ล้างคนโกงจบ31สค. มท.พร้อมรับมือหากถูกฟ้อง ‘โรม’คาใจตัดตอนการเมือง

"ก.กลาง" ยึดตามมติ "กสถ." ฟันโกงสอบท้องถิ่น 5,925 ราย ส่วน  97 รายรอ ป.ป.ช. สรุปผลสอบก่อนส่งดำเนินคดี เตรียมประกาศบัญชีใหม่ผู้ผ่านการสอบ 7 ส.ค.นี้ "รมช.มหาดไทย" ระบุส่งชื่อเพิกถอนไป ก.จังหวัด แจ้ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ถอดถอนเสร็จสิ้นไม่เกิน 31 ส.ค. "ธีรุตม์-ผอ.สำนักฯ มศว" เข้าพบกองปราบฯ รับทราบ 6 ข้อหาเอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น  "รังสิมันต์" จี้ ปปง.สอบฟอกเงิน เร่งอายัดทรัพย์สินก่อนโดนยักย้ายออก ข้องใจฝ่ายการเมืองถูกตัดตอน เหน็บ "อนุทิน" รับแต่ชอบ พอคอร์รัปชันไม่เคยรับผิด

ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) วันที่ 6 ส.ค. เวลา 13.00 น. นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (รมช.มหาดไทย) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น  (ก.กลาง) ครั้งที่ 7/2569 เพื่อพิจารณามติของคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ที่ให้ยกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นเดิมและประกาศบัญชีใหม่ ปี 2568  โดยมีนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนอธิบดี สถ., นายวันชัย จันทร์พร ประธาน กสถ. และนายบุญประสงค์ นวลสายย์ รองอธิบดี สถ. ในฐานะเลขานุการ กสถ. รวมถึงกรรมการ ก.กลาง  เข้าร่วม

นายวรศิษฎ์กล่าวก่อนการประชุมว่า ระเบียบวาระที่จะเข้าที่ประชุมวันนี้ถือเป็นวาระที่ใหญ่ เพื่อรับทราบการพิจารณาวิธีการและข้อปฏิบัติเกี่ยวกับเรื่องการสอบแข่งขันเพื่อเข้าบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งเมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา มีการประชุม กสถ. โดยมีมติและส่งเรื่องมายัง ก.กลางต่อ

ส่วนนายอรรษิษฐ์กล่าวเช่นกันว่า การประชุมในครั้งนี้จะต้องจบแล้ว และมีการพูดคุยถึงแนวทางการปฏิบัติว่าหลังจากนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป แต่ยืนยันว่าตัวเลขเป็นไปตามมติที่ออกมา และมีการลงนามไว้เรียบร้อยแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุม กสถ.เมื่อวันที่ 5 ส.ค. สรุปผลการแข่งขันและการขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขัน พบมีการแก้ไขคะแนนจำนวน 5,925 คน

ภายหลังการประชุม ก.กลางนานกว่า 3 ชม.  นายวรศิษฎ์แถลงว่า ที่ประชุม ก.กลางมีมติยึดตามมติ กสถ. ให้เพิกถอนการบรรจุ 5,925 ราย โดยวันที่ 7 ส.ค.นี้ จะมีการประกาศบัญชีใหม่ผู้ที่ผ่านการสอบ ส่วนคนที่ทุจริตการสอบจะถูกส่งข้อมูลพร้อมแนวทางปฏิบัติไปยังจังหวัดที่มีการบรรจุในวันจันทร์ที่ 10 ส.ค. โดยมีความเห็นตรงกันว่า จาก ก.จังหวัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะต้องมีการประชุมก่อน  เพื่อที่จะส่งไปที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ  ให้มีการถอดถอนเสร็จสิ้นภายใน 31 ส.ค.

รมช.มหาดไทยกล่าวว่า ส่วนกรณี 97 รายที่สอบผ่านเกณฑ์ แต่มีการปรับคะแนนให้ดีขึ้น จะยังมีชื่ออยู่ในประกาศใหม่ โดยมีเงื่อนไขคือ ให้ปลายทางทำเรื่องสอบสวนข้อเท็จจริง ยังอยู่ในการปฏิบัติหน้าที่โดยมีเงื่อนไข เพื่อสืบสวนข้อเท็จจริง รวมถึงประสานข้อมูลกับ ป.ป.ช.และตำรวจ หากพบว่ามีการกระทำความผิดจริง ก็จะดำเนินการต่อในขั้นต่อไป ซึ่งไม่สามารถกำหนดกรอบระยะเวลาได้ แต่จะทำให้เร็วที่สุด เพราะแต่ละที่จะมีกรอบระยะเวลาในการดำเนินการดังกล่าวไม่เหมือนกัน

