บีโอไอร่วมคณะนายกฯ เยือน “ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์” 17-22 ส.ค.นี้ ชี้โอกาสสำคัญดึงบริษัทชั้นนำและองค์ความรู้หนุนอุตสาหกรรมไทยในสาขาเกษตรสมัยใหม่ พลังงาน ดิจิทัล และเทคโนโลยีขั้นสูง “สีหศักดิ์” พอใจผลเยือนรัสเซีย ฟื้นประชุมเจซีในรอบ 3 ปี จัดต่อปีหน้าไทยเป็นเจ้าภาพ พร้อมลุยเจรจาเอฟทีเอไทย-ยูเรเชีย ถก “ลาฟรอฟ” เร่งข้อตกลงที่ค้าง-ลงทุนท่าเรือทวาย
เมื่อวันที่ 16 ส.ค.2569 นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยถึงการเดินทางเยือนออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 17-22 ส.ค. ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ ว่าบีโอไอได้รับโอกาสในการร่วมคณะของนายกฯ ด้วย เพื่อจัดกิจกรรมในด้านเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นการเปิดประตูการลงทุนครั้งสำคัญของไทย เพราะออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ถือว่าเป็นประเทศสำคัญที่มีจุดแข็งในด้านทรัพยากรและเทคโนโลยี ที่จะมาช่วยเติมเต็มศักยภาพของไทยได้เป็นอย่างดี โดยออสเตรเลียถือว่าเป็นผู้นำในสาขาที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นดิจิทัล พลังงาน เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง และการเกษตรสมัยใหม่ ขณะที่นิวซีแลนด์ก็เป็นประเทศสำคัญที่เป็นผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์นมที่ใหญ่ที่สุดในระดับโลก มีจุดแข็งทั้งในด้านการเกษตร อาหาร และการท่องเที่ยว ซึ่งจุดแข็งเหล่านี้สามารถมาช่วยต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจไทยได้เป็นอย่างดี
“การเดินทางครั้งนี้ นายกฯ จะได้พบปะหารือกับนักธุรกิจและผู้บริหารบริษัทชั้นนำแบบ One-on-One ของทั้งสองประเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างการตัดสินใจว่าจะมาลงทุนในไทย อุตสาหกรรมเหล่านี้จะมาช่วยต่อยอดฐานอุตสาหกรรมของประเทศในหลายด้าน ทั้งการเกษตร การท่องเที่ยว และด้านดิจิทัล”
นายนฤตม์กล่าวอีกว่า ยังมีการจัดกิจกรรม Investment Networking กับทั้งสองประเทศ ซึ่งเป็นโอกาสดีที่นายกฯ จะได้สื่อสารโดยตรงกับนักธุรกิจชั้นนำของทั้งสองประเทศ รวมทั้งจะเป็นการเปิดโอกาสให้นักธุรกิจไทยที่เดินทางร่วมกับคณะนายกฯ กว่า 10 บริษัท รวมถึงบริษัทไทยบางส่วนที่มีการลงทุนในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อยู่แล้ว ได้มาร่วมกันทำความรู้จักและสร้างความร่วมมือใหม่ๆ ในอนาคตให้มากยิ่งขึ้น
“กิจกรรมในครั้งนี้จะเห็นว่าเป็นมิติที่มากกว่าการทูต แต่เป็นโอกาสสำคัญทางเศรษฐกิจของไทยที่จะสร้างโอกาสในการดึงการลงทุน องค์ความรู้ และเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามายังประเทศไทย เพื่อมาช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ และวางรากฐานเศรษฐกิจไทยให้เติบโตมากขึ้นในเวทีโลก” เลขาธิการบีโอไอกล่าว
