“พริษฐ์” ขับ “กล้าธรรม” พ้นวิปฝ่ายค้าน ผวาเป็นหอกข้างแคร่ศึกอภิปราย เคลียร์ทาง 5 พรรค 149 เสียงยื่นซักฟอก “สาทิตย์” โว ปชป.พร้อมแล้ว 100% จองกฐินพฤติกรรมรัฐมนตรีไม่ดูสังกัด “กธ.” พาเหรดยันทำเพื่อประชาชน-ประเทศชาติ ไม่ใช่ค้านหัวชนฝาจับประชาชนมาเป็นตัวประกัน “ภราดร” ข้องใจใช้สิทธิ์อะไรเขี่ยออก “พิพัฒน์-ยศชนัน” ประสานเสียงอำนาจปรับ ครม.ขึ้นกับนายกฯ โซเชียลเดือด “หนู” สวน “เจ๊ไหม” วิโรจน์โผล่ทวงบุญคุณ
เมื่อวันอังคารที่ 22 ก.ย.2569 มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่น่าสนใจ เมื่อนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) ได้โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 21 ก.ย. เวลา 23.33 น. ว่า ในการเมืองระบบรัฐสภา การทำงานร่วมกันระหว่างพรรคการเมืองในซีกฝ่ายค้าน ย่อมมีมาตรฐานและรูปแบบที่แตกต่างกับการทำงานร่วมกันระหว่างพรรคการเมืองในซีกรัฐบาล เพราะพรรคซีกรัฐบาลตกลงจับมือกันเพื่อตั้งรัฐบาล พรรคซีกฝ่ายค้าน ประกอบไปด้วยพรรคการเมืองที่ไม่ว่าด้วยสาเหตุใดตัดสินใจไม่ร่วมรัฐบาล หรือไม่ถูกเชิญเข้าร่วม การทำงานร่วมกันในวิปฝ่ายค้านที่ผ่านมาจึงเป็นการทำงานบนความเข้าใจและการเคารพซึ่งกันและกัน ว่าพรรคในซีกฝ่ายค้านอาจมีจุดยืน อุดมการณ์ หรือแนวคิดทางนโยบายที่แตกต่างกันได้ แต่สิ่งหนึ่งที่พรรคในซีกฝ่ายค้านควรมีร่วมกัน คือจุดร่วมในการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลไม่ให้ทำงานผิดทิศผิดทางเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน
นายพริษฐ์ระบุว่า เมื่อวันที่ 10 ก.ย. พรรคกล้าธรรม (กธ.) ได้มีมติให้ สส.จากพรรคลงมติเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2570 ของรัฐบาล ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ 1.ขัดกับมติวิปฝ่ายค้าน เนื่องจากมติวิปฝ่ายค้านคือไม่เห็นชอบหรืองดออกเสียงตามมติของแต่ละพรรค และ 2.ก่อให้เกิดคำถามถึงสถานะและเจตนารมณ์ของพรรค กธ.ในการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลปัจจุบัน ยิ่งเมื่อประกอบกับความไม่ชัดเจนของพรรคต่อการยื่นญัตติและลงมติในวาระอภิปรายไม่ไว้วางใจที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้
“ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ได้หารือกับตัวแทนจากพรรคกล้าธรรมหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว และได้ตกลงร่วมกันในการปรับพรรคกล้าธรรมออกจากองค์ประกอบของวิปฝ่ายค้าน ทั้งนี้ เพื่อให้กลไกของรัฐสภาที่ถูกออกแบบไว้สำหรับฝ่ายค้านในการตรวจสอบรัฐบาลถูกใช้โดยพรรคการเมืองที่มีเจตจำนงในการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน แต่ในฐานะที่พรรคกล้าธรรมมี สส.ถึง 58 คน ผมจะยังคงทำหน้าที่ประสานงานกับตัวแทนของพรรคกล้าธรรมต่อไป เพื่อคุ้มครองสิทธิอันชอบธรรมของ สส.พรรคกล้าธรรม ในการมีพื้นที่ทำงานในสภาในฐานะผู้แทนราษฎร ผ่านกลไกที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน” นายพริษฐ์ระบุ
5 พรรคฝ่ายค้าน 149 เสียง
