“กต.-ทร.” ประสานเสียง ซัดรายงานผู้แทนยูเอ็นฟังความข้างเดียว ทำให้ไม่เป็นกลาง-ขาดความน่าเชื่อถือ โต้ยิบทั้งเรื่องผู้พลัดถิ่น-แรงงาน
เมื่อวันที่ 2 ส.ค.2569 กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้แถลงการณ์สรุปภารกิจของนายทอม แอนดรูว์ส ผู้จัดทำรายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชา ภายหลังการเดินทางเยือนกัมพูชาระหว่างวันที่ 20-31 ก.ค.2569 ซึ่งมีการกล่าวถึงประเทศไทยในบริบทสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยระบุเป็นข้อๆ ว่า 1.ไทยรับทราบแถลงการณ์ และขอย้ำอีกครั้งว่า ความขัดแย้งระหว่างสองประเทศที่นำมาสู่ผลกระทบต่างๆ ไม่ใช่ความขัดแย้งที่เริ่มโดยฝ่ายไทย แต่มาจากการโจมตีเป้าหมายพลเรือนในไทยโดยฝ่ายกัมพูชา
2.กรณีที่ผู้เสนอรายงานพิเศษฯ อ้างว่ามีผู้พลัดถิ่นภายในประเทศชาวกัมพูชาจำนวน 650,000 คนนั้น จำนวนที่กล่าวอ้างนั้น ส่วนหนึ่งเป็นชาวกัมพูชาที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ซึ่งไทยเคยเปิดให้เป็นพื้นที่พักพิงชั่วคราวในช่วงปลายคริสต์ทศวรรษ 1970 อันเป็นการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจากไทย และภายหลังสถานการณ์คลี่คลายแล้ว กลุ่มบุคคลดังกล่าวมิได้ย้ายออกจากพื้นที่ แม้ว่าฝ่ายไทยได้ประท้วงฝ่ายกัมพูชาหลายครั้งแล้วก็ตาม จึงถือเป็นกลุ่มบุคคลที่รุกล้ำเข้ามาในเขตแดนไทย และไม่เข้านิยามของการเป็นผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ 3.ประเด็นเรื่องสิทธิในการเดินทางกลับคืนสู่มาตุภูมิไม่ควรถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมือง หรือเพื่อการประชาสัมพันธ์ในลักษณะโฆษณาชวนเชื่อ มากกว่าการคำนึงถึงหลักมนุษยธรรมอย่างแท้จริง รัฐบาลกัมพูชามีหน้าที่รับผิดชอบการดูแลและคุ้มครองประชาชนของตนที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง จนต้องพลัดถิ่นภายในกัมพูชา
4.กรณีแรงงานกัมพูชาที่เดินทางกลับจากไทย ซึ่งอ้างว่ามี 900,000 คนนั้น รัฐบาลไทยได้ให้คำมั่นมาโดยตลอดว่าให้ความสำคัญกับการดูแลความปลอดภัยของแรงงานกัมพูชาในไทย และไม่เคยมีนโยบายที่จะผลักดันแรงงานกัมพูชาออกจากประเทศแต่อย่างใด 5.ไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน รวมทั้งการเคารพกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ โดยที่ผ่านมา ไทยได้ให้ความร่วมมือกับกลไกพิเศษภายใต้คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติมาอย่างต่อเนื่อง และได้มีคำชี้แจงเรื่องนี้ต่อกลไกดังกล่าว ซึ่งได้รับการบันทึกอย่างเป็นทางการไว้แล้ว
6.ไทยเห็นว่า กลไกพิเศษภายใต้คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ควรยึดมั่นในหลักความเป็นกลาง ความเที่ยงธรรม และการพิจารณาข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือและสามารถตรวจสอบได้ รวมทั้งคำนึงถึงข้อเท็จจริงและมุมมองจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้านและครอบคลุม และ 7.