"บอร์ดประชารัฐ" ยอมถอยปรับ 3 เงื่อนไขคัดกรองสิทธิบัตรคนจน คืนสิทธิปมรถเก่า-โอนลอย-ถูกสวมสิทธิ-นักเรียน สกร.-อาชีวะนอกระบบ-มีชื่อเป็นกรรมการวิสาหกิจชุมชน ชง ครม.ไฟเขียว 27 ก.ค.นี้ คาดประกาศผลคัดกรองรอบใหม่ไม่เกิน 30 ก.ย.69 คลังเผยยื่นอุทธรณ์แล้ว 3.4 ล้านราย "มท.2" สั่งกำนัน-ผญบ.-นอภ. ไปถึงบ้าน ถ่ายรูปเป็นหลักฐานช่วยชาวบ้านอุทธรณ์
เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง เป็นประธานว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้มีการปรับเงื่อนไขในการคัดกรองสิทธิผู้ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและตรงกับความเดือดร้อนของประชาชนอย่างที่สุด ยืนยันว่ากระบวนการพิจารณาทบทวนสิทธิหลังจากมีการปรับเงื่อนไขครั้งนี้ ฝ่ายปกครองของกระทรวงมหาดไทยจะเป็นผู้ลงไปดำเนินการ ผ่านการประสานข้อมูลกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นประชาชนที่ต้องการขอทบทวนสิทธิไม่จำเป็นต้องเดินทางมาชี้แจงข้อมูล
ทั้งนี้ มีการปรับใน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1.เรื่องเกณฑ์คัดกรองเรื่องรถ ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ หลังจากที่มีประชาชนขอทบทวนสิทธิในกรณีการโอนลอย รถสิ้นสภาพ หรือมีการแจ้งว่าถูกสวมสิทธิ โดยหลังจากนี้จะมีการปรับเพิ่มเงื่อนไขว่าหากผู้ขอทบทวนสิทธิแจ้งยืนยันว่ารถที่ครองครอบอยู่มีการโอนลอยไปแล้ว สิ้นสภาพไปแล้ว หรือถูกสวมสิทธิ จะดำเนินการคืนสิทธิให้กลุ่มนี้ ขณะเดียวกันยังมีข้อมูลอีกชุดที่ระบุว่าใน 3 กรณีดังกล่าวกว่า 80% มักจะเกิดขึ้นกับรถที่มีอายุมาก โดยรถยนต์อายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป ขณะที่รถจักรยานยนต์อายุ 15 ปีขึ้นไป ดังนั้นจะมีการระบุเพิ่มในเงื่อนไขว่า หากเป็นกรณีรถที่มีอายุตั้งแต่ 15-20 ปีขึ้นไป จะมีการยกเว้นให้ และกรมการขนส่งทางบกจะเข้าไปให้ความช่วยเหลือดูแลในการปรับทะเบียนให้ถูกต้องกับความเป็นจริง
“มีอีกชุดข้อมูลที่พบว่ามีผู้ที่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตั้งแต่ปี 2561 และมาจดทะเบียนรถใหม่ หรือรถมือสอง กว่า 2.5 ล้านราย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าวันนี้คนที่ได้รับบัตรรายเดิมอาจจะมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จากการซื้อรถใหม่ กลุ่มนี้ก็จะไม่ได้รับสิทธิในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่แล้ว ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์การคัดกรองปกติ” โฆษกกระทรวงการคลังระบุ
2.ข้อกังวลกรณีการเป็นนักเรียน นักศึกษาของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) หรืออาชีวะนอกระบบนั้น ที่ประชุมคณะกรรมการฯ พิจารณาแล้วว่าจะยกเว้นให้กลุ่มนี้ให้ได้รับสิทธิในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐด้วยเช่นกัน แต่จะต้องมีการพิจารณาตามเกณฑ์อื่น เช่น เกณฑ์รายได้ที่ต้องไม่เกิน 1 แสนบาทด้วย หากเกินที่กำหนดจะต้องถูกตัดสิทธิ
3.กรณีมีการตรวจสอบแล้วพบว่ามีชื่อเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วนในบริษัทที่มีการจัดตั้งตามหลักเกณฑ์การช่วยเหลือเรื่องต่างๆ ของชุมชน ทั้งวิสาหกิจชุมชน บริษัทประชารัฐรักสามัคคี หรือวิสาหกิจเพื่อสังคม จะมีการพิจารณาคืนสิทธิให้หลังจากตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานต้นสังกัดเรียบร้อยแล้ว เพราะถือว่าเป็นตัวแทนชุมชน ที่อาจมีสถานะไม่ได้ร่ำรวยมาก แต่ไปทำประโยชน์เพื่อสังคมและชุมชน