ประธานวิปฝ่ายค้านระบุว่า จะนำเสนอรายชื่อกรรมการวิปฝ่ายค้านชุดใหม่ต่อผู้นำฝ่ายค้าน เพื่อพิจารณาเสนอต่อประธานสภาฯ ตามขั้นตอนต่อไป ซึ่งจะมีผลให้พรรคร่วมฝ่ายค้าน ประกอบไปด้วย 5 พรรค คือ 1.พรรคประชาชน 2.พรรคประชาธิปัตย์ 3.พรรคไทยภักดี 4.พรรคเสรีรวมไทย และ 5.พรรคไทรวมพลัง ซึ่งเพิ่มเข้ามาในสมัยประชุมนี้ หลังพรรคเริ่มลงมติในทิศทางเดียวกันกับฝ่ายค้านในวาระสำคัญ เช่น พ.ร.ก.เงินกู้ หรือ พ.ร.บ.งบประมาณ 2570 ซึ่งวาระเฉพาะหน้า พวกเรา 5 พรรค มีภารกิจสำคัญร่วมกันในการยื่นญัตติเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล โดยเร็วที่สุด
ด้านนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวในเรื่องนี้ว่า จริงๆ ก็เสียดาย เพราะตลอดเวลาการเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้าน พรรค กธ.มีวินัยและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่ก็เห็นใจที่พรรค กธ.มีมติโหวตเห็นชอบ พ.ร.บ.งบประมาณสวนวิปฝ่ายค้าน ดังนั้นเมื่อมีเรื่องของการอภิปรายไม่ไว้วางใจเข้ามา ท่าทีของพรรค กธ.จึงไม่ชัดเจน ทำให้นายพริษฐ์ และนายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา ในฐานะโฆษกพรรค กธ. หันมาคุยกัน ก็ทราบว่านายอรรถกรไม่ขัดข้องที่จะถอยออกจากวิปฝ่ายค้าน
“ไม่กระทบต่อเสถียรภาพการทำงานของฝ่ายค้านที่เหลือเพียง 5 พรรค มี สส. 149 คน ถือเป็นเสียงที่น้อย แต่ประสิทธิภาพการทำงานไม่ลด ยังคงตั้งใจทำงานเต็มที่กันอยู่” นายสาทิตย์กล่าว
นายสาทิตย์ยังกล่าวถึงการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ปชป.เตรียมความพร้อมครบ 100% แล้ว และในสัปดาห์นี้จะมีการประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านคงบรรลุข้อตกลงร่วมกัน และในสัปดาห์หน้าจะได้เห็นหน้าตาร่างญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ จากนั้นจะนำมาให้พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ดูอีกครั้ง ส่วนเป้าการอภิปรายของพรรคนั้น เราดูทั้งคณะไม่ได้เลือกว่าจะเป็นรัฐมนตรีพรรคไหน พูดง่ายๆ คือปิดชื่อดูพฤติกรรม ถ้าพฤติกรรมเข้าข่ายก็อภิปรายทั้งหมด
“เราเตรียมผงซักฟอกไว้หลายซอง และแต่ละซองก็คุณภาพขัดขาวยิ่งกว่าโอโมอีก เอาไว้คอยดูตอนอภิปรายไม่ไว้วางใจ” นายสาทิตย์กล่าว
ส่วนความเคลื่อนไหวของพรรค กธ.นั้น ในกลุ่มไลน์สื่อมวลชนพรรค กธ. ทีมงานพรรคได้มีการแจ้งว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา ในฐานะหัวหน้าพรรค กธ. ในฐานะนายกสมาคมกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทย อยู่ระหว่างการเดินทางไปดูแลความเรียบร้อยของนักกีฬาไทยที่ไปแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่ญี่ปุ่น
ขณะที่นายอรรถกรระบุว่า เข้าใจว่าอำนาจในการตัดสินใจเกี่ยวกับองค์ประกอบและการทำงานของวิปฝ่ายค้านอยู่ที่ประธานวิปฝ่ายค้าน และเคารพกระบวนการดังกล่าว ซึ่งจุดยืนของพรรคกล้าธรรมคือ การทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชนผ่านกระบวนการรัฐสภา โดยพรรคมีความเป็นตัวของตัวเอง และการลงมติในแต่ละครั้งจะพิจารณาจากเนื้อหาและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประเทศและประชาชนเป็นสำคัญ
ยึดประชาชนเป็นหลัก
เมื่อถามถึงการลงมติรับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2570 นายอรรถกรกล่าวว่า สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าพรรคโหวตอย่างไร แต่ต้องมองต่อไปว่า หากกฎหมายงบประมาณเกิดปัญหาจนไม่สามารถบังคับใช้ได้ตามกรอบเวลา ย่อมกระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดินและการจัดสรรงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาประชาชน โดยเฉพาะในสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังมีปัญหาและประชาชนกำลังต้องการให้ภาครัฐเดินหน้าแก้ไขปัญหา
“การตัดสินใจของพรรคกล้าธรรมอยู่บนพื้นฐานของการพิจารณาผลกระทบต่อประเทศเป็นหลัก ไม่ใช่เพียงการคำนวณทางการเมืองว่าพรรคจะอยู่ฝ่ายใด สส.ของพรรคยังคงทำหน้าที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายใดก็ตาม เรายังคงผลักดันการแก้ไขปัญหาประชาชนผ่านกลไกรัฐสภาต่อไป" นายอรรถกรกล่าว
นายปิยวัฒน์ กิตติธเนศวร สส.นครนายก ในฐานะกรรมการวิปฝ่ายค้านในสัดส่วนของพรรค กธ. กล่าวว่า ที่ผ่านมาพรรคให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับมือกับพรรคฝ่ายค้านมาโดยตลอด แต่สิ่งสำคัญคือการยึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก และค้านแบบมีศักดิ์ศรี ค้านแบบมีเหตุมีผล การทำหน้าที่ของ สส.ไม่ควรถูกมองเพียงว่าใครอยู่ฝ่ายไหน หรือมีความสำคัญมากน้อยเพียงใด แต่ควรพิจารณาว่า กำลังคิดถึงพี่น้องประชาชนมากแค่ไหน
“เราเป็นฝ่ายไหนไม่สำคัญ สำคัญที่เราคิดถึงพี่น้องประชาชนกันแค่ไหน ไม่ใช่ค้านแบบหัวชนฝาแล้วเอาพี่น้องประชาชนมาเป็นตัวประกันแบบนี้ พวกเรากล้าธรรมไม่เอาด้วยแน่นอน อย่าเล่นเกมการเมืองเยอะเกินไป”
นายสุรสิทธิ์ เจียมวิจักษณ์ สส.เชียงราย พรรค กธ. กล่าวว่า เรามีท่าทีเป็นของตัวเอง เรื่องใดที่ไม่เป็นประโยชน์ก็พร้อมคัดค้าน เรื่องใดเป็นประโยชน์ก็พร้อมสนับสนุน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับพรรค ปชน. เราไม่ได้เป็นเบี้ยล่างหรือลูกไล่ใครที่กำหนดอะไรแล้วต้องทำตาม และไม่ได้รับใช้พรรคใด สิ่งที่เห็นต่างก็มีสิทธิโหวตสวน เช่นร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 2570 ก็พิจารณาแล้วว่าเป็นประโยชน์ จึงโหวตสนับสนุน
“นายพริษฐ์อย่าสำคัญตัวผิด ออกมาระบุจะปรับพรรคกล้าธรรมออกจากวิปฝ่ายค้าน เพราะเรายังไม่เคยมีมติเรื่องนี้ ยืนยันว่าสถานะพรรคกล้าธรรม ณ วันนี้ยังเป็นพรรคฝ่ายค้านอยู่ และ ร.อ.ธรรมนัสไม่เคยพูดเรื่องการถอนตัว และฝ่ายรัฐบาลยังไม่มีสัญญาณเชิญเราไปเป็นฝ่ายรัฐบาล แต่หากในอนาคตมีการเชิญมา ก็พร้อมเป็นรัฐบาล เพราะไม่มีพรรคใดไม่อยากเป็นรัฐบาล” นายสุรสิทธิ์กล่าว
ข้องใจใช้สิทธิ์อะไร
ส่วนความเคลื่อนไหวในซีกรัฐบาลนั้น นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอไม่พูดถึงเรื่องนี้ เพราะไม่ต้องการก้าวก่ายในส่วนของอีกฝ่าย แต่ตามหลักการแล้ว หากพรรคใดไม่ได้ร่วมรัฐบาล ก็ต้องอยู่ในฝ่ายค้านโดยอัตโนมัติ เพราะการเป็นฝ่ายค้านไม่ได้มีการตกลงกันเหมือนการจัดตั้งรัฐบาล ถึงได้บอกว่า การไปตัดสิทธิ์ความเป็นฝ่ายค้านโดยแกนนำฝ่ายค้านแบบนี้ ใช้สิทธิ์อะไรไปตัดสิทธิ์คนอื่น
