สยบร้าว‘2น.1พ.’ อนุทินจ่อรีเซตมท.

"อนุทิน” ควง “พิพัฒน์-นาที” สยบร้าว “2 น.1 พ.” บอกสื่อ "นี่ น.นาทีกับ น.หนู และ 1 พ." พร้อมรับฟังเสียงวิจารณ์ที่หวังดี ยันไม่กระทบการทำงาน ทุกอย่างขับเคลื่อนด้วยดี ข่ม  "แดง-เขียว" ผสมไปผสมมาก็เป็น "น้ำเงิน" อยู่ดี  “ธรรมนัส” แจงบิน “โมนาโก” พาครอบครัวพักผ่อน ลั่นไม่ใช่พวกอีแอบไม่จำเป็นต้องบินไปพบ “ทักษิณ” ข้ามทวีป  "มท.1" จ่อรีเซต “มหาดไทย”  ล้างบาง "บิ๊กคลองหลอด" โยกระดับรองปลัด-อธิบดี-ผู้ว่าฯ-ผู้ตรวจฯ ชุดใหญ่ สลายสิงห์ดำ-สิงห์แดง เหตุ ปชช.ไม่พอใจ "วรศิษฎ์” เผย กสถ.ประชุมทุจริตสอบท้องถิ่นสัปดาห์นี้ทุกอย่างชัดเจน

ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เวลา 07.30 น. วันที่ 30 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า    นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ก่อนเป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศล ปัญญาสมวาร (ครบ 50 วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เมื่อมาถึงนายอนุทินได้เจอนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม และนางนาที รัชกิจประการ  ภรรยานายพิพัฒน์ นายกฯ จึงกล่าวทักทายพร้อมกล่าวแซวว่า “2 น.1 พ.”

จากนั้นเวลา 08.00 น. ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีทำบุญตักบาตร นายอนุทิน นายพิพัฒน์ นางนาที และนางทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ได้ยืนพูดคุยกัน จังหวะหนึ่งนายอนุทินได้หยิบพระที่เหน็บในเสื้อออกมาให้นายพิพัฒน์ดู ก่อนที่นายอนุทินได้เดินจูงแขนนางนาทีพร้อมหันมากล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “นี่ น.นาที กับ น.หนูไง และ 1 พ."

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวมีปฏิญญาแดง-เขียวโมนาโก ภายหลังจากที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม บินไปโมนาโกเพื่อพบกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ถือเป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองอะไรหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า "แดง-เขียวผสมไปผสมมาก็เป็นน้ำเงินอยู่ดี"

จากนั้นนายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงการพูดคุยกับนายพิพัฒน์ และยังเดินจูงแขนนางนาที เช่นนี้เป็นการสยบข่าวความแตกแยกใช่หรือไม่ ว่า “วันนี้วันพระครับ” เมื่อถามว่าการยืนยันความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่กลับมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เช่นนี้รู้สึกอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า ไม่รู้สึกอะไร จะบอกว่าขำก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร เดี๋ยวหาว่าไม่รู้สึกรู้สาอะไรอีก เอาเป็นว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทุกคนตั้งใจทำงานผลักดันงานต่างๆ ให้กับประเทศ 

เมื่อถามว่า เสียงวิพากษ์วิจารณ์จะกระทบการทำงานหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่เคยเลย แต่ละท่านก็ทำงาน เดี๋ยวตนก็จะประชุมกับนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องการไปยึดคืนที่ดินของหลวงที่อุทยานแห่งชาติที่ถูกบุกรุก และจะเชิญนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ มาคุยด้วย อย่าให้คนมาตีความกฎหมายต้องใช้เวลา เพราะสิ่งที่น่าเบื่อที่สุดคือพอจะเข้าไปยึดที่ดินจะบอกว่าต้องให้ศาลพิพากษาให้ถึงที่สุดก่อน ต้องใช้เวลา 20 ปี คนที่ทำผิดก็ถอนทุนไปหมดแล้ว ทุกวันนี้เราใช้หลักว่าถ้ามีความมั่นใจว่าเป็นที่ดินของรัฐ เมื่อพิสูจน์ความเป็นเจ้าของได้ ไม่สามารถมีใครเข้ามาบุกรุก ไม่ต้องพิสูจน์สิทธิอะไรทั้งสิ้น ขับไล่ออกไปก่อนก็ทำได้เป็นอย่างดีในหลายจังหวัด

นายอนุทินกล่าวต่อว่า นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ ก็ทำงานด้านการต่างประเทศ จนสร้างความมั่นใจให้นานาประเทศทั้งในด้านความมั่นคง ความสัมพันธ์ทางการทูต การค้า ถ้าสังเกตหลังกลับจากประเทศจีน สถานทูตจีนประจำประเทศไทยก็ออกมาย้ำเนื้อหาสาระที่ได้พูดคุยกัน ตอกย้ำว่าความร่วมมือต่างๆ  จะต้องดำเนินต่อไป นายพิพัฒน์ท่านก็ทำงานอยู่ตลอดเวลา ในเรื่องด้านการคมนาคม การสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานต่างๆ ของประเทศ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯ ก็ช่วยเหลืองานตนในฐานะรองนายกฯ กำกับดูแลหลายกระทรวง

"ทุกอย่างขับเคลื่อนไปได้ด้วยดี ตรงไหนที่มีคำวิพากษ์วิจารณ์เชิงสร้างสรรค์หวังดีกับประเทศ หวังดีกับรัฐบาล หวังดีกับประชาชน พวกเราทุกคนไม่ใช่รับฟังอย่างเดียว ยังนำมาปฏิบัติด้วย และพร้อมบอกว่าสิ่งที่เราได้แก้ไขได้รับฟังมาจากผู้ให้คำแนะนำต่างๆ ทำประเทศไปในทางสร้างสรรค์แบบนี้ดีกว่า บ้านเมืองเรามีกระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว ใครไม่พอใจอะไรก็ใช้กระบวนการยุติธรรมตัดสิน อย่าไปใช้ความรู้สึกส่วนตัว อย่าไปใช้บทวิเคราะห์ของตัวเองหรือตามสื่อต่างๆ เข้ามาตัดสินว่านี้คือสิ่งที่มันกำลังจะเกิดขึ้น ไม่ใช่หรอก รัฐบาลตอนนี้กำลังเดินหน้าไปพัฒนาทุกมิติได้ด้วยความก้าวหน้า และมีผลงานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกวัน" นายอนุทินกล่าว

'ธรรมนัส' ปัดดีลโมนาโก

ด้าน ร.อ.ธรรมนัส โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ภายหลังมีกระแสข่าวว่าได้มีการเจรจากับพรรคเพื่อไทยที่ประเทศโมนาโก เพื่อรวบรวมเสียงสนับสนุนในการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีว่า ผมเดินทางไปพักผ่อนที่ฝรั่งเศสและโมนาโกจริงครับ ไปพักผ่อนกับครอบครัว ไม่มีเรื่องการเมืองครับ ผมไม่ชอบเป็นอีแอบครับ และไม่มีความจำเป็นต้องแอบข้ามน้ำข้ามมหาสมุทรไปเจอท่านทักษิณถึงโมนาโก ผมคงไม่ต้องไปสาบานที่ไหน แค่เช็กการเดินทางของท่านทักษิณก็รู้ว่าท่านไม่ได้เดินทางไปโมนาโกครับ พร้อมติดแฮชแท็ก #ไม่มีปฏิญญาMonaco

ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัสเปิดเผยเพิ่มเติมด้วยว่า ตนใช้เวลาปิดสมัยประชุมเดินทางไปพักผ่อนกับภรรยาและลูกๆ ซึ่งเป็นแผนการเดินทางที่วางเอาไว้ล่วงหน้ามาสักพักแล้ว โดยไม่มีการพบปะกับท่านทักษิณแต่อย่างใด

แหล่งข่าวจากกระทรวงมหาดไทย (มท.) เปิดเผยว่า จากปัญหาสะสมภายในกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะกรณีทุจริตการสอบคัดเลือกข้าราชการส่วนท้องถิ่น การบุกรุกพื้นที่ของกลุ่มนายทุนและผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ภูเก็ต การกระทำความผิดเกี่ยวกับการใช้คนไทยเป็น “นอมินี” ถือหุ้นหรือประกอบธุรกิจแทนชาวต่างชาติ รวมถึงปัญหาอาชญากรรม ยาเสพติด สถานบันเทิง สถานบริการ และการค้ามนุษย์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ทำให้นายอนุทิน ในฐานะ รมว.มหาดไทย (มท.1) ตัดสินใจเดินหน้ารีเซตกระทรวงมหาดไทยครั้งใหญ่ในเดือน ส.ค.

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังนายอนุทินเรียกประชุมผู้บริหาร มท. ที่ มท. วันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยย้ำชัดถึงปัญหาการโกงสอบท้องถิ่นที่ทำให้ภาพลักษณ์ของกระทรวงตกต่ำ พร้อมประกาศไม่ต้องการให้ประชาชนเรียกกระทรวงมหาดไทยว่า “กระทรวงมหาไถ” และต้องการใช้สถานะนายกรัฐมนตรี ควบ รมว.มหาดไทย เดินหน้าขับเคลื่อนงานเพื่อประชาชนให้เห็นผลเป็นรูปธรรมมากกว่ารัฐบาลที่ผ่านมา

แหล่งข่าวระบุว่า ภารกิจแรกที่จะเกิดขึ้นในเดือน ส.ค. คือการปรับย้ายข้าราชการระดับสูงครั้งใหญ่ ครอบคลุมตำแหน่งรองปลัด มท. อธิบดี ผู้ตรวจราชการกระทรวง ผู้ว่าราชการจังหวัด และรองผู้ว่าราชการจังหวัด  โดยนายอนุทินวางนโยบายให้ก้าวข้ามความเป็น “สิงห์ดำ-สิงห์แดง” รวมถึงทุกกลุ่มทุกสีภายในกระทรวง เพื่อให้ข้าราชการทุกคนยึดหลัก “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” รับใช้ประชาชนเป็นเป้าหมายสูงสุด พร้อมสลายระบบแบ่งสี แบ่งก๊วน และสายการเมืองในการบริหารงาน

จ่อล้างบางคลองหลอด

สำหรับบุคคลที่จะได้รับการเสนอชื่อแต่งตั้งโยกย้ายในรอบนี้ จะพิจารณาจากหลักเกณฑ์สำคัญ ได้แก่ ความอาวุโส ประสบการณ์ ความรู้ความสามารถ และประวัติการรับราชการที่ไม่มีความด่างพร้อย และโดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดต้องสนับสนุนการประกอบธุรกิจ และเป็นกำลังหลักการพัฒนาเศรษฐกิจในจังหวัด

แหล่งข่าวระดับสูงเผยอีกว่า นายอนุทินจะหารือกับปลัด มท.อย่างใกล้ชิดในการจัดทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้าย โดยในปีงบประมาณ พ.ศ.2569 จะมีข้าราชการระดับบริหารสูงเกษียณอายุราชการรวม 18 ราย ประกอบด้วย 1.นายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัด มท. 2.นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน 3.นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง 4.นายณัฐวัสส์ วิริยานภาภรณ์ ผู้ตรวจราชการ มท. 5.นายสมภพ สมิตะสิริ ผู้ตรวจราชการ มท. 6.นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าฯ ขอนแก่น 7.นายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง ผู้ว่าฯ ตาก 8.น.ส.ชุติพร เสชัง ผู้ว่าฯ นครสวรรค์ 9.นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าฯ ประจวบคีรีขันธ์ 10.นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าฯ ปราจีนบุรี 11.นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าฯ ปัตตานี 12.นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ 13.นายชาญชัย ศรศรีวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร 14.นายก้องสกุล จันทราช ผู้ว่าฯ ยะลา 15.นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าฯ สระแก้ว 16.นายนที มนตรีวัต ผู้ว่าฯ อ่างทอง 17.นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าฯ อุดรธานี และ 18.นายสมบัติ ไตรศักดิ์ ผู้ว่าฯ อุทัยธานี

นอกจากนี้ ยังมีตำแหน่งฝ่ายบริหารระดับต้นว่างอีก 24 ตำแหน่ง ได้แก่ รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง 1 ตำแหน่ง และรองผู้ว่าฯ อีก 23 ตำแหน่ง

ทั้งนี้ ต้องจับตาการประชุม ครม.ในเร็วๆ นี้ ว่า รมว.มหาดไทยจะทยอยเสนอบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงเข้าสู่การพิจารณาเลยหรือไม่

ด้านนายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีระบุรีเซต มท.ในเดือนสิงหาคมว่า ทุกอย่าง อย่าไปบอกว่ารีเซต เพราะว่าคำว่ารีเซตคือให้มันมีผลในเรื่องของการดำเนินการ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับ มท. เป็นสิ่งที่น่าเสียใจ คนที่กำกับดูแลและทำให้เกิดความกังวล ความไม่พอใจของประชาชน อย่างกรณีโกงข้อสอบราชการอย่างนี้เป็นต้น แบบนี้ก็เหมือนกัน หลักเดียวกับที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรฯ ไปยึดที่ดินรัฐที่ถูกบุกรุกสาธารณะ หลักการเดียวกันไม่ต้องพิสูจน์อะไรมากมาย หลักฐานมันมีชัดเจนอยู่แล้ว ของคุณจริง

"เป็นความตั้งใจของผม ที่ตั้งใจจะให้มีการตรวจสอบคู่ขนานกันไปหลายๆ หน่วยงาน ซึ่งเคยเห็นว่าใช้เวลาเพียงสองสัปดาห์ เราสามารถที่จะค้นหาเรื่องทุจริต เราสามารถหาผู้ที่เกี่ยวข้อง มีการออกหมายเรียกและหมายจับ และดําเนินคดีทั้งทางอาญาและทางแพ่ง และทางวินัย ทุกอย่างเดินหน้าไปตามครรลอง ใครทำชอบรัฐบาลก็สนับสนุน ใครทําผิดรัฐบาลก็เร่งปราบปราม และหาวิธีป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก"

เมื่อถามว่า จะมีการโยกย้ายใหญ่ในเดือน ส.ค.หรือไม่ รมว.มหาดไทยกล่าวว่า คําว่าใหญ่หรือเล็กมันแปลว่าอะไร เราโยกย้ายให้ถูกต้องให้เหมาะสมกับงานกับสถานการณ์บางช่วงที่อาจจะเหมาะกับคนนี้ แต่พอพ้นช่วงเวลามา อาจจะเหมาะกับอีกคนหนึ่ง เป็นสิ่งที่ผู้บริหารทุกคนต้องประเมิน เมื่อถามอีกว่านายกฯ ยึดหลักอะไรในการโยกย้าย เป็นเรื่องของสิงห์แดง-สิงห์ดําหรือเรื่องของความสามารถ นายกฯ กล่าวว่า ไม่มี รัฐบาลนี้สีแดง ขาว น้ำเงิน ไม่มีสีอื่น              

สัปดาห์นี้่โกงข้อสอบชัดเจน

ด้านนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าคดีทุจริตการสอบข้าราชการท้องถิ่นว่า ตอนนี้ข้อมูลเสร็จแล้ว ต้องให้คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานข้าราชการส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ประชุมเรื่องหลักการปฏิบัติให้เสร็จเรียบร้อย แต่ยืนยันว่าข้อมูลเสร็จแล้ว ส่วนการประชุม กสถ.ครั้งถัดไปจะเป็นสัปดาห์หน้า ส่วนจะเป็นวันใดนั้น ต้องให้เขาไปพูดคุยกันอีกที

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีประชาชนสงสัยเรื่องจำนวนตัวเลขของผู้ที่ทุจริตสอบที่ไม่ตรงกัน ระหว่างคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่มีตัวเลขอยู่ 5,960 ราย แต่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) มีตัวเลข 5,925 ราย นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า เท่าที่ตนทราบคือ 5,925 ราย ส่วนที่ตัวเลขของ ป.ป.ช.ไม่ตรงกัน เท่าที่ทราบคือน่าจะมีในส่วนอื่นที่ทาง กสถ.ไม่ได้เห็น แต่มั่นใจว่าทุกอย่างสามารถพิสูจน์ได้ มีข้อเท็จจริงให้ดูทั้งหมด ตอนนี้ยื่นหมดแล้ว เสร็จหมดแล้ว ตัวเลขครบ

เมื่อถามว่า การประชุมสัปดาห์หน้าจะมีการเพิกถอนข้าราชการทุจริตทั้งหมดเลยหรือไม่ นายวรศิษฎ์กล่าวว่า กระบวนการคือต้องเข้า กสถ. แล้วให้คณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) รับทราบ และเข้าคณะกรรมการจังหวัดต่อไป โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) แต่ละที่ไปจัดการต่อ ส่วนที่สงสัยเหตุใดยังไม่มีการเพิกถอนข้าราชการทุจริตนั้นทุกอย่างมีกระบวนการของมัน เราไม่สามารถกระโดดข้ามกระบวนการได้

เมื่อถามถึงกรณีนายกฯ บอกว่า ต้องสร้างความเชื่อมั่น เพราะเรื่องนี้กระทบต่อ มท. นายวรศิษฎ์กล่าวว่า ตนมองแบบเดียวกัน แล้วต้องทำให้เต็มที่ แต่ย้ำว่าทุกอย่างมีกระบวนการของมัน แต่ละคนแต่ละคณะก็มีอำนาจแตกต่างกัน ดังนั้น ทุกคนต้องทำหน้าที่ของตนเอง และอยากจะให้เวลากับการทำงานด้วย อาจจะเห็นว่าไม่มีความคืบหน้า แต่ถ้าไปดูความเป็นจริงแต่ละวันก็มีความคืบหน้าโดยตลอด ทั้ง ป.ป.ช.และตำรวจ มีการขยายผลไปเรื่อยๆ

ส่วนการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง 5 ข้าราชการ สถ.มีความคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว นายวรศิษฎ์กล่าวว่า กำลังทำอยู่ แต่เรื่องนี้เราไม่ได้เข้าไปก้าวก่าย ให้เขาทำไป และทราบว่ามีการออกหมายไปแล้วด้วย ส่วนจะมีการขึ้นแบล็กลิสต์ มศว หรือไม่ ต้องให้อธิบดี สถ.ดูว่าทุกอย่างเรียบร้อยตามข้อตกลงสัญญาหรือไม่ หากไม่เรียบร้อยในเรื่องของการจ่าย หรือการเรียกเงินคืน ต้องไปดูกระบวนการอีกทีว่าตรงตามข้อกฎหมายหรือไม่

ถามอีกว่า การประชุมสัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจนทั้งเรื่องการประกาศรับรองและการเพิกถอนข้าราชการทั้งหมดหรือไม่ นายวรศิษฎ์กล่าวว่า ใช่ เมื่อถามย้ำว่าจะเป็นมวยล้มต้มคนดูหรือไม่ นายวรศิษฎ์กล่าวว่า ไม่ล้มแน่นอน แค่สัปดาห์นี้ทุกอย่างก็นิ่งแล้ว เพียงแต่ยังไม่ได้ออกเป็นประกาศ เพราะยังมีกระบวนการที่ต้องทำให้เสร็จสิ้น.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พระราชทานหนังสือที่ระลึก‘องค์ภา’

"ในหลวง" ทรงเปลี่ยนเครื่องทรงพระแก้วมรกตสำหรับฤดูฝน และทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร 50 วัน พระราชทาน “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” พร้อมพระราชทานหนังสือที่ระลึก 50 วัน แก่ผู้เข้าร่วมพิธี

ปฏิรูปใหญ่ท้องถิ่นรื้อเงินเดือน

รัฐบาลลุยรีดไขมันส่วนเกินท้องถิ่น  เฉือนหน่วยงานส่วนกลางในภูมิภาค ทำงานซ้ำซ้อนผู้ว่าฯ “ปกรณ์” ลุยปรับโครงสร้างเงินเดือนบิ๊กท้องถิ่น