จัดเต็ม! "อนุทิน" เยือนจีนวันสุดท้าย หารือ "หลี่ เฉียง" นายกฯ จีน ร่วมเป็นสักขีพยานลงนาม MOU 15 ฉบับ ก่อนบินกลับไทย "สีหศักดิ์" ชี้ผลเยือนจีนครั้งประวัติศาสตร์ ยกระดับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ไทย-จีน สู่ความร่วมมือรอบด้าน ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และเทคโนโลยี AI พร้อมเดินหน้าดึงการลงทุนคุณภาพ หนุนเศรษฐกิจดิจิทัล-สีเขียว ตั้งเป้าฉลอง 50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน ด้วยการเยือนไทยของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในปีหน้า
เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ภารกิจของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการในวันสุดท้าย มีไฮไลต์สำคัญคือ การกระชับความสัมพันธ์และประสานความร่วมมือกับทางการจีนผ่านการลงนามความตกลงถึง 15 ฉบับ และการหารือกับนายกรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีน ณ มหาศาลาประชาชน
โดยภารกิจในช่วงเช้านายกฯ และภริยา พร้อมคณะเดินทางไปยังจัตุรัสเทียนอันเหมิน เพื่อเข้าร่วมพิธีวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์วีรชน จากนั้นนายกฯ และคณะเดินทางไปยังมหาศาลาประชาชนเพื่อหารือกับนายจ้าว เล่อจี้ (H.E. Mr. Zhao Leji) ประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีน
ต่อมานายหลี่ เฉียง (H.E. Mr. Li Qiang) นายกรัฐมนตรีจีน จะให้การต้อนรับนายกรัฐมนตรีของไทย ในพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ ณ ห้อง North Hall โดยมีการตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ก่อนที่จะเข้าสู่การหารือแบบเต็มคณะ ภายหลังการหารือผู้นำทั้งสองจะได้ร่วมเป็นสักขีพยาน ในพิธีลงนามความตกลงและบันทึกความเข้าใจ (MOU) รวมทั้งสิ้น 15 ฉบับ โดยมีรัฐมนตรีกระทรวงที่รับผิดชอบในด้านต่างๆ ทั้งฝ่ายจีนและฝ่ายไทยเป็นผู้ลงนาม
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีไทยและนายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน จะร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวน 15 ฉบับ ณ ห้อง Hebei มหาศาลาประชาชน ได้แก่ 1.ร่างบันทึกความเข้าใจเรื่องความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลธุรกรรมทางการเงินเพื่อป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน 2.ร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือสาขาสาธารณสุข 3.ร่างพิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดการกักกัน และสุขลักษณะสำหรับสัตว์น้ำเพื่อการบริโภคที่จะส่งออกจากประเทศไทยไปยังประเทศจีน 4.ร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการจัดการน้ำในพื้นที่ชนบท 5.ร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือด้านนิวเคลียร์ฟิวชัน
6.ร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการประยุกต์ใช้ระบบดาวเทียมนำทาง 7.ร่างความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการอุดมศึกษา 8.ร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยเรื่องการจัดตั้งห้องปฏิบัติการร่วมไทย-จีน ด้านการสำรวจอวกาศห้วงลึก 9.ร่างข้อตกลงโครงการวิจัยร่วม 10.ร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจด้านห่วงโซ่อุตสาหกรรม และห่วงโซ่อุปทาน 11.ร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการบังคับใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา
ร้องเพลง 'เถียนมี่มี่'
12.ร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการศึกษาปัญญาประดิษฐ์ 13.ร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการเสริมสร้างความร่วมมือด้านสื่อมวลชน 14.ร่างบันทึกความเข้าใจ ระหว่างกรมประชาสัมพันธ์แห่งราชอาณาจักรไทยกับสำนักข่าว People's Daily แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และ 15.ร่างบันทึกความเข้าใจ ระหว่างกรมประชาสัมพันธ์กับกลุ่มสื่อแห่งชาติจีนแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังนายอนุทินได้หารือแบบเต็มคณะเสร็จสิ้นแล้ว นายหลี่ เฉียง ได้เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวัน ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง
ในช่วงท้ายของงาน นายอนุทินได้รับเชิญให้ร่วมขับร้องเพลง “เถียนมี่มี่” บทเพลงจีนยอดนิยมที่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง สร้างรอยยิ้มและความประทับใจแก่ผู้ร่วมงาน สะท้อนสายสัมพันธ์อันใกล้ชิดและมิตรภาพอันยาวนานระหว่างไทยกับจีน ซึ่งเชื่อมโยงกันไม่เพียงในระดับรัฐบาลและเศรษฐกิจ แต่ยังรวมถึงความผูกพันทางวัฒนธรรมและความรู้สึกของประชาชนทั้งสองประเทศ
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ระหว่างร่วมคณะนายอนุทินเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการว่า การมาเยือนครั้งนี้ถือเป็นการเยือนจีนอย่างเป็นทางการครั้งแรกของรัฐบาลชุดปัจจุบัน และประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยคณะได้หารือกับผู้นำระดับสูงของจีน ทั้งประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และนายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง
รมว.การต่างประเทศกล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายยืนยันความสัมพันธ์ไทย-จีนในฐานะ “หุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์รอบด้าน” ซึ่งเป็นระดับความสัมพันธ์สูงสุด ครอบคลุมทั้งความร่วมมือทวิภาคี ความมั่นคงในภูมิภาค และความร่วมมือในกรอบอาเซียน พร้อมทั้งหารือการเตรียมการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีนในปี 2570 โดยฝ่ายไทยหวังว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการตามคำเชิญของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
แผนยุทธศาสตร์ระดับชาติด้าน AI
ด้านเศรษฐกิจ ไทยย้ำจุดยืนในการดึงดูดการลงทุนที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่สอดคล้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียว รวมถึงอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งจะช่วยยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
สำหรับผลสำเร็จสำคัญของการเยือนครั้งนี้ ได้แก่ การเปิดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) แห่งใหม่ที่นครเฉิงตู เพื่อรองรับการลงทุนจากจีนตะวันตก และการจัดสัมมนาธุรกิจครั้งประวัติศาสตร์ที่มีผู้บริหารภาคเอกชนไทยกว่า 150 คน เข้าร่วมพบปะและจับคู่ธุรกิจกับภาคเอกชนจีน เพื่อขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ
นอกจากนี้ คณะยังได้เยี่ยมชมสำนักงานใหญ่ของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในกรุงปักกิ่ง ซึ่งแสดงความพร้อมเป็นพันธมิตรในการพัฒนาเทคโนโลยี AI ของไทย โดยเสนอให้ประเทศไทยจัดทำแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติด้าน AI เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอย่างเป็นระบบ
นายสีหศักดิ์กล่าวด้วยว่า ในด้านความมั่นคงไทยและจีนเห็นพ้องจัดตั้งกลไกหารือ “2+2” ระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของทั้งสองประเทศ โดยจีนเสนอตัวเป็นเจ้าภาพการประชุมครั้งแรก เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคง
ทั้งนี้ ไทยได้ย้ำให้ความสำคัญสูงสุดกับการร่วมมือปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์และขบวนการสแกมเมอร์ โดยจะบูรณาการความร่วมมือทุกมิติ ทั้งการบังคับใช้กฎหมาย การปราบปรามการค้ามนุษย์ และการต่อต้านการฟอกเงิน เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการติดตามการนำเสนอข่าวของสื่อสาธารณรัฐประชาชนจีนต่อการเยือนจีนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ว่า Global Times (环球时报) สื่อชั้นนำของจีน นำเสนอรายงานในเชิงบวกต่อการเยือนครั้งนี้ โดยสะท้อนว่าภาคธุรกิจจีนมองเห็นถึงความจริงใจและการทำงานเชิงรุกของนายกรัฐมนตรีในการพบปะผู้ประกอบการ รับฟังข้อเสนอแนะ และเชิญชวนบริษัทจีนพิจารณาขยายการลงทุนในประเทศไทย ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวกที่ช่วยเสริมความเชื่อมั่นของนักลงทุนจีนต่อประเทศไทย
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า Global Times ให้ความสำคัญกับความเห็นของกรรมการประจำสมาคมนักธุรกิจใหม่ไทย-จีน ซึ่งระบุว่า “ความจริงใจและความเป็นรูปธรรม คือแกนหลักของการเยือนจีนครั้งนี้ของนายกรัฐมนตรีอนุทิน” พร้อมมองว่า แนวทางการทำงานดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทย ในการผลักดันความร่วมมือทางเศรษฐกิจให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ภาคธุรกิจจีนในการวางแผนลงทุนระยะยาวในประเทศไทย
ประตูเชื่อมโยงสู่ตลาดอาเซียน
