ต่อสิทธิบัตรคนจน2เดือน ชงครม.นมโรงเรียนถึงม.3

นายกฯ ลั่นเจ้าหน้าที่ต้องทำงานเชิงรุกเข้าหา ปชช.ที่ตกหล่นบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หลังเสียชีวิต 3 รายขณะเดินทางยืนยันตัวตน "สิริพงศ์" เผย "คลัง" จ่อต่ออายุคนถูกตัดสิทธิ์ ให้ใช้ได้อีก 2 เดือนระหว่างรออุทธรณ์ เริ่มรอบใหม่พร้อมกัน ต.ค. "2 กมธ.สภา" จี้รัฐบาลเคลียร์ปมยืดเวลาอุทธรณ์ เหตุเดดไลน์ยังเป็น 31 ก.ค. เตือนระงับตัดสิทธิ์ขืนดันทุรังต่อพังแน่ "กษ." ชง ครม.สัปดาห์หน้า ขยายนมโรงเรียนถึง ม.3

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีประชาชนที่เดินทางไปยืนยันตัวตนและสแกนใบหน้ารับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ และเกิดเป็นลมหมดสติจนเสียชีวิตที่ จ.น่าน รวมถึงเคสใน จ.เพชรบูรณ์ ที่มีการเสียชีวิตถึง 2 รายจากอุบัติเหตุ หลังเดินทางมาดำเนินการเกี่ยวกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเช่นเดียวกันว่า กระทรวงมหาดไทยจะให้บริการอย่างเต็มที่ ซึ่งในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา ตนเป็นคนพูดเองว่าไม่ใช่ให้ประชาชนเดินทางมาอุทธรณ์ แต่เราต้องลงไปในพื้นที่ ต้องเดินไปหาประชาชนและไปตรวจสอบว่าใครยังมีสิ่งที่ตกหล่นหรือไม่ และต้องมานั่งแก้ไข พร้อมย้ำว่าเราต้องเป็นฝ่ายที่ทำงานเชิงรุก

ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ในรายการ เปิดโต๊ะข่าว PPTV ถึงความชัดเจนของการใช้สิทธิสำหรับผู้ที่อยู่ระหว่างการอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หลังมีการขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ออกไปจนถึงวันที่ 21 ก.ย. 2569 ว่า เดิมผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 2569 จะถูกโอนสิทธิไปใช้โครงการ 60:40 โดยอัตโนมัติ แต่เมื่อมีการขยายเวลาการอุทธรณ์ออกไปอีก 2 เดือน จึงเกิดคำถามว่าผู้ที่อยู่ระหว่างการอุทธรณ์จะใช้สิทธิใดในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งกระทรวงการคลังได้รับข้อเสนอนี้ไปพิจารณาแล้ว

ทั้งนี้ คาดว่าในสัปดาห์หน้ากระทรวงการคลังจะพิจารณาให้ผู้ที่อยู่ระหว่างการอุทธรณ์สามารถใช้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นเดือน ก.ย. โดยยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงสิทธิ และจะเริ่มใช้หลักเกณฑ์ใหม่พร้อมกันในเดือน ต.ค.

ส่วนผู้ที่เพิ่งได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายใหม่  พบว่าประมาณ 70% เป็นผู้ที่มีสิทธิโครงการ 60:40 อยู่แล้ว จึงไม่น่าจะได้รับผลกระทบ ขณะที่อีกประมาณ 30% ซึ่งยังไม่มีสิทธิในโครงการใด กระทรวงการคลังจะพิจารณาแนวทางการให้สิทธิในช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย. ต่อไป

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลทบทวนหลักเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มุ่งคัดกรองคนจนจริงให้ได้รับสิทธิตรงเป้าหมาย นำงบประมาณช่วยเหลือถึงผู้เดือดร้อนมากที่สุด  หลังข้อมูลไม่ได้ปรับปรุงกว่า 4-5 ปี ส่งผลให้สามารถนำผู้ตกสำรวจและผู้มีความเดือดร้อนจริงเข้าสู่ระบบเพิ่มขึ้นกว่า 2.3 ล้านคน

ทั้งนี้ รัฐบาลรับฟังทุกข้อเสนอแนะและข้อร้องเรียนของประชาชน โดยเฉพาะจากข้อร้องเรียนกรณีการแอบอ้างรับสิทธิ ซึ่งได้เร่งทบทวนหลักเกณฑ์เพื่อคัดกรองผู้ที่ไม่เข้าเกณฑ์ออก พร้อมปรับปรุงกระบวนการอุทธรณ์ให้สะดวกและเป็นธรรมมากขึ้น โดยกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนมากขึ้น เช่น กรณีการครอบครองรถยนต์เก่า โดยหารือร่วมกับกระทรวงคมนาคมเพื่อกำหนดแนวทางที่เหมาะสมและเป็นธรรม บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นเพียงหนึ่งในมาตรการช่วยเหลือของรัฐ ขณะที่ประชาชนยังสามารถเข้าถึงสวัสดิการอื่นตามสิทธิรวมกว่า 72 ประเภท อาทิ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ, เบี้ยความพิการ และสวัสดิการด้านการศึกษา

