แฉ‘ส้ม’ใช้เงินฮั้วสว. ‘ภท.’ชี้สุมหัวที่ห้องจูปิเตอร์ ‘หิรัญ-ฟ้าเดียวกัน’คนจ่าย

หนังยาว! "ศุภชัย" สวนกลับ  "สว.นันทนา" ใสซื่อบริสุทธิ์ ไม่ต้องร้อนตัว แฉเรียกประชุม สว.ส้ม ณ ห้องจูปิเตอร์ เมืองทองธานี ไม่ได้แชร์ค่าใช้จ่ายกัน เพราะมีหลักฐาน บิ๊กวารสารต้องห้าม "หิรัญ-ฟ้าเดียวกัน" ทั้งจอง ทั้งจ่าย "อนุทิน" ไฟเขียวให้โต้แหลก เพราะรับผิดชอบฝ่ายกฎหมายของพรรค ขณะที่ "ไอติม" ขุดทุกเม็ดเล่น "นักกีฬาอาวุโส"

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 นายอนุทิน  ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย  กล่าวถึงกรณีนายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทํางานด้านกฎหมายพรรคภูมิใจไทย เรียกร้องให้ตรวจสอบคืนกรณีฮั้ว สว.สีส้ม นายกฯ เห็นด้วยกับแนวทางนี้หรือไม่ว่า นายศุภชัยทําหน้าที่ของท่าน ในฐานะทําหน้าที่รับผิดชอบทางด้านกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าเห็นว่ามีช่องไม่ผิดกฎหมายก็ไฟเขียวใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า มันเป็นหน้าที่ของท่านที่จะต้องทําความถูกต้องให้เกิดขึ้น เพราะถ้ามันมีคดีความอะไรต่างๆ ขึ้นมา ในพรรคที่ท่านรับผิดชอบ ในฐานะของสมาชิกพรรค ก็ต้องได้รับการปกป้องและชี้แจงในสิ่งที่เป็นความจริงให้ประชาชนได้ทราบ เราเปิดเผยหมดทุกอย่าง รัฐบาลนี้เปิดเผยหมดทุกอย่างอยู่แล้ว ผู้สื่อข่าวยังบอกเลยตนพูดมากเกินไป พูดมากเกินไปด้วยซ้ำ เพราะตนเปิดเผย

เมื่อถามย้ำว่า จุดตัดของเรื่องนี้อยู่ที่เส้นทางการเงินใช่หรือไม่ ถ้าสุดท้ายพรรคประชาชนไม่สามารถเปิดเส้นทางการเงินได้ นายอนุทินตอบว่า เวลาคดีมันอยู่ในกระบวนการแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อตนถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในรูปคดี เพราะฉะนั้นผู้สื่อข่าวต้องไม่ถามตน  เพราะพูดออกไปอาจจะเสียรูปคดีและไม่เกิดประโยชน์อะไร เพราะทุกอย่างอยู่ในกระบวนการ  ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการยุติธรรม ผ่านองค์กรไหนก็ตาม กระบวนการทั้งหลายก็เดินหน้าต่อไป  เราเคารพกฎหมาย เท่านั้นเอง ไม่ต้องไปใส่ร้ายใคร

ด้านนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีพยานในคดีฮั้ว สว. พาดพิงนายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ ผู้เป็นบิดา ว่าถ้าหากเลือก สว.ตามสูตรนี้สำเร็จ ลูกจะได้ตำแหน่งในรัฐบาล โดยนายวรศิษฎ์ถามกลับว่า ง่ายขนาดนั้นเลยหรือ? หลังจากนี้ผู้ที่ถูกพาดพิงคือคุณพ่อจะไปแจ้งความ เพราะหากมีการพูดแบบนี้มันไม่ยุติธรรมสำหรับตัวเองและคุณพ่อ

ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นการดิสเครดิตทางการเมืองหรือไม่ รมช.มหาดไทยระบุว่า ไม่ทราบเหตุผล แต่เป็นประเด็นหนึ่งที่มีความพยายามในการสร้างขึ้นมาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ หรือจะเป็นเรื่องอื่นตนก็ไม่ทราบ

เมื่อถามว่า การที่ฝ่ายค้านระบุว่าหลักฐานที่เปิดมามีเพียง 5% ที่เหลืออีก 95% มีจริงหรือไม่  หรือแค่พูดขึ้นมาลอยๆ นายวรศิษฎ์ตอบว่า ต้องไปถามเขา และในความเป็นจริงเรื่องนี้ปีกว่าแล้ว  ทุกอย่างทำมาเสร็จแล้ว และถ้าหากมีหลักฐานจริง ไม่ต้องเอามาให้ตนหรือให้สื่อ ให้นำไปมอบให้เจ้าหน้าที่ เพราะเจ้าหน้าที่ทำงานอยู่แล้ว 