'ก.กลาง-กสถ.' ยึดข้อเท็จจริง

ถามว่า ในกลุ่มผู้ที่ได้รับผลกระทบมีสิทธิที่จะไปฟ้องต่อศาลปกครองหรือไม่  รมช.มหาดไทยกล่าวยืนยันว่า กสถ.และ ก.กลางทำงานบนข้อเท็จจริงและสามารถพิสูจน์ได้ ผู้ที่ถูกถอดถอน เลขาฯ  จะส่งตัวหลักฐานและวิธีการแนวปฏิบัติไปให้ทั้ง ก.จังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่จะทำการถอดถอนไปให้ทราบด้วย

"การเตรียมพร้อมรับมือหากถูกฟ้องร้อง สถ.จะมีการตั้งทีมเพื่อติดตามเรื่องนี้ด้วย ซึ่งขอยืนยันทุกอย่างทำงานบนข้อเท็จจริงที่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยนิติวิทยาศาสตร์" รมช.มหาดไทยกล่าว

ซักว่าหากฟ้องไปแล้วผู้ที่ถูกดำเนินการชนะคดี  ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบในการคืนตำแหน่ง นายวรศิษฎ์กล่าวว่า ขออย่าเพิ่งไปมองจุดนั้น ขอให้เอาตรงนี้ก่อน ย้ำว่าพบผู้ที่มีคะแนนผิดปกติจริง ทั้งนี้ จะมีการส่งคู่มือแนวปฏิบัติไปให้กับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเพื่อยึดเป็นแนวปฏิบัติในการทำหน้าที่ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่ามีหลักยึด หลักพิง ไม่ได้รู้สึกว่าโดดเดี่ยวในการทำหน้าที่

"การประชุมที่ใช้เวลายาวนานนั้น เนื่องจากมีบางประเด็นที่ประชุมเห็นในประเด็นข้อกฎหมายที่มีแตกต่างกัน จึงใช้เวลาในการหาข้อตกลงร่วมกัน"  นายวรศิษฎ์กล่าว

เมื่อถามกรณีนายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดี สถ. จะเป็นผู้รับจบในเรื่องนี้หรือไม่ เนื่องจากเข้าไปให้ถ้อยคำกับตำรวจสอบสวนกลาง รมช.มหาดไทยกล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะไม่ใช่อธิบดี ในส่วนนี้ตำรวจก็ดำเนินการอยู่ แต่ยืนยันว่าเราไม่ปกป้องใครแน่ๆ หากข้อเท็จจริงปรากฏว่าไปเกี่ยวข้องกับบุคคลใด ไม่ว่าจะใหญ่กว่าอธิบดีหรือใครก็แล้วแต่ ก็จะจัดการทั้งหมด

ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดี สถ. และ ผศ.เรืองเดช ศิริกิจ ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  (มศว) เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาคดีทุจริตการสอบแข่งขันบุคคลเพื่อบรรจุเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่น ตามหมายเรียกของพนักงานสอบสวน  บก.ป.

พ.ต.อ.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล ผกก.2 บก.ป. กล่าวว่า พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างสอบปากคำนายธีรุตม์ โดยคดีนี้มีการออกหมายเรียกผู้ต้องหารวม 13 ราย เพื่อให้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหา โดยผู้ต้องหาถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มข้าราชการท้องถิ่น จำนวน 11 ราย ซึ่งทำหน้าที่แก้ไขกระดาษคำตอบที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี และอีก 2 ราย คือนายธีรุตม์และ ผศ.เรืองเดช

"พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อนายธีรุตม์และ ผศ.เรืองเดช รวม 6 ข้อหา ประกอบด้วย  ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, เป็นเจ้าพนักงานปลอมเอกสารราชการโดยอาศัยตำแหน่งหน้าที่, เป็นเจ้าพนักงานรับรองหลักฐานอันเป็นเท็จในเอกสารราชการ, ร่วมกันเอาไปเสียหรือทำให้สูญหายซึ่งเอกสารของผู้อื่น, ร่วมกันปลอมเอกสารราชการ และร่วมกันเปิดผนึกหรือนำเอกสารที่ปิดผนึกของผู้อื่นไปเพื่อล่วงรู้ข้อความ ส่วนข้าราชการท้องถิ่นอีก 11 ราย ที่ถูกกล่าวหาว่าร่วมแก้ไขกระดาษคำตอบ ถูกดำเนินคดีในข้อหาอั้งยี่ ซ่องโจร ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188 และความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์" ผกก.2 บก.ป.กล่าว

มีรายงานว่า ขณะนี้มีผู้ต้องหาเข้าพบพนักงานสอบสวนแล้ว 6 ราย ได้แก่ นายธีรุตม์ ผศ.เรืองเดช และข้าราชการที่ทำหน้าที่แก้ไขข้อสอบอีก 4 ราย  ส่วนข้าราชการท้องถิ่นที่เหลืออีก 7 ราย ได้ประสานเข้าพบพนักงานสอบสวนภายในวันจันทร์ที่ 10 ส.ค.นี้ ซึ่งคาดว่าจะสามารถสรุปสำนวนส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการไต่สวนตามขั้นตอนได้ภายในวันที่ 12 ส.ค.นี้

ปปง.สอบเส้นเงินโกงสอบ

นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนยังได้ประสานข้อมูลไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ต้องหาทั้งหมด เนื่องจากเป็นข้าราชการและเข้าข่ายกระทำความผิดทางอาญา  หากตรวจพบพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ ก็สามารถดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษเพิ่มเติมได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่ สถ.ได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ มศว และ ผศ.เรืองเดช เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ในความผิดเกี่ยวกับการทำและรับรองเอกสารอันเป็นเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 161 และ 162 พนักงานสอบสวนระบุว่า เป็นพฤติการณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับคดีเดิม จึงได้รวบรวมไว้พิจารณาในสำนวนเดียวกัน

ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) เป็นประธาน มีการประชุม โดยมีวาระพิจารณาเรื่องการตรวจสอบทุจริตสอบท้องถิ่น

นายรังสิมันต์กล่าวก่อนการประชุมว่า เรื่องการทุจริตสอบท้องถิ่น แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือข้อเท็จจริง ข้อมูลที่มีการยืนยันรายชื่อที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตกว่า 5,900 รายชื่อ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ปรากฏในแฟลชไดรฟ์และอยู่ในมือ ป.ป.ช.แล้ว แต่สังคมยังสงสัยขบวนการในการทุจริตสอบท้องถิ่นว่ามีแค่สายเดียวหรือไม่ และคนที่เกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตมีเพียงแค่ขบวนการเดียวหรือมีอีกหลายขบวนการหรือไม่ แต่วันนี้เชื่อได้ว่าคนที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่นทำเป็นขบวนการแน่นอน

นอกจากนี้ ส่วนที่สอง อะไรที่ทำให้กระบวนการกฎหมายล่าช้า ก่อนหน้านี้กระบวนการเอาผิดแทบจะไม่มีความคืบหน้าเลย ตอนนี้อาจจะเริ่มเห็นการออกหมายเรียกบ้าง แต่ข้อกล่าวหารวมถึงการฟอกเงินได้ดำเนินการไปถึงไหน มีการตรวจสอบเพราะการฟอกเงินด้วยหรือไม่ ต้องรอให้มีการยักย้ายถ่ายโอนหรือเอาทรัพย์สินไปซุกซ่อนก่อนหรือไม่ค่อยมายึดอายัดไปทีหลัง ซึ่งถ้าทำแบบนั้นประเทศชาติได้ประโยชน์หรือไม่ ดังนั้นมาตรการในเรื่องของการฟอกเงินเราอยากเห็นความเข้มข้นของการบังคับใช้อย่างจริงจัง

"ปปง.ขณะนี้ยังไม่ได้มีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน แต่วันนี้จะรอฟังก่อน เชื่อว่า ปปง.จะให้ข้อมูลอย่างเต็มที่ เพราะเราได้กระตุ้น ปปง.หลายครั้งแล้ว และคาดหวังว่า ปปง.จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจัง เพราะ ปปง.มีเขตอำนาจที่กว้างขวางที่จะทำเรื่องนี้ได้อย่างแน่นอน"  นายรังสิมันต์กล่าว

ถามว่า สุดท้ายแล้วหากไม่สามารถยึดอายัดทรัพย์ได้เลยเพราะเส้นเงินอาจจะเชื่อมไม่ถึง นายรังสิมันต์กล่าวว่า นี่คือสิ่งที่ตนกังวล จับเขาไปขัง เขาออกมาก็ต้องใช้เงิน ดังนั้นผู้กระทำผิดไม่มีทางเกรงกลัว และนอกเหนือจากการยึดอายัดทรัพย์  อยากให้มองว่าเรื่องนี้ฝ่ายการเมืองถูกตัดตอนแล้วหรือ ตกลงฝ่ายการเมืองไม่ต้องมีใครรับผิดชอบอะไรเลย

ปธ.กมธ.การกฎหมายฯ กล่าวว่า ปัญหาของประเทศนี้ที่มีการทุจริตคอร์รัปชัน เป็นเวรกรรมของประเทศชาติ ไม่ได้มีฝ่ายการเมืองไปเกี่ยวข้องจริงหรือ ดังนั้นตนคิดว่าเรื่องนี้อย่าให้เป็นไปตามที่เขากล่าวหากันว่าตัดตอนที่ราชการ สุดท้ายมีคนลอยนวลพ้นผิดที่เรียกว่าเป็นฝ่ายการเมือง ซึ่งวันนี้เราก็ยังไม่ยอมแพ้ เรามีการสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ต่อ

"อย่างน้อยกรรมการทีโออาร์บางคนเคยเป็นหน้าห้องนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ  รมว.มหาดไทยแน่ๆ ซึ่งเป็นบุคคลที่ทำให้ทีโออาร์หละหลวมขนาดนี้ ไม่ต้องรับผิดอะไรเลยใช่หรือไม่  นี่จึงเป็นสิ่งที่อยากฝากไปถึงนายอนุทิน เวลาบอกว่ารับผิดชอบ รับผิดชอบ เห็นรับแต่ชอบ แต่เวลาที่มีปัญหา มีเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน อยากเห็นฝ่ายการเมืองเข้ามารับผิดกับสิ่งเหล่านี้ด้วย”  ปธ.กมธ.การกฎหมายฯ กล่าว

ถามว่า หลายฝ่ายบอกว่าเรื่องนี้จบแล้ว เพราะมีการแจ้งความดำเนินคดีอธิบดี สถ. รวมถึง มศว  นายรังสิมันต์กล่าวว่า ถ้าจะบอกว่าจบต้องมี 2 อย่าง คือ 1.การขยายผลไปถึงผู้กระทำความผิดมีใครบ้าง จากรายชื่อพบว่ามีบิ๊กเนมหลายคน ไม่ใช่แค่อธิบดีคนปัจจุบัน แต่ยังมองไปถึงอดีตอธิบดีที่ยังทรงอำนาจ ยังมีอิทธิพลอยู่ในกระทรวงมหาดไทย 2.ต้องมองไปถึงการบังคับใช้กฎหมาย ตราบใดที่ยังไม่เห็นผู้กระทำความผิดถูกลงโทษ จะเรียกว่าจบได้อย่างไร

 “คำว่าจบกับตัดตอนไม่เหมือนกัน ถ้าท่านบอกว่าวันนี้ท่านแค่แจ้งความดำเนินคดี อันนี้เขาเรียกว่าตัดตอน เพราะท่านไม่ได้ทำให้มันสุดฝีมือ สุดความสามารถ ท่านอย่าลืมว่านายกฯ ไม่ได้เป็นแค่ รมว.มหาดไทย แต่ยังเป็นถึงนายกรัฐมนตรี ที่มีบทบาทในการกำกับดูแลตำรวจด้วย ดังนั้นถ้าหากยังไม่เห็นการดำเนินการเหล่านี้ ผมคิดว่าก็น่ากังวล เพราะสุดท้ายอาจจะเป็นการช่วยกัน" นายรังสิมันต์กล่าว

ปธ.กมธ.การกฎหมายฯ กล่าวว่า มีอีกหลายส่วนที่เรายังติดตามต่อ เพราะจะปล่อยให้เรื่องนี้จบโดยที่ไม่มีใครถูกลงโทษได้เลยกับการทุจริตที่ใหญ่โต ถ้ายังไม่นับว่าถ้ามีการสอบท้องถิ่นในอนาคตจะไม่มีการทุจริตแบบนี้อีก เราไม่มีทางรู้ด้วยซ้ำว่าในอนาคตจะมีการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์กติกาเพื่อให้เกิดความรัดกุมได้อย่างไร สุดท้ายก็จะมีตั๋วนักการเมือง โควตานักการเมืองที่ฝากไปยังมหาวิทยาลัย ฝากผ่านท้องถิ่นกันต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ได้ฤกษ์เสียที! ก.กลาง รับทราบมติ กสถ. เพิกถอนบัญชีโกงสอบท้องถิ่น 5,925 ราย

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น(ก.กลาง) ครั้งที่ 7/2569 เพื่อพิจารณามติของคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ที่ให้ยกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นเดิม และประกาศบัญชีใหม่ ปี 68