นอกจากนี้ Global Times ยังรายงานว่า นายกรัฐมนตรีได้ยืนยันต่อภาคธุรกิจจีนถึงความตั้งใจของรัฐบาล ในการปรับปรุงบรรยากาศการลงทุนของไทย ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการอนุมัติ การลดขั้นตอนทางปกครอง และการดำเนินมาตรการต่อต้านการทุจริตอย่างจริงจัง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่โปร่งใส เป็นธรรม และเอื้อต่อการลงทุน ซึ่งสะท้อนว่าการเยือนครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเพียงเชิญชวนการลงทุน แต่ยังมุ่งรับฟังข้อเสนอแนะและผลักดันการแก้ไขอุปสรรคเชิงระบบควบคู่กันไป
รายงานยังประเมินว่า ประเทศไทยมีศักยภาพในการเป็นฐานการลงทุนและประตูเชื่อมโยงสู่ตลาดอาเซียน ด้วยความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน ห่วงโซ่อุตสาหกรรมสำคัญ และทำเลที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ จึงมีโอกาสต่อยอดความร่วมมือไทย-จีนจากการลงทุนรายโครงการ ไปสู่ความร่วมมือด้านอุตสาหกรรม เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในอนาคต
“การที่สื่อจีนและภาคธุรกิจจีนสะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อการเยือนครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อศักยภาพของประเทศไทย ทั้งในฐานะหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจและประตูสู่ตลาดอาเซียน รัฐบาลพร้อมต่อยอดความสนใจดังกล่าวให้เกิดความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม ทั้งด้านการลงทุน เทคโนโลยี การพัฒนาทักษะแรงงาน และการสร้างงานคุณภาพ โดยยึดประโยชน์ของประเทศและประชาชนไทยเป็นสำคัญ” นางสาวลลิดากล่าว
ขณะที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงการเยือนจีนของนายกฯ ว่า ตนไม่ได้ขัดข้องอะไรหากจะมีการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ แต่ AI ที่เป็นเนื้อหาหลักในการเจรจาครั้งนี้ การดึงเม็ดเงินมาลงทุนเพื่อตั้ง Data Center อาจไม่ได้ให้ประโยชน์กับประเทศไทยเท่าไหร่ อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ AI ซึ่งเป็นประโยชน์กับไทยและสร้างอำนาจการต่อรองให้ไทยในภูมิภาคได้คือพลังงานสะอาด หากรัฐบาลดำเนินการเรื่องนี้อย่างถูกต้อง มีการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานที่ถูกต้อง ประชาชนและธุรกิจก็จะได้รับประโยชน์ เป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรม AI ในอนาคต
ทั้งนี้ นายณัฐพงษ์กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องอื่นๆ ตนยังไม่เห็นการสื่อสารจากนายกฯ ว่าได้ใช้โอกาสนี้ในการพูดคุยแก้ปัญหาอื่นๆ ให้ประชาชน โดยเฉพาะปัญหาสารพิษในแม่น้ำกกและการปราบปรามทุนเทา เชื่อว่าประชาชนยังรอฟังคำตอบเรื่องนี้อยู่ พรรคประชาชนได้ยื่นหนังสือเรื่องการแก้ปัญหาสารพิษในแม่น้ำถึงสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ซึ่งจีนมีการแสดงจุดยืนชัดเจนว่าพร้อมสนับสนุนการแก้ไขปัญหานี้ เพียงแต่ขาดการดำเนินการจากฝั่งรัฐบาลไทย ซึ่งไทยต้องร่วมมือกับรัฐบาลจีนและเมียนมาเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง พรรคประชาชนได้ยื่นข้อมูลไปหมดแล้วว่ามีเหมืองจุดใดบ้าง ซึ่งสถานทูตจีนได้ส่งข้อมูลตรงไปยังรัฐบาลจีนแล้ว สิ่งที่ประชาชนรออยู่คือการดำเนินการของฝั่งรัฐบาลไทย ในการส่งตัวแทนเข้าไปร่วมแก้ไขปัญหานี้กับประเทศเพื่อนบ้าน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จีนหนุนทวิภาคี ไทยกังวลข่าว! มอบรถถังเขมร
นายกฯ ขอบคุณจีนหนุนแก้ปัญหาไทย-กัมพูชา ผ่านกลไกทวิภาคีบนพื้นฐานความจริงใจ
ยธ.เยียวยารายละ3แสน ดันตั้งกองทุนช่วยเหยื่อ
"รมว.ยุติธรรม" มอบเงินเยียวยาผู้เสียหายคดีไฟไหม้โรงเบียร์ฯ รายละ 3 แสนบาท
บทสรุปเวิลด์ คัพ 2026 'สเปน'กวาดรางวัลเพียบ
ฟุตบอลโลก 2026 ปิดฉากลงไปเป็นที่เรียบร้อย โดยทีมที่เล่นได้คงเส้นคงวาที่สุดตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ ได้แก่ ทีมชาติสเปน
จับโกงเพิ่ม11ราย ตัดตอนลาสต์บอส
"ผบ.ตร." เร่งมือส่งงานร้อนโกงสอบท้องถิ่น "รองนายกฯ" ศุกร์นี้ เผยเรียก 11 ราย
รื้อเกณฑ์บัตรคนจน ปรับใหม่ให้ตรงความจริง-มท.ผุดศูนย์รับเรื่อง
“คลัง-มหาดไทย-คมนาคม” รีบตั้งโต๊ะแจงปมบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
เปิดตัว‘Thailand Content Market’ ดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์สู่ตลาดโลก
"พาณิชย์" เปิดตัว "Thailand Content Market" เวทีธุรกิจคอนเทนต์ระดับนานาชาติงานแรกของไทย ดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยสู่ตลาดโลก ตั้งเป้า 2,000 ล้านบาท