เมื่อถามว่า คดีเรื่องฮั้ว สว.เป็นการสร้างวาทกรรมทางการเมืองใช่หรือไม่ นายวรศิษฎ์กล่าวว่า  ก็มีคนทำมาตลอด

สภาโจ๊ก

ขณะที่ นายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย สส. พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความระบุถึงนางนันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา กรณีการ ฮั้ว สว.ส้ม ไม่ต้องร้อนตัว โดยระบุพฤติกรรม จัดประชุมผู้สมัคร สว.ส้ม ที่ห้องจูปิเตอร์ เมืองทองธานี ไม่ได้แชร์ค่าใช้จ่ายกันจริง แต่มี "หิรัญ ฟ้าเดียวกัน" เป็นทั้งเป็นคนจองและคนจ่าย โดยมีข้อความว่า

ที่จริงผมเป็นแฟนคลับของท่าน สว.นันทนามาโดยตลอดตั้งแต่ออกรายการทอล์กโชว์ ในแนวสนุกสนานไม่มีสาระแบบสภาโจ๊ก จนมาเป็นสมาชิกวุฒิสภา แล้วได้ข้อสรุปว่าท่านยังคงเส้นคงวา เป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น พูดจาอย่างไรก็เป็นอย่างนั้นไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใด

ถามว่าผมเดือดร้อน หรือปกป้อง สว.คนใดหรือไม่ คำตอบคือไม่ แต่ถ้าได้ติดตามมาในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมไม่ได้ปกป้องใคร นอกจากออกมาปกป้องพรรคภูมิใจไทย และบุคคลในพรรคภูมิใจไทย 9 ท่านที่มีการงัดเรื่องเก่ามากล่าวหาจากกลุ่ม iLaw และพรรคฝ่ายค้านว่า เกี่ยวข้องกับการฮั้ว สว.

แน่นอนว่าผมได้ตั้งคำถามว่า กรณีการดำเนินการของกลุ่ม สว.ประชาชน หรือ สว.สีส้ม มันแตกต่างกับการที่กล่าวหาอย่างไร เพราะขั้นตอนการดำเนินการของกลุ่ม สว.สีส้มตั้งแต่ระดับอำเภอมาจนถึงระดับประเทศลักษณะเดียวกัน  ถ้ากลุ่มนั้นฮั้วแปลว่าฮั้วเหมือนกับกลุ่มที่ท่านกล่าวหา และวันนี้ก็ยอมรับว่ามีการฮั้วแต่ไม่โกง ผมก็บอกว่าท่านแน่ใจนะ ผมมีหลักฐานที่ท่านก็ทำกันในลักษณะเดียวกัน และให้ความเห็นว่า กกต.มีอำนาจในการที่จะไปสืบสวนสอบสวนได้ตามกฎหมาย

ถ้าไม่ทำอะไรผิด ก็ไม่ต้องร้อนตัว เรื่องชั่วไม่ชั่ว แน่นอนครับว่าประชาชนเค้าเห็น และเจ้าตัวก็รู้ตัวรู้กันเองแหละว่าชั่วหรือไม่ ส่วนที่บอกว่าไม่ดีจริงไม่รอดมาหรอก มันคนละเรื่องกันกับว่าท่านได้รับเลือกมาถูกต้องหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องอนาคต

ที่ผมบอกก็คือกว่าที่จะมากัน 300 คนมาชุมนุมกันที่ห้องจูปิเตอร์เมืองทองธานีนั้น จากอำเภอสู่จังหวัด จากจังหวัดสู่ประเทศ พบกันกี่ครั้งพบกันกี่หนที่แน่ๆ แต่ท่าน สว.ก็ยอมรับว่า 300 คน มาพบกันที่ห้องจูปิเตอร์ เมืองทองธานี จริง แต่จะควักเงินกันค่าอะไรกันหรือไม่ ไม่ได้สิ้นไร้ไม้ตอก อันเป็นข้ออ้างของท่าน จะจริงหรือไม่จริงก็เป็นเรื่องที่ต้องพิสูจน์กัน

ลากไส้ 'หิรัญ-ฟ้าเดียวกัน'

แต่ข้อมูลที่ผมมีมาไม่ได้ตรงกับที่ท่านบอก  เช่นที่ท่านบอกว่าค่าห้องจัดเลี้ยงนี้ก็ควักเงินลงขันกัน แต่ตามหลักฐานแล้วคนจองคนจ่ายการจัดงานนี้เป็นคนเดียว มาจาก “ฟ้าเดียวกัน” คือคุณ……..หิรัญ….

ผมไม่ได้เป็นหมาหางด้วน และผมก็ไม่ได้เห็นหางของท่าน สว.เช่นเดียวกัน แต่แน่นอนว่าผมเป็นคนละพวกกับท่าน สว.

ถ้าท่านใสซื่อบริสุทธิ์และได้เป็น สว.เพราะความนิยมชมชอบมาจากชื่อเสียงเกียรติคุณ รายการทอล์กโชว์ของท่าน โดยไม่มีการจัดตั้ง ท่านก็ไม่ต้องร้อนตัว เป็นบุคคลสาธารณะ ต้องพร้อมที่จะให้มีการตรวจสอบ และเคารพการตัดสินใจของผู้มีหน้าที่ตามกฎหมาย ปล่อยให้กลไกของกฎหมายดำเนินการไปเถิด อย่าร้อนรุ่มไปเลย

ผมชอบหนังเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ และตัวละครในหนังที่ผมชอบมากคือศาสตราจารย์ Minerva McGonagall ซึ่งบุคลิกหน้าตาคล้ายกับท่าน สว.มาก จึงทำให้ชอบท่านด้วย

ส่วนนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า  ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา เราได้เห็นข้อถกเถียงในสังคมต่อคำวินิจฉัยของ กกต. เกี่ยวกับคุณสมบัติของ 2 สว. จาก จ.อำนาจเจริญ คือ นางแดง กองมา และนายสมพาน พละศักดิ์ ซึ่งถูกเปิดประเด็นโดย iLaw และกำลังถูกตั้งข้อสังเกตโดยนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ว่าเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดย กกต. เพื่อช่วยเหลือผู้สมัคร 2 คนดังกล่าวหรือไม่

นายพริษฐ์ระบุต่อว่า วันนี้ตนขอชวนทุกคนร่วมวิเคราะห์ผลการวินิจฉัยของ กกต. อีกกรณีที่มีประชาชนส่งข้อมูลเข้ามา และที่น่าถูกตั้งคำถามในลักษณะเดียวกัน โดยคำวินิจฉัยที่แนบมานี้ เป็นคำวินิจฉัยของ กกต.ที่ 251/2567 เกี่ยวกับคุณสมบัติของนายปราณีต เกรัมย์ สว.กลุ่ม 16 จาก จ.บุรีรัมย์ โดยการร้องเรียนส่วนหนึ่งเกิดขึ้น เนื่องจากนายปราณีตกรอกข้อมูลในใบสมัครและเอกสารข้อมูลแนะนำตัวผู้สมัคร หรือ สว.3 ว่าตนเป็นนักกีฬาฟุตบอลอาวุโส พ.ศ.2527-2547

นักกีฬาอาวุโส

แต่เมื่อไปคำนวณจากข้อมูลว่านายปราณีตอายุ 61 ปี ตอนลงสมัครใน พ.ศ.2567 ก็เท่ากับว่านายปราณีตมีอายุ 21-41 ปี ในช่วง พ.ศ.2527-2547 ในขณะที่ข้อบังคับของการกีฬาแห่งประเทศไทย กำหนดว่า กีฬาอาวุโส หมายถึงกีฬาที่ผู้เข้าร่วมแข่งขันมีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป นั่นหมายความว่า 1.ไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่นายปราณีตจะเป็นนักกีฬาอาวุโส ตลอดห้วงเวลา พ.ศ.2527-2547 ตามที่ปรากฏในใบแนะนำตัว

นายพริษฐ์ระบุด้วยว่า 2.หากประสบการณ์เดียวที่นายปราณีตใช้อ้างอิงในการลงสมัคร คือประสบการณ์ในการเป็นนักกีฬาอาวุโส เท่ากับว่านายปราณีตสามารถมีประสบการณ์เป็นนักกีฬาอาวุโสได้มากสุดเพียงแค่ 6 ปี คือช่วงอายุ 35-41 ปี ใน พ.ศ.2541-2547 ซึ่งจะน้อยกว่าประสบการณ์ 10 ปี ที่ผู้สมัครต้องมีในด้านที่ตนสมัคร

ในการไต่สวนนายปราณีตได้แก้ประเด็นในข้อ 2 โดยการชี้แจงว่าตนมีประสบการณ์เป็นนักกีฬาฟุตบอลเกิน 10 ปี เพราะตนเริ่มแข่งขันในระดับตำบลตั้งแต่อายุ 16 ปี ก่อนจะถูกคัดเลือกในปี พ.ศ.2527 ให้เป็นนักฟุตบอลของกองพันในระหว่างรับราชการทหาร และยังร่วมแข่งขันฟุตบอลต่อในระดับตำบลและอำเภอต่อเนื่องมาจนถึง พ.ศ.2547 โดยในประเด็นดังกล่าว คำวินิจฉัยมีการอ้างถึงการไต่สวนพยานบุคคลอื่นที่ร่วมแข่งขันฟุตบอลกับนายปราณีต ส่วนน่าเชื่อถือหรือไม่ คงต้องร่วมกันวิเคราะห์และตรวจสอบกันต่อ