ทั้งนี้ คณะนายอนุทินมีกำหนดเดินทางเยือนเครือรัฐออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 17-20 ส.ค.2569 และเยือนนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 20-22 ส.ค. ตามคำเชิญของนายกฯ ทั้งสองประเทศ โดยกรณีออสเตรเลียนั้น นับเป็นการเยือนอย่างเป็นทางการของนายกฯ ไทยครั้งแรกในรอบ 14 ปี ก่อนครบรอบ 75 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ออสเตรเลียในปี 2570 โดยนายกฯ จะหารือกับนายแอนโทนี อัลบาเนซี นายกฯ ออสเตรเลีย เพื่อขับเคลื่อนความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ให้เกิดผลในทางปฏิบัติ ครอบคลุมการค้าการลงทุน ความมั่นคง พลังงานสะอาด วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม พร้อมขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการร่วมว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ไทย-ออสเตรเลีย ค.ศ.2026-2029
สำหรับนิวซีแลนด์ก็ถือเป็นการเยือนอย่างเป็นทางการของนายกฯ ไทยครั้งแรกในรอบ 13 ปี และตรงกับวาระครบรอบ 70 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-นิวซีแลนด์ โดยนายอนุทินมีกำหนดหารือกับนายคริสโตเฟอร์ ลักซอน นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ และลงนามปฏิญญาร่วมยกระดับความสัมพันธ์ไทย-นิวซีแลนด์ สู่ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์อย่างเป็นทางการ ซึ่งจะเป็นกรอบสำคัญในการขยายความร่วมมือระหว่างกันในระยะยาว
ขณะที่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และ รมว.การต่างประเทศ กล่าวภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจเดินทางเยือนสหพันธรัฐรัสเซีย โดยเฉพาะการประชุมเต็มคณะของคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย-รัสเซีย (Thai-Russian Joint Commission on Bilateral Cooperation - JC) ครั้งที่ 9 ว่าเป็นการขยายผล หลังจากผู้นำ 2 ประเทศพบและหารือกัน และเห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างกันยังมีช่องทางที่จะเพิ่มพูนได้ โดยเฉพาะเรื่องการค้า เพราะหากดูศักยภาพทางเศรษฐกิจของ 2 ประเทศมูลค่าการค้าระหว่างกันยังน้อยไป คือ 1.7 พันล้านดอลลลาร์ ควรได้มากกว่านั้น
ขณะที่ การประชุมเจซีที่ว่างเว้นมา 3 ปี นายสีหศักดิ์กล่าวว่า มีหลายเรื่องที่ต้องพูดคุย ทั้งเรื่องค้างเก่าและเรื่องใหม่ คือการขายสินค้าทางเกษตรของไทยให้รัสเซีย ซึ่งมีการพูดถึงตัวเลข 500 ล้านดอลลาร์ หากไม่มีมาตรการต่างๆ ที่เป็นอุปสรรค เช่นเดียวกันกับรัสเซียที่ต้องการส่งเนื้อและหมูให้ไทย แต่ยังติดปัญหาเรื่องการตรวจสอบโรงงาน มาครั้งนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของ 2 ประเทศได้พูดคุยกัน และหวังว่าหลังจากนี้จะมีการเดินหน้าไปตรวจสอบโรงงานของกันและกัน เพื่อช่วยขจัดอุปสรรค