ไทยพร้อมมองไปข้างหน้าและฟื้นฟูความสัมพันธ์กับกัมพูชา แต่การดำเนินการดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมืออย่างจริงจังและจริงใจจากฝ่ายกัมพูชาด้วย โดยร่วมกันสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการฟื้นฟูความสัมพันธ์ผ่านการปฏิบัติตามแถลงการณ์ร่วมเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.2568 อย่างเคร่งครัด รวมถึงการลดระดับความตึงเครียด และการงดเว้นการกระทำหรือการกล่าวหาที่เป็นการยั่วยุและอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดหรือบั่นทอนความไว้วางใจ เพื่อเปิดทางสู่การแก้ไขประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงตามแนวชายแดนด้วยสันติวิธี ผ่านกลไกทวิภาคีร่วมกันต่อไป
ขณะที่ พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ (ทร.) กล่าวในเรื่องนี้ว่า ทร.ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบการรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนด้านจังหวัดจันทบุรีและตราด ขอสนับสนุนจุดยืนของรัฐบาลไทยที่ตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง หลักกฎหมายระหว่างประเทศ และหลักสิทธิมนุษยชน ซึ่งรายงานดังกล่าว อาจจัดทำขึ้นจากข้อมูลที่ยังไม่ครบถ้วนหรือไม่รอบด้าน จึงอาจทำให้ข้อสรุปบางประการไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ทั้งที่หน่วยงานความมั่นคงของไทยได้ปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กรอบของกฎหมายไทย กฎหมายระหว่างประเทศ และกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศมาโดยตลอด ดังนั้น การประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนควรตั้งอยู่บนข้อมูลที่สามารถตรวจสอบได้ และรับฟังข้อเท็จจริงจากทุกฝ่ายอย่างรอบด้าน เพื่อให้เกิดความเป็นกลางและความน่าเชื่อถือมากกว่านี้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ตำรวจสังเวยไฟใต้2นาย ผู้ว่าฯนราปิดเมืองไล่ล่า!
นราธิวาสเดือดอีก! โจรใต้กบดานหลังสวนปาล์ม ชุดสืบตากใบนราฯ
อนุทินโอ่ผลไทยช่วยไทย 21วินาทีออมพลัสเกลี้ยง
“อนุทิน” ชิลสำรวจตลาดแบบออร์แกนิก ฟุ้งแม่ค้าบอกไทยช่วยไทยพลัสทำสินค้าขายหมดเร็ว
สั่งเร่งฟื้น‘ภาพลักษณ์’ความเชื่อมั่น
"สุรศักดิ์" สั่งยกระดับรักษาความปลอดภัยพื้นที่ท่องเที่ยวทั่วประเทศ
ซัดแก๊งลูกเทพเอี่ยว ‘สว.สำรอง’ชี้เป้าคดีฮั้ว! ป๊อกโผล่ปลุกเปลี่ยนปท.
"สวนดุสิตโพล" เผยดัชนีการเมือง ก.ค.ขยับดีขึ้น การแก้ปัญหายาเสพติด-ผู้มีอิทธิพลห่วยที่สุด "อนุทิน-รักชนก"
‘อนุทิน’ลั่นไม่ปล่อย ยกระดับล้างอาชญากรรม/‘ป๋อง-ธง’คอตกนอนคุก
ศาลพัทยาไม่ให้ประกันป๋อง-ธง กับพวก 4 ทรชนฆ่ารวม 5 ศพ ชี้คดีโทษสูง พฤติการณ์ร้ายแรง นายกฯ ลั่น! “เชื่อเถอะครับว่าผมไม่ปล่อย เอาเป็นว่าต้องเอาให้สาสมกับสิ่งที่เขาทำผิดมา ประชาชนคิดอย่างไรผมก็คิดอย่างนั้น แต่เป็นนายกฯ จะไปพูดไม่ได้" เตรียมยกระดับมาตรการกวาดล้างอาชญากรรม
เพิ่มมาตรการ คุมเข้ม‘บริษัท’ สกัดใช้นอมินี
รัฐบาลเพิ่มมาตรการตรวจสอบการจัดตั้งบริษัท ตรวจสอบยิบวงจรของนิติบุคคล การเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น กรรมการ หรือผู้มีอำนาจลงนาม อุดช่องโหว่ป้องกันคนไทยเป็น "นอมินี" ให้ต่างชาติ เริ่มใช้วันที่ 1 ส.ค.