โฆษกกระทรวงการคลังกล่าวว่า อีกประเด็นที่ต้องมีการพิจารณาทบทวนสิทธิคืนให้ คือกรณีมีบัญชีหลักทรัพย์ ซึ่งอาจจะเปิดไว้โดยไม่ได้มีการซื้อขายเป็นเวลานาน หรืออาจจะเปิดจากการได้รับคำแนะนำ แต่ไม่ได้มีความสนใจจะซื้อขาย หรือบัญชีหลักทรัพย์มีการซื้อขายแต่มีมูลค่าไม่มาก ในส่วนนี้จะมีการพิจารณายกเว้นให้เช่นเดียวกัน โดยจะมีการเร่งสรุปรายละเอียดและเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาปรับเงื่อนไขในวันที่ 27 ก.ค.2569
“ตอนนี้มีการยื่นอุทธรณ์เข้ามาแล้ว 3.4 ล้านราย โดย 40% เป็นการยื่นอุทธรณ์เกี่ยวกับรถ วันนี้ต้องมาดูว่าจะดำเนินการอย่างไร เจตนาวันนี้ไม่ได้จะมาเล่าว่ามีคนเป็นอย่างไร แต่คนเดือดร้อนอย่างไรมาว่ากัน วันนี้ไม่ใช่ประเด็นเรื่องตื่นขึ้นมาแล้วรวย แต่ท่านที่ตื่นขึ้นมาอาจจะพบว่ามีคนลำบากกว่าท่านอีกเยอะ หรือมีคนจนมากกว่าท่านอีกเยอะ ในวิกฤตแบบนี้ทุกคนลำบากกันหมด แต่เราแน่ใจแล้วว่าวันนี้มีคนลำบากกว่าพวกเรามากอยู่จำนวนหนึ่ง และท่านเหล่านี้มีข้อมูลคลาดเคลื่อน ข้อมูลไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ก็ต้องมาทบทวน เราจึงรีบปรับเกณฑ์ให้ ซึ่งเราไม่ได้คาดว่าจะมียอดผู้ผ่านเกณฑ์หลังปรับเงื่อนไขเพิ่มขึ้นเท่าไหร่ ตอนนี้เป็นไปตามความเดือดร้อน คนเดือดร้อนเท่าไหร่ก็พร้อมจะรับกลับทั้งหมด” นายวินิจระบุ
ทั้งนี้ หลังจากที่ประชุม ครม.พิจารณาเห็นชอบแล้ว กระทรวงการคลังจะเร่งดำเนินการคัดกรองตามหลักเกณฑ์ที่มีการปรับ และเบื้องต้นคาดว่าจะสามารถประกาศผลการคัดกรองได้ภายในวันที่ 30 ก.ย.2569 ส่วนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมจะได้รับสิทธิจนถึงเดือน ก.ย.นี้ และผู้ที่ผ่านเกณฑ์การคัดกรองจะเริ่มใช้สิทธิรอบใหม่ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2569 ต่อไป
ด้านนายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า พบว่ามีผู้ขอทบทวนสิทธิกรณีรถมีการโอนลอยไปแล้ว 12% และอีกมากที่ร้องเรียนว่ารถเป็นซาก ไม่ได้มีการใช้งาน แต่ยังคาทะเบียนอยู่ กรณีเหล่านี้กรมการขนส่งทางบกพร้อมรับเรื่องร้องเรียนทั้งหมด ซึ่งประเด็นใหญ่ที่สุดคือ การครอบครองสภาพรถที่เก่ามากๆ อายุ 15-20 ปี โดยทุกประเด็นได้มีการรายงานให้กระทรวงการคลังรับทราบแล้ว และการดำเนินการทั้งหมดได้รับการพิจารณาคืนสิทธิบางส่วนแล้วในประเด็นดังกล่าว บางส่วนต้องมีการตรวจสอบข้อมูลกันต่อ ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกได้สรุปภาพรวมการยื่นคำร้องขออุทธรณ์สิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ ประจำปี 2569 ณ วันที่ 23 ก.ค. เวลา 08.43 น. ซึ่งเป็นข้อมูลสะสมตั้งแต่วันที่ 17-23 ก.ค.2569 พบว่า มีผู้ยื่นคำร้องแล้วทั้งสิ้น 97,758 คน ครอบคลุมยานพาหนะรวม 156,430 คัน แบ่งเป็นรถจักรยานยนต์ 132,233 คัน รถยนต์ 23,617 คัน และรถประเภทอื่นๆ 580 คัน
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า ปัจจุบันได้รับข้อมูลเพื่อมาตรวจสอบกรณีการมีชื่อเป็นกรรมการ ผู้ถือหุ้น หุ้นส่วน ในห้างหุ้นส่วน, บริษัท จำกัด หรือบริษัท (มหาชน) จำกัด จำนวน 122,324 ราย ในนิติบุคคลรวม 139,804 นิติบุคคล และยังพบอีกว่าบางกรณีมีรายชื่อเข้าไปมีสถานะในนิติบุคคลตั้งแต่ 2 นิติบุคคลขึ้นไป ราวกว่า 1 หมื่นรายชื่อ ซึ่งมีบางกรณีพบว่า 1 รายชื่อ เข้าไปถือหุ้นหรือเป็นกรรมการสูงถึง 126 นิติบุคคล ทั้งนี้ ผู้ที่จนจริงแต่ถูกนำชื่อไปใช้ หรือนำไปแอบอ้าง เป็นผู้ถือหุ้น เป็นกรรมการ หรือหุ้นส่วน สามารถมายื่นตรวจสอบ และยื่นอุทธรณ์ต่อกระทรวงการคลังได้ เพื่อให้ยังคงได้รับสิทธิต่อไป
ส่วนกรณีพบว่าเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้นในกลุ่มบริษัทประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม วิสาหกิจชุมชน ราว 1.5 หมื่นราย จะถูกนำไปตรวจสอบข้อมูลความถูกต้องกับสำนักงานวิสาหกิจเพื่อสังคม และกรมส่งเสริมการเกษตรให้แน่ชัดก่อน และหลังจากนั้นจะส่งข้อมูลที่ถูกต้องมาให้กระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาทบทวนสิทธิ หรือคืนสิทธิให้ต่อไป
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยลงพื้นที่อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐว่า นอกจากการตั้งศูนย์วันสต็อปเซอร์วิสของกรมการปกครองในทุกอำเภอแล้ว จะมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายอำเภอ ลงไปในพื้นที่ถึงบ้านประชาชนทุกบ้านเพื่อดูสภาพความเป็นจริงว่าเป็นอย่างไรบ้าง อย่างกรณีของรถยนต์ เพื่อที่จะช่วยยืนยันให้ทางกระทรวงคมนาคมได้เห็น หรือเรื่องของทะเบียนที่รถจอดไว้นานแล้วเพื่อจะได้ไปแจ้งกับทางขนส่งว่า รถคันดังกล่าวไม่สามารถใช้การได้แล้ว ซึ่งกระทรวงมหาดไทยจะอำนวยความสะดวกให้
เมื่อถามว่า การให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านไปตรวจสอบรายชื่อลูกบ้าน จะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะได้รับรายชื่อผู้ที่มีฐานะยากจนจริงๆ เพราะที่ผ่านมาเคยมีปัญหา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เอารายชื่อญาติพี่น้องของตัวเองเข้ามารับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ นายพลพีร์กล่าวว่า ได้กำชับอธิบดีกรมการปกครองไปแล้วว่า การที่เราจะลงไปตรวจสอบครั้งนี้ให้ถ่ายภาพไว้ด้วยเลย สภาพรถเป็นอย่างไร หรือสภาพและขนาดบ้านเกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้หรือไม่ หรือบัญชีธนาคาร ให้ขอสเตทเมนต์ว่ามีเงินหมุนเวียนหรือไม่ ต้องเก็บพยานหลักฐานให้หมด เพื่อจะใช้ในการอุทธรณ์ ทั้งนี้ เราพยายามอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนให้มากที่สุด.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไทยย้ำ‘จีนเดียว’ ปัดชี้แจงไต้หวัน ยันไม่กระทบศก.
นายกฯ ไม่หวั่นไต้หวันออกแถลงการณ์ผิดหวังไทยปมเห็นพ้องจีนประกาศถ้อยแถลง
ประณามโจรใต้ จ่อออกหมายจับ ปรับแผนรับมือ
"อนุทิน" กระตุ้นฝ่ายความมั่นคง หลังเหตุลอบยิงทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย
เสี่ยหนูใจกว้างลุยฟ้องยิ่งชีพ
“อนุทิน” ยัน “ยิ่งชีพ” ไม่มีสิทธิ์มาขอให้ทบทวนเรื่องฟ้องหมิ่นฯ เผยเสี่ยหนูใจกว้างอยู่แล้วใครๆ ก็รู้ “ภราดร”
1กรม1โปร่งใสไร้เทา นายกฯนำคตท.ปราบโกง เร่งเพิกถอนสอบท้องถิ่น
“นายกฯ” ประชุม คตท.ครั้งแรก เดินหน้าปราบสินบน ชูนโยบาย “1 กรม 1 โปร่งใส ไร้เทา” เสนอ ครม.ไฟเขียว พร้อมเซ็นตั้ง คกก.ภาครัฐโปร่งใส ดึงตัวแทนรัฐ-เอกชน-ประชาสังคม ร่วมขจัดทุจริต
นายกฯไขลาน โกงสอบขรก. สถ.ปลุกกู้ภาพ
"อนุทิน" ไขลาน กสถ. เร่งทำรายงานหลังมีมติเพิกถอนข้าราชการท้องถิ่น 5,924 คน ระบุคนได้รับผลกระทบมีสิทธิ์ฟ้องร้อง
ต่อสิทธิบัตรคนจน2เดือน ชงครม.นมโรงเรียนถึงม.3
นายกฯ ลั่นเจ้าหน้าที่ต้องทำงานเชิงรุกเข้าหา ปชช.ที่ตกหล่นบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