ที่รัฐสภา นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย สส.พรรคประชาชน แถลงข้อกังวลต่อการปรับเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐว่า ความวุ่นวายที่คนจำนวนมากถูกตัดสิทธิ์ ไม่ใช่ปัญหาของกระทรวงการคลังหรือปัญหาของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเท่านั้น แต่เป็นปัญหาการทำงานไม่เป็นของ ครม.ทั้งชุด รวมถึงนายกรัฐมนตรี หลังจากเรื่องผ่านมติ ครม. 14 ก.ค. มีคำถามว่าเหตุใดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมถึงไม่พิจารณาเรื่องอายุรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ ขณะเดียวกันรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ไม่ได้พิจารณาเรื่องของจำนวนผู้พิการ กลุ่มคนเปราะบางให้แม่นยำ และครั้งนี้เป็นการปรับเกณฑ์ใหม่ครั้งที่ 2 ซึ่งเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมามีปัญหาสิทธิการลดหย่อนภาษี ที่ทำให้พ่อแม่ไม่ได้รับสิทธิสวัสดิการ แม้จะมีการพิจารณาครั้งใหม่ก็ยังมีปัญหาที่เกิดความสับสนหรือมั่วกว่าเดิม

ด้านนายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า เสนอให้รัฐบาลมีภาระหน้าที่ในการพิสูจน์ความจนของประชาชน ไม่ใช่ให้ประชาชนที่ลำบากมานั่งอธิบายพิสูจน์ความจน หรือความความเดือดร้อนของตัวเอง ภาครัฐต้องทำงานบูรณาการร่วมกันในฐานะที่มีข้อมูลมากกว่า ควรรับภาระนี้ไม่ใช่โยนให้ประชาชน

ขณะที่ น.ส.รัชนก สุขประเสริฐ สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน ในฐานะประธาน กมธ.การสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน รองประธาน กมธ. แถลงผลการประชุมว่า แม้รัฐบาลจะมีการประชาสัมพันธ์ผ่านหลายช่องทางว่า ผู้ที่ไม่ผ่านการพิจารณาสามารถยื่นอุทธรณ์ได้จนถึงวันที่ 20 ก.ย. 2569 แต่จากข้อมูลที่กรรมาธิการได้รับจากกระทรวงการคลัง ยืนยันว่ากำหนดการตามระเบียบที่ยังมีผลบังคับใช้ในปัจจุบันคือวันที่ 31 ก.ค. 2569 อาจส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากเข้าใจผิดจนเสียสิทธิ์ ทั้งนี้รัฐบาลควรชะลอการตัดสิทธิ์ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิมกว่า 9 ล้านคนออกไปก่อน พร้อมขยายเวลาการยื่นอุทธรณ์อย่างเป็นทางการ

 “ท่านถังแตก ท่านก็พูดเลยว่าท่านถังแตก เพราะกลายเป็นภาพหลอกลวงประชาชนแบบนี้ 9 ล้านคน ดิฉันเชื่อว่ามีคนจำนวนมากไปยื่นไม่ทัน เพราะด้วยความเข้าใจผิดในเรื่องของวันที่สับสน อาจจะตกหล่นลงไป เท่ากับว่าลดจำนวนคนที่ได้รับสิทธิ์ลดลง จึงอยากฝากไปยังรัฐบาลว่าดิฉันขอร้องให้ท่านกลับไปทบทวนก่อน แล้วยังคงสถานะเดิมให้กับคนที่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทั้งหมด”น.ส.รัชนกกล่าว

นายณัฐชากล่าวเพิ่มเติมว่า ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลว่าหากยังคิดไม่เสร็จ ไม่รอบด้านหรือไม่จบ หยุดตรงนี้ ให้ 54 หน่วยงานพิสูจน์คนรวยให้เสร็จ ที่เหลือคือคนยากคนจน หยุดซ้ำเติมกลุ่มที่เปราะบางที่สุด เชื่อว่า สส.พรรคภูมิใจไทยได้รับเสียงสะท้อนมาเช่นกัน ไปบอกหัวหน้าท่านด้วย เรื่องนี้หากดันทุรังต่อพังแน่นอน

วันเดียวกัน นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ข้อเสนอขยายช่วงอายุผู้ได้รับสิทธิในโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ไปจนถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 คาดว่า​จะเสนอให้ที่ประชุม ครม.พิจารณาในการประชุมสัปดาห์หน้า.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง