ปกรณ์ปูดเอี่ยวโกงสอบหลักร้อย

“ภราดร” เตรียมผุดซูเปอร์ไลเซนส์ รวมศูนย์ขออนุมัติ-อนุญาตไว้ในโลกออนไลน์    แก้ปัญหาทุจริตภาครัฐ “ปกรณ์” เผยมีผู้เอี่ยวโกงสอบท้องถิ่นหลักร้อยคน เตรียมสรุปใครเป็นใครให้นายกฯ 4 ส.ค.นี้ ผบช.ก.แนะจับตาดูวันจันทร์จะมีตัวละครเพิ่มหรือไม่

เมื่อวันศุกร์ที่ 24 ก.ค.2569 นายภราดร  ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริต (คตท.) มีมติแต่งตั้งให้เป็นประธานคณะอนุกรรมการดูแลเกี่ยวกับเรื่องการติดสินบนเชิงทุจริตในภาครัฐว่า วัตถุประสงค์ใหญ่คือ ต้องการยกค่าดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ให้สูงขึ้น และแก้ไขปัญหาการทุจริตเชิงโครงสร้างให้ได้เบ็ดเสร็จมากที่สุด ซึ่งคณะอนุฯ จะเข้ามาดูเรื่องการอนุมัติอนุญาตของหน่วยงานราชการ โดยก่อนหน้านี้ได้พูดคุยกับนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี), พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี แล้วว่าการทุจริตเกิดขึ้นจากภาครัฐ โดยเฉพาะการอนุมัติอนุญาตต่างๆ จึงเป็นที่มาของนโยบายซูเปอร์ไลเซนส์  รวมการขออนุมัติอนุญาตให้เป็นแหล่งเดียวกัน  เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการหรือประชาชนในพื้นที่ต่างจังหวัด

“จะนำการขออนุมัติอนุญาตมาไว้บนแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ เช่น ฝ่ายตรวจสอบ หรือสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) หน่วยงานรัฐ หรือผู้ที่ขออนุญาต  สามารถเห็นว่าขั้นตอนการขออนุญาตไปถึงไหนแล้ว และมีกรอบระยะเวลาในแต่ละขั้นตอนกี่วัน  คณะอนุฯ จะเร่งทำเรื่องนี้ โดยจะนัดพูดคุยอย่างเป็นทางการเพื่อมอบหมายภารกิจ และวาง KPI กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจน หลักใหญ่คือสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของดีอี”

วันเดียวกัน นายปกรณ์เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ครั้งที่ 3/2569​ ก่อนให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า ได้มีการนำข้อมูลต่างๆ มารายงานและได้สรุปเป็นโครงร่าง โดยแบ่งเป็น 4 ส่วน ดังนี้ 1.เรื่องการพิจารณากำหนดอัตราตำแหน่งว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร จำนวนเป็นอย่างไร แต่สุดท้ายมีเหตุผลอะไรจำนวนถึงโป่งกว่าเดิม 2.สิ่งที่เราเจอคือ กระบวนการก่อนการสอบมีจุดบกพร่องอะไรบ้าง  ซึ่งพบจุดบกพร่องอยู่หลายประการ และทีโออาร์ รวมถึงจะแยกว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง กระบวนการทำสัญญาจัดจ้าง กระบวนการจัดสอบมีกระบวนการอย่างไร ซึ่งพบข้อบกพร่องค่อนข้างเยอะ ไม่สอดคล้องกับที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) จัดสอบตามปกติ 3.กระบวนการจัดเก็บเอกสาร กระบวนการจัดสอบ เป็นไปตามมาตรฐานของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  (อว.) หรือไม่ และ 4.การประกาศผลสอบและบรรจุแต่งตั้ง ซึ่งเดิมขอบรรจุ 8,000 ตำแหน่ง แต่ตอนบรรจุบวมมาเป็น 10,000 ตำแหน่งได้อย่างไร ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ มีมติอะไรรองรับหรือไม่

 “หลังจากนี้คณะทำงานจะระดมทำงานในช่วงวันหยุด เพื่อปิดเล่มและทำรายงานเสนอนายกฯ ในวันที่ 4 ส.ค. เพื่อสั่งการต่อไป ทั้งนี้ได้ให้ฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการฯ ระบุตัวบุคคลที่เกี่ยวข้อง เริ่มตั้งแต่ครั้งแรกมีใครบ้าง คณะกรรมการอนุมัติชุดแรกมีใครบ้าง และจะเห็นว่าใครบ้างที่ต้องไปตรวจสอบกันต่อโดยรับผิดชอบ แต่คณะกรรมการฯ จะไม่ชี้ว่าใครผิด เพราะจะปล่อยให้พิสูจน์เจตนาและความผิด ถ้าใครเกี่ยวข้องทางวินัยให้หน่วยงานต้นสังกัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบต่อ ถ้าเป็นเรื่องทางอาญาเป็นเรื่องของตำรวจ ป.ป.ช.ตรวจสอบ ส่วนใครทำผิดปกครองให้ไปตามขั้นตอนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่คนที่เกี่ยวข้องแต่ละขั้นตอนจะระบุไว้”

รองนายกฯ รับว่าผู้ที่เกี่ยวข้องมีประมาณหลักเกินร้อยคน มีทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งขอไม่ระบุว่าเป็นระดับไหน แต่จะระบุหมดว่าใครเกี่ยวข้อง และเกี่ยวข้องในช่วงเวลาไหน ซึ่งทุกคนยังไม่ได้ผิด แต่เป็นคนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการ และชั้นนี้ไม่ได้ระบุถึงคนจ่ายกับคนรับสินบน จะเป็นการหาว่ากระบวนการนี้เกี่ยวข้องกับใคร ตรงไหนเป็นจุดเด่น ซึ่งจะชัดเจนในตัวของตัวเอง   

“คณะกรรมการชุดนี้ถือเป็นสารตั้งต้น และจะมีข้อเสนอแนะให้นายกฯ ให้ส่งรายงานแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งตำรวจ ป.ป.ช., ป.ป.ท., ปปง. ไปดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอเกี่ยวกับการจัดสอบครั้งนี้ต่อไป” นายปกรณ์กล่าว

ขณะที่ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวถึงความคืบหน้าคดีทุจริตสอบท้องถิ่นว่า ได้ประสานขอเอกสารและคำให้การเพิ่มเติมจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) พร้อมทั้งให้ทีมงานสืบสวนดำเนินการในส่วนทางเทคนิคเพิ่มเติม และจะประชุมกับทีมงานเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานให้ปรากฏความชัดเจนเพียงพอก่อนดำเนินการกับบุคคลนอกเหนือจาก 3 คน ละาวถึงารตำรวจสอบสวนกลาง โดยภายในวันจันทร์นี้ จะได้ผลที่ชัดเจนว่าจะดำเนินการกับบุคคลเพิ่มเติมหรือไม่ หากไม่มีก็ต้องรายงานให้  ป.ป.ช.ทราบก่อนในรอบแรก เพื่อให้คณะอนุกรรมการไต่สวนดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘สุขสมรวย’ประเดิม‘ยิ่งชีพ’

ประเดิมฟ้องรายแรก! “รมต.สุขสมรวย” กลับอำนาจเจริญ แจ้งความ “ยิ่งชีพ” หมิ่นประมาท “ภราดร” สวน “โรม” ไม่ได้กล่าวหา ปชน.ยัดข้อมูล “ไอลอว์”

'ภราดร' สวน 'โรม' ปัดกล่าวหา ปชน. ยัดข้อมูล 'ไอลอว์' แค่เป๋ ให้สังคมดูเอง

'ภราดร' ชี้แม้ไม่ติดใจฟ้อง 'ยิ่งชีพ' แต่เชื่อ 'ภท.' ไปในทิศทางเดียวกัน สวน 'โรม' ไม่ได้กล่าวหา ปชน. ยัดข้อมูลให้ 'ไอลอว์' แค่พักหลังเป๋ ภาคประชาชนไม่ควรเป็นเครื่องมือฝ่ายการเมือง โยนสังคมดูเอง