นายกฯ มอบรางวัล อปท. บอกโชคดีในห้องนี้ไม่มีคนโกงข้อสอบ ซัดคนผิดไม่ต่างจากโจร ยันไม่ละเว้น ขอร่วมกันเรียกความเชื่อมั่น แจงปมเปลี่ยนตัวโฆษกรัฐบาล-ผุดรายการ ครม.อนุทิน หวังให้ รมต.ตีปี๊บผลงานหลังทำงานครบครึ่งปี "รัชดา" ไขก๊อกแล้ว ครม.จ่อเคาะ “หมอเอก” นั่งโทรโข่งคนใหม่ทันที "ศิริกัญญา" ไม่โต้ นายกฯ ปม MOA แจงที่บอกลืมไปแล้วหมายถึงวันครบรอบ แต่บทเรียนจำแม่น
เมื่อวันที่ 7 กันยายน ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการบริหารจัดการที่ดี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย และข้าราชการระดับสูงของกระทรวงมหาดไทยเข้าร่วม
โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 240 แห่งที่ได้รับรางวัลในวันนี้ รางวัลนี้ไม่ใช่เป็นเพียงเครื่องหมายของความสำเร็จในการบริหารงาน แต่เป็นการยืนยันว่าการทำงานที่ดีมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และยึดประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง เป็นสิ่งที่เราต้องให้คุณค่าและควรได้รับการยกย่อง ให้เป็นแบบอย่างและเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความเข้มแข็งขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะเราเชื่อว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เข้มแข็ง คือรากฐานของประเทศที่มั่นคง แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้ประสิทธิภาพการทำงาน คือความเชื่อมั่นจากประชาชนจากพวกเรา
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขอใช้โอกาสนี้พูดในเรื่องที่สำคัญที่สุดในเรื่องการปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรของรัฐทุกองค์กรย่อมมีช่วงเวลาที่ต้องเผชิญกับคำถาม หรือเหตุการณ์กระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่เพียงแค่เราจะตอบคำถามเหล่านั้นอย่างไร แต่อยู่ที่ว่าเราจะทำให้ประชาชนกลับมาเชื่อมั่นในองค์กรของเราได้อย่างไร ตนเชื่อว่าคำตอบที่ดีที่สุดไม่ได้อยู่ที่คำพูด แต่คือการกระทำ ซึ่งเราต้องทำให้ประชาชนได้เห็นว่า บุคลากรในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับท้องถิ่นทั่วประเทศ ล้วนแล้วแต่เป็นคนที่ตั้งใจทำงาน มีความซื่อสัตย์ และยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง และเมื่อมีคนทำดีเราก็ต้องช่วยกันยกย่องเชิดชู ทำให้คนเหล่านั้นกลายเป็นแบบอย่างขององค์กร เป็นที่พึ่งพาได้ของประชาชน
นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำว่า รางวัลที่ได้รับในวันนี้จึงมีความหมายมากกว่าการประกาศว่าองค์กรใดบริหารจัดการได้ดี แต่เป็นการบอกกับสังคมว่า มาตรฐานที่เราต้องการเห็นในระบบราชการของไทยคืออะไร และคนแบบไหนที่เราต้องการให้เติบโตขึ้นในระบบของเรา
“คนเหล่านั้นต้องไม่ซื้อข้อสอบ ต้องไม่ขี้โกงข้อสอบ ต้องไม่เป็นส่วนหนึ่งของระบบที่ทำร้ายประเทศไทย มันเป็นไปไม่ได้ที่ประเทศไทยจะอยู่รอดได้ ถ้าข้าราชการโดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งมีความใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด เป็นส่วนแรกที่จะเข้าถึงประชาชน เป็นที่พึ่งพาของประชาชน ถ้าคนเหล่านั้นเข้ามาด้วยวิธีการอันเป็นการกระทำที่ทุจริต ประเทศไทยของเราคงไม่มีอนาคตที่ดีได้ ดังนั้นพวกเราทุกคนที่อยู่ในที่นี้โชคดีเหลือเกินไม่มีนายก อบจ.เกี่ยวข้องซักคนเดียว แต่เป็นคนนอกทั้งนั้น ที่ผมได้รับทราบมาจากการสืบสวนสอบสวนในเบื้องต้น ในหน่วยงานที่ผมรับผิดชอบอยู่"
นายอนุทินกล่าวอีกว่า ยังมีอีกหลายหน่วยงานที่ติดตามสอบสวนสืบสวนเรื่องนี้อยู่ เป็นหน่วยงานที่พึ่งพาได้ไว้เนื้อเชื่อใจได้ ที่สำคัญปราศจากอิทธิพลใดๆ ของรัฐบาล หรือของหน่วยงานใดในราชการที่จะไปกำกับดูแล หรือไปสั่งการเขาได้ เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นต้น เรื่องนี้หากไม่มั่นใจจริงเราคงไม่สามารถมานั่งรับรางวัลตรงนี้ได้ เพราะคนที่ตรวจสอบ คนที่สอบสวนสืบสวน คนที่จะลากตัวผู้กระทำผิดมารับโทษตามสิ่งที่เขาได้กระทำไว้คือ ป.ป.ช. ที่ถือว่าเป็นหน่วยงานอิสระ ส่วนของเรามีหน้าที่ที่จะให้ข้อมูล หรือให้หลักฐานต่างๆ ที่จะหาได้ในส่วนราชการ กำลังดำเนินการสืบสวนสอบสวนอยู่
"ขอให้เชื่อมั่นว่าเราจะไม่ละเว้นผู้ใดแม้แต่คนเดียว ไม่ว่าจะมีอิทธิพล มีความรู้ ความสามารถ หรือเก่งกาจขนาดไหนก็ตาม ถ้าเขาทำผิดกฎหมาย เขาก็ไม่มีอะไรต่างไปจากโจร จึงขอให้ทุกท่านได้มั่นใจและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนด้วยว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของพวกเขาทั่วประเทศไทย ยังเป็นหน่วยงาน เป็นองค์กรที่ประชาชนให้ความเชื่อถือได้ เชื่อมั่นได้ว่าเรามีภารกิจอย่างเดียวคือ ให้บริการรับใช้อำนวยความสะดวกประชาชนทั่วประเทศ เราไม่มีหน้าที่อื่น เพราะเรามาได้จากการคัดสรร คัดเลือก การตัดสินใจของประชาชน เพราะฉะนั้นผมจึงขอให้องค์กรที่ได้รับรางวัลทุกแห่ง เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความเชื่อมั่นด้วยผลงานที่ประชาชนได้เห็นและสัมผัสได้จริง" นายอนุทินกล่าว
ที่รัฐสภา นายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงการเปลี่ยนตัวโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและเปิดตัวรายการ “คุยกับ ครม.อนุทิน" ส่วนนี้การสื่อสารของรัฐบาลมีปัญหาอะไรหรือคาดหวังอะไรหรือไม่ว่า รัฐบาลเข้ามาทำหน้าที่ประมาณครึ่งปีแล้ว ทางกรมประชาสัมพันธ์ โดยนางศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้มาหารือว่าสมัยก่อนก็มีการสื่อสารไปยังประชาชนผ่านรายการ อย่างเช่นรายการนายกฯ พบประชาชน เนื่องจากรัฐบาลชุดนี้รัฐมนตรีทุกคนก็ทำงาน ฉะนั้นในแต่ละสัปดาห์ก็จะจัดช่วงเวลาให้ เพื่อให้รัฐมนตรีที่ปฏิบัติหน้าที่ทำงานในแต่ละเรื่องได้มาชี้แจงให้ประชาชนรับทราบ ก็จะพยายามทำให้ได้มากที่สุด เมื่อถามว่านายกฯ มีคิวออกอากาศวันไหน นายกฯ ตอบว่ายังไม่ได้
เมื่อถามว่า โฆษกรัฐบาลคนใหม่ที่จะแต่งตั้งจะเสริมการสื่อสารเรื่องการเมืองจากเดิมหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เน้นการสื่อสารกับประชาชน ให้ประชาชนได้รับทราบว่ารัฐบาลได้ดำเนินการอะไรไปแล้วบ้าง เมื่อถามว่าจะเน้นเรื่องตอบโต้ทางการเมืองหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า อย่าไปใช้คำว่าตอบโต้ทางการเมืองเลย มีอะไรก็ชี้แจงข้อสงสัยหรือข้อกังวลให้ทุกฝ่ายได้รับทราบ
ถามว่า ตอนนี้ปรับแค่การสื่อสารยังไม่ปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใช่หรือไม่ นายกฯ ยิ้มพลางหัวเราะแต่ไม่ตอบคำถาม เมื่อถามอีกว่าตอนนี้รัฐบาลอยู่มา 6 เดือนแล้ว ถึงเวลาปรับ ครม.แล้วหรือยัง นายกฯ ไม่ตอบคำถาม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังมีความชัดเจนในการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกฯ ล่าสุด น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งโฆษกฯ แล้วเมื่อวันที่ 3 ก.ย. โดยหนังสือระบุว่า มีความประสงค์ขอลาออกจากตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกฯ ตั้งแต่วันที่ 7 ก.ย.เป็นต้นไป เพื่อไปทำภารกิจอื่น
นอกจากนี้ ยังมีหนังสืออีกฉบับที่นายอนุทินได้ลงนามคือ คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ให้กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากนายเอกภพ เพียรพิเศษ ได้ขอลาออกจากตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 7 ก.ย. 69 จึงให้นายเอกภพ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากลาออก ตั้งแต่วันที่ 7 ก.ย. 69 เป็นต้นไป
โดยการประชุม ครม. ที่อาคารรัฐสภา วันที่ 8 เม.ย. ที่มีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม เป็นประธานการประชุมแทนนายกฯ ที่อยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจที่ต่างประเทศ จะมีการเสนอชื่อนายเอกภพเข้าที่ประชุม ครม.เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบดำรงตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกฯ คนใหม่
ที่รัฐสภา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีนายอนุทิน แสดงความเห็นถึง MOA ระหว่างพรรคประชาชนกับพรรคภูมิใจไทย เป็นความผิดของพรรคประชาชนว่า สองคนยลตามช่อง ตนก็ไม่อยากตอบโต้ คงจะเป็นปิงปองมากกว่าสาระ จริงๆ ครบรอบ 1 ปีได้ผ่านไปแล้ว ก็ให้ผ่านเลยไป คิดว่าเป็นบทเรียนให้ทุกฝ่ายได้จดจำ ไม่ว่าใครจะมองว่าใครผิดสัญญาอย่างไร แต่เป็นความผิดพลาดที่ไม่ควรเกิดขึ้น และไม่ควรเกิดขึ้นอีกในอนาคต
เมื่อถามว่า มีประชาชนบางส่วนไม่พอใจที่จำวันดังกล่าวไม่ได้ น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า ลืมไปแล้ว คือลืมไปแล้วว่าเป็นวันที่ 5 ก.ย. แต่ที่จำได้แม่นคือบทเรียนที่ได้จากครั้งนั้นว่าจะไม่กลับไปทำอีก เพราะในวันนั้นผู้สื่อข่าวถามว่าจำได้หรือไม่ว่าเป็นวันครบรอบ 1 ปี.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯชูศก.กว่าซื้ออาวุธ JICแฉเขมรมี‘ทหารผี’อื้อ
"อนุทิน" ฟังข้อเสนอ วปอ.68 "Resilient Thailand" ชี้การทุ่มเทงบมหาศาลไปเพื่อเตรียมความพร้อมยุทโธปกรณ์ต่างๆ
เปิดชื่อ3มือโปร ดาต้าเซ็นเตอร์ เสริมทีม21คน
นายกฯ ไม่อยากให้ไทยแค่ตั้งโรงงาน "ดาต้าเซ็นเตอร์" แต่อยากดึงดูดการลงทุนคุณภาพสูง เห็นบริษัทไทยเข้าไปอยู่ในซัพพลายเชน เปิดโฉม 3 ผู้ทรงคุณวุฒิ “โชติ-สุพจน์-ธีร”
กังขางบลงทุนไม่ถึง20%
สภาถกงบ 70 วันแรกเรียบร้อย “อนุทิน” บอกเป็นการเมืองสร้างสรรค์ “ไหม” ลั่นหากไม่มีการปรับแก้ไขพรรคส้มคงต้องโหวตคว่ำ
ภท.ร้ายกว่าทักษิณ ‘สนธิ’ลงถนน10กย.บุกสถานทูตอิสราเอลปลุกคนไทยร่วม
"สนธิ-คปท." ปลุกม็อบเอาประเทศไทยของเราคืนมา นัดรวมพล 10 ก.ย.ยื่นหนังสือสถานทูตอิสราเอล ฟาดหนัก "ระบอบสีน้ำเงิน" ร้ายกว่า "ระบอบทักษิณ"
แนะจัดโซนนิง ดาต้าเซ็นเตอร์ ผวา‘อุบัติเหตุ’
“กรมควบคุมมลพิษ” จับมือสำนักงานเขตห้วยขวาง ลุยกำจัดน้ำเสีย-ตะกอนดินเปื้อนน้ำมันจากดาต้าเซ็นเตอร์ย่านพระราม 9
บี้นายกฯจริงใจปราบโกง! ‘ชัชชาติ’ชูใช้เทคโนโลยีสู้
ACT ปลุกสังคมต้านโกง "ไม่รับ ไม่จ่าย ไม่โกง ไม่เงียบ" บี้นายกฯ จริงใจปราบทุจริตให้เข้มข้นเด็ดขาด "พจน์"