“การลงมติใดๆ ที่ไม่เหมือนกับฝ่ายค้าน ถือเป็นเอกสิทธิ์ของ สส.ที่ดำเนินการได้ ซึ่งไม่ได้เป็นการแก้ตัวให้พรรคกล้าธรรม เพราะจะเห็นว่าบางเรื่องพรรคกล้าธรรมลงมติตรงข้ามกับรัฐบาล บางเรื่องงดออกเสียง และบางเรื่องลงมติไปในทิศทางเดียวกับรัฐบาล ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละพรรค” นายภราดรกล่าว
ด้านนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม ในฐานะแกนนำพรรค ภท. กล่าวถึงกระแสพรรค กธ.เข้าร่วมรัฐบาลหลังถูกขับออกจากการเป็นวิปฝ่ายค้านว่า ต้องถามนายกฯ เพียงคนเดียว และยังไม่มีข้อสั่งการอะไรหรือดำริจากนายกฯ เลย
นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะแกนนำพรรค ภท. กล่าวในประเด็นนี้ว่า เป็นเรื่องของแกนนำพรรค ภท.ที่ผู้ใหญ่จะพูดคุยกัน ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นคนตัดสินใจดีกว่า วันนี้เราก็ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดในฐานะ รมว.อุตสาหกรรม
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย และ สส.นครราชสีมา พรรค ภท. กล่าวว่า การที่พรรค กธ.โหวตให้กับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2570 แสดงให้เห็นว่าพรรค กธ.ให้ความสำคัญกับประชาชน เพราะการใช้งบประมาณในการผลักดันเศรษฐกิจและการช่วยเหลือประชาชนเพื่อพัฒนาประเทศไทย ส่วนการที่ผู้นำฝ่ายค้านฯ อย่างพรรค ปชน.ไม่ให้เข้าร่วมในวิปฝ่ายค้าน ก็สุดแล้วแต่พรรค ปชน. แต่ส่วนตัวคิดว่าการแสดงออกในเวทีรัฐสภา หรือการโหวตในญัตติหรือกฎหมายต่างๆ ถ้ายึดประชาชน ยึดประเทศชาติเป็นหลัก คิดว่าพรรค กธ.ทำถูกแล้ว
“ดุลพินิจในการปรับรัฐมนตรีต่างๆ เป็นของนายกฯ เพียงคนเดียว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่เคยมีการหารือในพรรคภูมิใจไทยหรือพรรคร่วมรัฐบาลเลย ส่วนอนาคตจะเป็นอย่างไร อยู่ที่นายกฯ คนเดียว โดย ครม.ทั้งหมดก็ทำงานอย่างขยันขันแข็ง และทุกคนพยายามช่วยเหลือประชาชนให้ทันท่วงทีตามนโยบายที่นายกฯ มอบหมาย” นายพลพีร์กล่าว
น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะโฆษกพรรค ภท. กล่าวหลังประชุม สส.ประจำสัปดาห์ว่า ที่ประชุมไม่มีการพูดคุยกระแสข่าวพรรคกล้าธรรมจะเข้าร่วมรัฐบาล แค่คุยกันว่ากระแสข่าวที่เกิดขึ้นมาจากไหน ซึ่งเป็นเพียงสำนักข่าวต่างๆ ที่วิเคราะห์กัน พวกเรามองว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาของพรรคร่วมฝ่ายค้านมากกว่า ตอนนี้เรามีพรรคร่วมรัฐบาลเท่าที่เห็น
พท.ขอมุ่งเน้นทำงาน
ด้านนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงเรื่องนี้เช่นกันว่า ไม่มี เราทำเต็มที่ในเรื่องการพูดคุยตั้งแต่การเข้าร่วมรัฐบาลอยู่แล้ว เรารับผิดชอบ 5 กระทรวง ตรงนี้ยังไม่ได้มีสัญญาณอะไร และยังตั้งใจมุ่งมั่นทำงานอย่างเต็มที่
“การจัด ครม.เป็นอำนาจของนายกฯ โดยตรงอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งที่พวกเราทำได้ว่าเราได้สัญญาเรื่องไหนไว้ สัญญาว่าจะดูแลเรื่องทุนมนุษย์ทั้งหมด พี่น้องเกษตรกร เราต้องทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ส่วนเรื่องอื่นเป็นอำนาจของนายกฯ” นายยศชนันกล่าว
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ และเลขาธิการพรรค พท. กล่าวว่า พรรคกล้าธรรมก็มีบทบาทที่ตัวเองสามารถดำเนินการได้ ในฐานะพรรคเพื่อไทย เราไม่เข้าไปก้าวก่ายอยู่แล้ว และขณะนี้รัฐบาลก็มีความมั่นคงอยู่
วันเดียวกัน ยังคงมีประเด็นร้อนการปะทะคารมในโซเชียล โดย น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค ปชน. โพสต์เฟซบุ๊กพร้อมแนบภาพที่นายอนุทินแชร์ข่าวความเห็นของตนเองในประเด็น “โครงการไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2” โดย น.ส.ศิริกัญญาได้ระบุว่า “ขยันเล่นเฟซ อ่านทุกโพสต์ แต่ไม่อ่านกฎหมายก่อนเซ็น ถ้าว่างขนาดนี้ รบกวนมาตอบกระทู้ที่สภาให้เป็นบุญตาหน่อยค่ะ” ซึ่งต่อมานายอนุทินได้เข้าไปคอมเมนต์ว่า “รอให้บุญถึงก่อนนะครับ”
ต่อมานายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีต สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค ปชน. ได้โพสต์ในประเด็นนี้ว่า อยากเตือนคุณอนุทินว่า พฤติกรรมต่อปากต่อคำแบบนี้ ไม่เหมาะที่จะประพฤติกับผู้มีพระคุณเลย ผู้มีพระคุณเขาเรียกใช้ ในฐานะผู้ที่เคยรับบุญคุณก็ควรเดินกุมมือมาให้ใช้ เขาเรียกก็ต้องขาน เขาวานก็ต้องมา อยากให้คุณอนุทินคิดถึงวันที่ตัวเองเอาสิบนิ้วประนมไหว้ปลกๆ พร่่ำบอกแต่คำว่าขอบคุณๆๆ ก้มหัวเสียจนปลายปลายจมูกชนซิปกางเกง
“นิมิตฺตํ สาธุรูปานํ กตญฺญูกตเวทิตา ความกตัญญูกตเวทีเป็นเครื่องหมายของคนดี คราวหน้าคราวหลังอย่าประพฤติอย่างนี้ กับผู้มีพระคุณอีกนะครับ ด้วยความหวังดีจากผู้มีพระคุณต่อพรรคภูมิใจไทย”
ขณะเดียวกัน น.ส.แนนกล่าวถึงกรณีนางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค ปชป. ยื่นหนังสือถึงสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ให้ตรวจสอบความโปร่งใสโครงการ TH-AI Passport ว่า พร้อมให้ตรวจสอบ แต่ต้องตรวจสอบอยู่บนข้อเท็จจริง ไม่ใช่จินตนาการ ที่ฝ่ายค้านพูดถึงเรื่องข้อตกลงคุณธรรม เรื่องนี้ก็ควรจะไปศึกษาขั้นตอนก่อนว่าเป็นอย่างไร
'แนน' ดีดปาก 'การดี'
“ก่อนที่จะตำหนิติติงอะไร ขอให้ดูขั้นตอนก่อน ส่วนที่มีการกล่าวหาว่ามีการปั๊มยอดลงทะเบียนนั้น เป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงมาก และก็ไม่แปลกใจเลยถ้าจะโดนฟ้อง เมื่อโดนฟ้องก็คงจะบอกว่าฟ้องปิดปากกันหรือไม่ แต่ก่อนจะเปิดปากต้องดูข้อมูลก่อนว่าสิ่งที่กล่าวหามาเรื่องจริงขนาดไหน ต้องมีหลักฐานที่ชัดเจนด้วย ไม่ใช่จินตนาการเอา และมาพูดให้เสียหาย ซึ่งไม่ใช่เรื่องดี”
ทั้งนี้ มีการเผยแพร่หนังสือราชการที่ กค 0419.2/51465 ลงวันที่ 22 ธ.ค.2568 โดย น.ส.ณิติญาภรณ์ อิ่มใจ ผู้อำนวยการกองความร่วมมือและความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ในฐานะอนุกรรมการและเลขานุการคณะอนุกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต กรมบัญชีกลาง ส่งถึงเลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อแจ้งผลการคัดเลือกโครงการจัดทำข้อตกลงคุณธรรม ประจำปี พ.ศ.2569 ระบุว่า คณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต (ค.ป.ท.) ได้มีมติในการประชุม ครั้งที่ 9/2568 เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.2568 ไม่คัดเลือกโครงการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานให้เข้าร่วมโครงการจัดทำข้อตกลงคุณธรรม ประจำปี พ.ศ.2569 จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย (TH-AI Passport) วงเงินงบประมาณ 1,650 ล้านบาท และ 2.โครงการบริการระบบคลาวด์กลางภาครัฐ (Government Data Center and Cloud service: GDCC) วงเงินงบประมาณ 1,296.25 ล้านบาท
ส่วนที่ศาลฎีกาได้นัดไต่สวนพยานคดีหมายเลขดำที่ คมจ. 1/2569 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง กับ 44 สส.อดีตพรรคก้าวไกล (ก.ก.) โดยเป็นการไต่สวนพยานผู้ร้องนัดที่ 2 จากทั้งหมด 4 นัด มีพยานเข้าไต่สวนทั้งหมด 3 ปากเป็นข้าราชการและอดีตข้าราชการในสภาผู้แทนราษฎร โดยหลังไต่สวนพยานผู้ร้องทั้ง 3 ปากเสร็จสิ้น ศาลได้นัดครั้งต่อไปในวันที่ 20 ต.ค.2569 ในเวลา 09.30 น. โดยคาดว่าพยานที่เข้าไต่สวนในวันนั้นจะเป็นอดีต ส.ส.พรรค ก.ก.ที่ไม่ได้ร่วมลงชื่อแก้ไขร่างมาตรา 112
นายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ภท. ในฐานะรองประธานคณะกรรมการกลั่นกรองและยกร่างกฎหมายพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกระแสเรียกร้องให้พรรค ภท.เร่งจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามผลการออกเสียงประชามติ ว่าพรรคพร้อมตั้งแต่ก่อนปิดสมัยประชุมสภาครั้งที่ 1 ปี 2569 ก่อนวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคถูกบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมรัฐสภาแล้ว แต่ประธานวิปฝ่ายค้านได้หารือกับประธานวิปรัฐบาล เพื่อขอให้รอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจากภาคประชาชนที่กำลังริเริ่มการเข้าชื่อกันก่อน เพื่อให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งหมดถูกพิจารณาไปในคราวเดียวกัน ซึ่งภาคประชาชนได้ชื่อครบเกิน 100,000 เสียงแล้ว แต่ยังไม่มีการเสนอร่างแก้ไข รวมถึงร่างของพรรคการเมืองต่างๆ ก็ไม่มีการเสนอมา.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘น้ำเงิน’เลี้ยงความหวัง‘กธ.’ เครื่องมือคานอำนาจ‘พท.’
‘พริษฐ์ วัชรสินธุ’ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า เตรียมนำเสนอรายชื่อ ‘กรรมการวิปฝ่ายค้านชุดใหม่’ ต่อผู้นำฝ่ายค้าน เพื่อเสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร
‘หนู’ลุยเวทีUN ประจานเขมร จัดงบซื้ออาวุธ
“สีหศักดิ์” เผยไทยเตรียมแสดงบทบาทในเวที UNGA 81 ดันประเด็นสันติภาพ-สิทธิมนุษยชน พร้อมฟาดเขมรใช้ภาพชุด
ศาลชี้ชะตาปูชดใช้หมื่นล. มท.เร่งบรรจุขรก.19ต.ค.
ศาล ปค.สูงสุดนัดอ่านคำสั่งคดี “ยิ่งลักษณ์” ร้องพิจารณาใหม่ ปมชดใช้ความเสียหายจำนำข้าวหมื่นล้าน
ไฟเขียวไทยพลัส2เดือน เติมบัตรคนจน700บาท
ครม.ไฟเขียว 4.3 หมื่นล้าน ต่ออายุ "ไทยช่วยไทยพลัส" 1 พันบาท ใช้ 2 เดือน เปิดยืนยันสิทธิ 1-15 ต.ค.
เด้งอธิบดีDSI‘ปิยะ’เสียบแทน
ตามคาด! ครม.ไฟเขียว “ปิยะ” นั่งอธิบดีดีเอสไอคนใหม่ ขยับ "ยุทธนา” เข้าสำนักนายกฯ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ซี 11 “
เล็งลดภาษีน้ำมันเกษตร ปชน.ขยี้‘ไทยพลัส’เหลว
"เอกนิติ" แย้มแผนคุมราคาน้ำมัน ปลดล็อกเฉพาะกลุ่มหากใช้ช่องลดภาษีสรรพสามิต E20-B20 ช่วยเกษตรกรอันดับแรก

