าไหร่ แต่ถือเป็นเกมแห่งศักดิ์ศรีที่ไม่ค่อยมีใครยอมใคร แถมยังมีคะแนนในฟีฟ่า แรงกิง รองรับ สองฝ่ายก็คงเล่นกันเต็มที่ แม้จะมีการพักผู้เล่นตัวหลักอยู่บ้าง ดูแล้วคู่นี้ ฝรั่งเศสเหนือกว่าเล็กน้อย อาจเป็นฝ่ายเฉือนชนะใน 90 นาที ด้วยสกอร์ 2-1.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง