ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าวผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 34 ราย เขตวัฒนาสั่งปิด 3 ร้านดังในพื้นที่ หลังพบเข้าข่ายไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัย
เมื่อวันที่ 19 ก.ค. เวลา 09.00 น. ศูนย์เอราวัณ สํานักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร รายงานความคืบหน้าข้อมูลผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้ภายในร้านอาหารโรงเบียร์ บริเวณซอยลาดพร้าว 1 เมื่อวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุดจากการสรุปข้อมูลประจําวันที่ 19 ก.ค. มีผู้ได้รับบาดเจ็บสะสมรวมทั้งหมด 77 คน โดยแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว 47 คน และยังคงต้องพักรักษาตัวอยู่ในสถานพยาบาลอีก 23 คน แบ่งเป็นผู้ป่วยที่ต้องดูแลใกล้ชิดในหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) จํานวน 13 คน พักรักษาตัวในหอผู้ป่วยปกติอีก 10 คน โดยยอดผู้เสียชีวิตสะสมรวมจนถึงปัจจุบันอยู่ที่ 34 คน โดยเป็นการเสียชีวิตภายในโรงพยาบาลรวม 7 คน ซึ่งผู้เสียชีวิตในโรงพยาบาลรายล่าสุด (รายที่ 7) ได้เสียชีวิตลงเมื่อเวลา 05.00 น.ของวันนี้ ขณะรักษาตัวอยู่ในห้อง ICU ณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
ด้านสำนักงานเขตจตุจักร อัปเดตสถานการณ์ดังกล่าวว่า ข้อมูล ณ เวลา 12.18 น. วันที่ 19 กรกฎาคม จำนวนผู้เสียชีวิต 34 ราย โดยทราบอัตลักษณ์แล้วทั้ง 34 ราย โดยสำนักงานเขตจตุจักรยังคงบูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์ให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบและอํานวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง
มีรายงานว่า น.ส.พิมพ์จุฑา สกุนสิทธิ์ธาดา ผู้อํานวยการเขตวัฒนา มอบหมายให้หัวหน้าฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทศกิจ นำคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นเข้าปิดประกาศ แจ้งหยุดดำเนินกิจการชั่วคราวแก่สถานบริการจำนวน 3 แห่งในพื้นที่เขตวัฒนา การเข้าดําเนินการในครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตรวจพบว่าสถานประกอบการทั้ง 3 แห่ง มีการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงจัดกิจกรรมมหรสพและดนตรีโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย นอกจากนี้ยังตรวจพบข้อบกพร่องด้านความปลอดภัยที่เสี่ยงอันตรายต่อประชาชน อาทิ ปัญหาความไม่พร้อมด้านมาตรฐานความปลอดภัย จากการตรวจสอบพบว่าระบบไฟฟ้าสํารองฉุกเฉินไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ รวมไปถึงทางหนีไฟและอุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัยต่างๆ มีสภาพที่ไม่ได้มาตรฐานและไม่พร้อมใช้งานหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงต่อชีวิตของประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เข้ามาใช้บริการ สำนักงานเขตวัฒนาได้เน้นย้ำกับผู้ประกอบการว่า การสั่งหยุดกิจการชั่วคราวครั้งนี้มีผลบังคับใช้ทันที และสถานบริการทั้ง 3 แห่งจะยังไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดให้บริการอีกจนกว่าจะดำเนินการปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่อง และได้รับใบอนุญาตที่ถูกต้องจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น
ด้านสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ไฟไหม้สถานบันเทิง” กลุ่มตัวอย่าง 1,121 คน ระหว่างวันที่ 14-17 กรกฎาคม 2569 โดยเมื่อถามว่า จากกรณีไฟไหม้สถานบันเทิง ประชาชนมีความกังวลต่อความปลอดภัยของสถานบันเทิงในประเทศไทยเพียงใด อันดับ 1 กังวลมาก 42.64%, อันดับ 2 ค่อนข้างกังวล 36.93%, อันดับ 3 กังวลเล็กน้อย 15.97% และอันดับ 4 ไม่กังวล 4.46%
และต่อข้อถามที่ว่า ประชาชนคิดว่าสาเหตุที่ทำให้เกิดความสูญเสียจากเหตุการณ์ไฟไหม้สถานบันเทิงคืออะไร พบว่า อันดับ 1 ระบบป้องกันอัคคีภัยไม่มีประสิทธิภาพ 79.05%, อันดับ 2 ทางหนีไฟไม่เพียงพอหรือใช้งานไม่ได้ 76.72%, อันดับ 3 การบังคับใช้กฎหมายไม่เข้มงวด 68.33%
ส่วนเมื่อถามว่า จากกรณีไฟไหม้สถานบันเทิง ประชาชนคิดว่าภาครัฐควรเร่งดำเนินการอย่างไร อันดับ 1 ตรวจสอบสถานบันเทิงทั่วประเทศ 80.63%, อันดับ 2 บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด (ปรับปรุง พ.ร.บ.สถานบริการให้เหมาะสมกับปัจจุบัน) 77.25%, อันดับ 3 ปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัยของสถานบันเทิงต่างๆ 72.88%
สำหรับข้อถามที่ว่า ประชาชนเชื่อมั่นหรือไม่ว่าภาครัฐจะสามารถยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของสถานบันเทิงได้ อันดับ 1 ไม่ค่อยเชื่อมั่น 50.94%, อันดับ 2 ค่อนข้างเชื่อมั่น 23.37%, อันดับ 3 ไม่เชื่อมั่นเลย 22.39% และอันดับ 4 เชื่อมั่นมาก 3.30%.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รับพลทหารอาสา เปิด1.8หมื่นอัตรา
ทบ.รับนโยบาย กห. เปิดรับสมัคร “พลทหารอาสา” ปี 2570 จำนวน 18,784 อัตรา สมัครใจรับราชการ 4 ปี เลือกผลัด-หน่วยได้ทั่วประเทศ พร้อมสิทธิประโยชน์และโอกาสต่อยอดสู่ทหารอาชีพ
ทรงช่วยชาวเนปาล
"ในหลวง-พระราชินี" พระราชทานสิ่งของช่วยเหลือชาวเนปาลในเหตุการณ์อุทกภัยฉับพลันและดินถล่มรุนแรง ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต ผู้สูญหาย และผู้ไร้ที่อยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก โดยกองทัพอากาศดำเนินการจัดส่ง
ฮั้วสว.ก่อนมีรัฐบาล ‘อนุทิน’ยันไม่เกี่ยวเพราะมาหลัง1ปี3เดือนลั่นพร้อมชี้แจง
“อนุทิน” ไม่กังวลฝ่ายค้านใช้เวทีงบฯ ซักฟอกรัฐบาล ชี้เป็นสิทธิ์ของ สส. ปัด “ภูมิใจไทย” ยื้ออภิปรายรายงาน กกต.หนีคดีฮั้ว สว. ยํ้าไม่เคยเกี่ยวข้อง ยันไม่เคยหนีสภา ลั่นถ้ามีหลักฐานใครเอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่นยื่น
นายกฯลงนาม เนรเทศชาวยิว
"อนุทิน" ลงนามคำสั่งเนรเทศ "ยาคอฟ โอฮะยอน" ชาวอิสราเอลออกนอกราชอาณาจักร หลังศาลเกาะสมุยพิพากษาผิด ม.392 ฐานขู่เข็ญทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือความตกใจ
หนูเหน็บ ‘ณัฐพงษ์’ ไม่รู้เรื่อง
“อนุทิน” เย้ย “เท้ง” ไม่รู้เรื่องกล่าวหารัฐบาลแก้ไฟใต้ล้มเหลว ลั่นใช้งบคุ้มค่าไม่ใช่คิดว่ามีเงินในกระเป๋าแล้วนำไปใช้อะไรก็ใช้ “ลิซ่า” รีบป้องหัวหน้าใช้สิทธิ์ตามระบบ
เอกนิติขีดเส้น1ด. คุมดาต้าเซ็นเตอร์
“อนุทิน” ขันนอตเข้ม! ดาต้าเซ็นเตอร์ สกัดพวกลักลอบ ยันไม่กระทบความมั่นใจนักลงทุน ด้าน “เอกนิติ” ขีดเส้น 1 เดือนจัดระเบียบ ตั้งมาตรฐานขั้นต่ำคุมไฟฟ้า