นายพริษฐ์ระบุอีกว่า อย่างไรก็ตาม ตนเห็นว่าการแก้ประเด็นในข้อ 1 ของนายปราณีต มีจุดที่น่าสงสัยอยู่ โดยจากการที่นายปราณีตให้การว่า ไม่ได้เป็นคนเขียนใบสมัครและข้อมูลแนะนำตัวด้วยตัวเอง แต่ใช้วิธีพูดและขอให้เจ้าหน้าที่เขียนให้ รวมถึงยืนยันว่าเขาบอกเจ้าหน้าที่เพียงว่าเป็นนักฟุตบอลตั้งแต่ พ.ศ.2527-2547 แต่เจ้าหน้าที่ไปเติมคำว่าอาวุโสเอง แต่ตอนเซ็นรับรองเอกสารข้อมูลแนะนำตัว ซึ่งมีคำว่านักกีฬาฟุตบอลอาวุโส พ.ศ.2527-2547 อยู่ นายปราณีตอ้างว่าไม่ได้เอาแว่นตาไป เลยเซ็นรับรองความถูกต้องไป โดยไม่ได้เห็นว่ามีข้อมูลที่คลาดเคลื่อน

'ทวี' เชื่อ 'โหวตล็อก'

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หัวหน้าพรรคประชาชาติ สส.บัญชีรายชื่อ เผยแพร่ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์เรื่อง มาตรฐาน “มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า” : จุดชี้ชะตาคดี ฮั้ว สว. และศรัทธาต่อ กกต. เนื้อหาระบุว่า พฤติการณ์ที่เป็นข้อกังขาของสังคมที่เป็นเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ตอบแทนบุญคุณมากกว่าความถูกต้อง และการเอื้อประโยชน์เปิดประตูให้ทำการทุจริต อาทิ ระเบียบ กกต. ข้อ 122 ที่กำหนดให้ใช้หมายเลขผู้สมัครเดียวกันทั้งรอบเช้าและรอบบ่าย ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจเปิดช่องให้เกิดการลงคะแนนแบบจัดตั้งหรือ “โหวตล็อก” อันกระทบต่อหลักการลงคะแนนลับตามมาตรา 33

เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญได้กำหนดให้ศาลฎีกาเป็นผู้ใช้อำนาจวินิจฉัยชี้ขาดในคดีลักษณะนี้ การส่งเรื่องให้ศาลจึงมิใช่การตัดสินว่าผู้ใดมีความผิด หากเป็นการเปิดโอกาสให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินไปตามที่กฎหมายบัญญัติไว้

นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กว่า ภาพกล้องวงจรปิดเหล่านี้อยู่ในมือ กกต.มาตั้งแต่ต้น เพราะตามระเบียบของ กกต.เอง กำหนดให้ กกต.เองนั่นแหละมีหน้าที่ตั้งกล้องถ่ายการนับคะแนนของทุกกลุ่มไว้ครับ ถ้าใครจะเอามาปล่อยก็คงเป็นคนข้างในเอง ถ้าภาพเหล่านี้จะมีความหมายพิสูจน์อะไรได้บ้าง  ก็คือแสดงให้เห็นว่ามีบัตรกี่ใบที่กาหมายเลขเหมือนกัน เรียงลำดับเหมือนกัน มีผู้สมัครกี่ีคนที่ใจมันช่างบังเอิญมาตรงกันเป๊ะๆๆๆ แบบไม่สามารถจะบังเอิญได้ จริงๆ ข้อมูลชุดนี้ก็มีมานานแล้วแหละ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พระราชทานหนังสือที่ระลึก‘องค์ภา’

"ในหลวง" ทรงเปลี่ยนเครื่องทรงพระแก้วมรกตสำหรับฤดูฝน และทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร 50 วัน พระราชทาน “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” พร้อมพระราชทานหนังสือที่ระลึก 50 วัน แก่ผู้เข้าร่วมพิธี

ปฏิรูปใหญ่ท้องถิ่นรื้อเงินเดือน

รัฐบาลลุยรีดไขมันส่วนเกินท้องถิ่น  เฉือนหน่วยงานส่วนกลางในภูมิภาค ทำงานซ้ำซ้อนผู้ว่าฯ “ปกรณ์” ลุยปรับโครงสร้างเงินเดือนบิ๊กท้องถิ่น