“รัสเซียเป็นประเทศอันดับต้นๆ ในการส่งออกน้ำมัน แก๊ส และปุ๋ย แต่มีปัญหากรณียูเครนที่ทำให้รัสเซียถูกคว่ำบาตร แต่ต้องทำความเข้าใจด้วยว่า คำว่าคว่ำบาตร ครอบคลุมถึงเรื่องใดบ้าง มีสินค้าหลายรายการที่ไม่ถูกคว่ำบาตร เช่น อาหาร นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องการชำระเงิน ซึ่งมีวิธีการที่หลายประเทศใช้กันอยู่ ฝ่ายรัสเซียได้อธิบายระบบการจ่ายเงิน ซึ่งเราต้องมั่นใจได้ว่าเป็นระบบที่ถูกต้อง และไม่อยากให้เกิดความเสี่ยง จึงต้องมีการพูดคุยกันต่อไประหว่างธนาคารกลางแบงก์ชาติทั้ง 2 ประเทศ ซึ่งน่าจะมีวิธีการชำระเงินตามช่องทางที่ถูกต้อง ซึ่งหากลดอุปสรรคเหล่านี้ได้ ก็จะทำให้มีการค้าการลงทุนมากขึ้น”
นายสีหศักดิ์ยังกล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม ได้เดินทางมารัสเซียดูระบบรางที่ได้พัฒนาอย่างน่าสนใจ เพื่อใช้ในการเดินทางและขนส่งสินค้า ซึ่งมีราคาถูกกว่าระบบของยุโรป เป็นเรื่องที่คงต้องคุยกันต่อไป เพราะการพัฒนาระบบรางมีความจำเป็นในไทยที่ไม่ได้พัฒนายกระดับมาเป็นเวลานานแล้ว ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งในการให้ไทยเป็นศูนย์กลางความเชื่อมโยงในภูมิภาค
“รัสเซียยังให้ความสำคัญเรื่องความมั่นคงทางไซเบอร์ ซึ่งเคยพูดคุยกับนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่มีแผนการเดินทางมาเยือนรัสเซีย เพื่อหารือเรื่องความร่วมมือทางไซเบอร์และเทคโนโลยีดิจิทัล” นายสีหศักดิ์กล่าว
นายสีหศักดิ์ยังระบุว่า ได้เดินหน้าผลักดันการเริ่มต้นเจรจาความตกลงเขตการค้าเสรีไทย-สหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย (Thai - EAEU FTA) ที่จะเชื่อมโยงจำนวนประชากรรวมกันกว่า 180 ล้านคน และมีจีดีพี 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ โดยต้องเร่งทำข้อตกลงทางการค้า ไม่ว่าจะเป็นทวิภาคีหรือระดับภูมิภาค เพราะขณะนี้ระบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO) ก็มีปัญหา สหรัฐก็เพิ่มมาตรการด้านภาษี มีมาตรการกีดกันทางการค้า เราก็ต้องหาช่องทางในการรักษาการค้าเสรี การลงทุนที่เสรี การเงินที่เสรี ตอนนี้เรากำลังเจรจาการค้าเสรีกับอียูที่หวังว่าจะเสร็จในปีนี้
นายสีหศักดิ์ยังกล่าวถึงการหารือกับนายเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รมว.การต่างประเทศรัสเซีย ว่าได้เห็นความสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์กับไทย เขาขอให้เราเร่งเรื่องความตกลงที่ยังค้างอยู่เช่นกัน ความตกลงคุ้มครองส่งเสริมการลงทุน ความตกลงเกี่ยวกับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และความตกลงเกี่ยวกับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ นอกจากนี้ยังได้หารือเรื่องสถานการณ์ภูมิภาค ที่ขณะนี้เป็นห่วงเรื่องความผันแปรต่างๆ ซึ่งรัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียอยากให้อาเซียนแสดงบทบาทที่สร้างสรรค์ และเราอยากเห็นภูมิภาคอินโดแปซิฟิก คงไว้ซึ่งสันติภาพ คงไว้ซึ่งพลวัตทางเศรษฐกิจ ที่ผ่านมาอาเซียนก็เป็นเสาหลักของสันติภาพ ความมั่นคง รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียจึงอยากเห็นอาเซียนแสดงบทบาทนี้ต่อไป
นายสีหศักดิ์ยังกล่าวอีกว่า ได้พูดคุยกับ รมว.การต่างประเทศรัสเซียถึงสถานการณ์ในเมียนมา เพราะก่อนหน้านี้นายมิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีเมียนมาได้เดินทางเยือนไทย ซึ่งไทยก็ได้ให้ความสำคัญเรื่องทวิภาคีและปัญหาชายแดน ทั้งเรื่องสแกมเมอร์ ยาเสพติด มลพิษ การค้าชายแดนที่ต้องพูดคุยกันโดยตรง และในฐานะเพื่อนบ้านต้องมองสถานการณ์ด้วยความเป็นจริง ส่วนสถานการณ์ภายในเมียนมาเราก็ไม่ทอดทิ้ง เมื่อมีเลือกตั้งไปแล้วอาจมีหลายฝ่ายที่กังวล แต่ไทยมองไปข้างหน้า คือขอให้เดินหน้าต่อไป ในการแก้ปัญหาภายใน มีกระบวนการสันติภาพ กระบวนการพูดคุยต่างๆ ชนกลุ่มน้อย กลุ่มที่เรียกร้องประชาธิปไตย ขณะเดียวกันนายมิน อ่อง หล่าย กำลังเดินทางมาเยือนรัสเซีย ไทยจึงได้ขอให้รัสเซียสนับสนุนแนวทางที่ขอให้รัฐบาลเมียนมาเดินหน้ากระบวนการสันติภาพพูดคุยปรองดองภายในประเทศ
นายสีหศักดิ์กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกัน รัสเซียสนใจไปลงทุนในโครงการใหญ่ๆ เช่น ท่าเรือทวาย ซึ่งโครงการนี้จะเป็นไปได้ต้องมีไทยมีส่วนร่วมด้วย เพราะจะเป็นอีกช่องทางในการส่งออกนำเข้าสินค้าไทย เพราะที่เดิมมีความแออัด อีกทั้งการขนส่งต้องผ่านช่องแคบมะละกา แต่ทุกคนก็ห่วงหากเกิดสถานการณ์ขัดแย้ง การปิดช่องแคบจะมีผลกระทบ ดังนั้นหากเรามีส่วนร่วมในการพัฒนาท่าเรือได้ ท่าเรือทวายไม่ได้ไกลจากท่าเรือแหลมฉบัง ห่างประมาณ 200 กิโลเมตร สามารถเชื่อมโยงถนน รถไฟได้ คิดว่าเอกชนไทยก็น่าจะมีความสนใจในโครงการนี้
“การเยือนบรรลุผลที่เราตั้งใจไว้ และที่เห็นตรงกับรัสเซียคือการประชุมเจซีที่ปล่อยว่างไว้มา 3 ปี ในปีหน้าต้องมีการประชุมอีก โดยไทยจะเป็นเจ้าภาพ ซึ่งรัสเซียยินดีที่จะเดินทางไปประชุมที่ไทย” นายสีหศักดิ์กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บี้กกต.ส่งศาลฎีกาฟันคดีฮั้ว!
"ไอติม" เปิดคลิปภาคต่อ "คดีฮั้ว สว." โชว์หลักฐาน 4 มิติ มัด "นายกเทศมนตรีโพนสา" 53 คณาจารย์นิติศาสตร์-ทนาย-นัก กม. ร่อนแถลงการณ์จี้ กกต. เร่งส่งศาลฎีกาฟัน
‘อนุทิน’เจอสุ่มตรวจ ‘ปืน-ยา’ด่านบุรีรัมย์ไม่ยกเว้น/กรวีร์โวพร้อมแจงทุกบิล
นายกฯ ก็ไม่เว้น! "อนุทิน" เจอสุ่มตรวจเข้มปืน-ยาเสพติดที่ด่านบุรีรัมย์เช่นประชาชน
60%ชี้ฟอกเงินน่าห่วง จี้รัฐใช้กม.จับ‘ตัวใหญ่’
ดุสิตโพลเผยคนเกือบ 60% ชี้ปัญหาฟอกเงินวันนี้น่ากังวลมาก
ปีติ‘ในหลวง’ ทรงเปิดตึก ‘ทศมบพิตร’
“ในหลวง-พระราชินี” ทรงเปิด “อาคารทศมบพิตร” นามพระราชทานเป็นสิริมงคล ทรงห่วงใยสุขอนามัยพสกนิกรทุกหมู่เหล่า
ดีลภาษีทรัมป์ ไทยลงทุนอื้อ!
รัฐบาลเตรียมเจรจาภาษีสหรัฐปลาย ส.ค. ชูเอกชนไทยลงทุนเกือบ 2 หมื่นล้านดอลลาร์ มีแผนเพิ่มอีก 5 พันล้านเหรียญฯ คิดเป็นเงินไทยรวมเฉียดล้านล้านบาท สะท้อนผลประโยชน์ร่วม มุ่งลดภาระภาษีสินค้าส่วนที่เหลือ
‘หนู’ไม่กลัวซักฟอก คุยลั่น!ถามอะไรมาตอบได้หมดยืนยันเสียงรัฐบาลเข้มแข็ง
"อนุทิน" เกทับซักฟอกไม่ใช่ข่าวใหม่ รู้อยู่แล้วว่าฝ่ายค้านมีสิทธิ์ยื่นปีละครั้ง คุยลั่นตอนนี้ไม่มีพรรคร่วมรัฐบาล มีแต่รัฐบาลของประชาชนชาวไทย ไม่ต้องเก็งข้อสอบเพราะทำงานทุกวัน ปฏิเสธไม่เกี่ยวฮั้ว สว. เป็นเรื่องของรัฐธรรมนูญ ยันรัฐบาลเข้มแข็ง "เท้ง" ชี้รัฐบาลที่เข้าสู่อำนาจแบบไม่ถูกต้องพยายามใช้อำนาจต่อเติมกำแพงให้หนาขึ้น

