“ยศชนัน” เผย “นายกฯ” คุยจับมือร่วมรัฐบาลกันครบเทอม “โสภณ” ไม่หนักใจคุมอภิปรายไม่ไว้วางใจ 18 รมต.ภูมิใจไทย ขอทุกฝ่ายยึดกฎระเบียบกติกา “ปชป.” คึก! “กรณ์” ฟุ้งซักฟอกมีข้อมูลเด็ด เปิดมา ปชช.ฟังแล้วต้องอึ้ง “การดี” ชี้บริหารล้มเหลว เข้าตำราโง่-ห่วย-เลว “วิปฝ่ายค้าน” โวยโดนบีบซักฟอกแค่ 3-4 วัน ยืนกราน 5 วัน บอกสภาไม่ใช่วงประชุม ภท.หรือบุรีรัมย์เคาะวันเองได้ “ศิริโชค” งัดข้อมูลเงินบริจาค "สส.ไอเดียร์” เข้าพรรค ภท. 1.5 แสน เสี่ยงขัด พ.ร.ป.พรรคการเมืองรับเงินที่ส่อมิชอบ จี้ กกต.ตรวจสอบ “รังสิมันต์” ยังไม่รีบรับลูกร้องยุบ ภท. ปล่อยหน่วยเกี่ยวข้องสอบก่อน “เด็ก ภท.” ดาหน้าโต้ เงินเดือน สส.บริจาคเข้าพรรคหักผ่านสภาถูกต้องตาม กม.
เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวถึงกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย อวยพรย้อนหลังเนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบ 47 ปี วันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมาว่า ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน เพราะรู้จักกับนายกฯ มาตั้งแต่สมัยที่เป็น รมว.สาธารณสุขในขณะนั้น ซึ่งตนยังเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย
ถามว่า นายกฯ อวยพรวันเกิดอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายยศชนันกล่าวว่า ขอให้มีความสุข ตั้งใจทำงาน และทำงานที่เชื่อมโยงและเชื่อมต่อกัน เมื่อถามย้ำว่าได้อวยพรให้ร่วมรัฐบาลกันไปนานๆ หรือไม่ นายยศชนันกล่าวว่า เรื่องนี้คุยกันอยู่แล้ว เป็นการชวนร่วมรัฐบาลในระยะยาว เนื่องจากระยะเวลา 4 ปีในการทำงานที่ได้รับมอบหมายมาก็เป็นแผน 4 ปี ที่ต้องทำให้สำเร็จในแต่ละกระทรวง รวมถึงการพัฒนาคนต้องใช้เวลาพอสมควร ซึ่ง 1-2 ปีอาจจะเห็นความหวัง
“การทำงานต้องต่อเนื่อง และทำให้เห็นว่าสิ่งที่ลงทุนลงไป มีวิสัยทัศน์ มีการทำงานเกิดขึ้น และเชื่อมโยงแผนการทำงานกับคนอื่นที่จะต้องมีความสอดคล้องกัน” นายยศชนันกล่าว
ขณะที่ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงทิศทางการทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมสภาฯ ท่ามกลางบรรยากาศทางการเมืองและการพิจารณาวาระสำคัญต่างๆ ว่า ไม่ได้รู้สึกหนักใจหรือมีความกดดันในการทำหน้าที่ประธานสภาฯ แต่อย่างใด เนื่องจากเชื่อมั่นว่าทุกอย่างมีกรอบแนวทางที่ชัดเจนอยู่แล้ว
“สิ่งสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติ คือสมาชิกทุกคนทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน จะต้องให้ความเคารพและปฏิบัติตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรอย่างเคร่งครัด หากทุกคนยึดถือกฎ กติกา และระเบียบที่มีร่วมกัน การประชุมก็จะสามารถดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ” นายโสภณกล่าว
ถามว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะเกิดขึ้นกังวลหรือไม่ ประธานสภาฯ กล่าวว่า สภาเป็นเวทีตัวแทนของพี่น้องประชาชน ดังนั้นการอภิปรายหรือการแสดงความคิดเห็นใดๆ จะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความสร้างสรรค์ ข้อมูลที่นำมาพูดคุยต้องเป็นความจริง และที่สำคัญที่สุดคือทุกถ้อยคำและการขับเคลื่อนต้องสะท้อนไปสู่ประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่การใช้อารมณ์หรือการตอบโต้ทางการเมืองอย่างไร้สาระ
ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายกรณ์ จาติกวณิช และนางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรค ปชป. แถลงถึงทิศทางและความพร้อมของพรรคในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
นายกรณ์กล่าวว่า พรรค ปชป.และพรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมความพร้อมและรวบรวมข้อมูลมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ช่วงยื่นญัตติอภิปราย ขณะนี้มีผู้อภิปรายในส่วนของพรรค ปชป.เตรียมไว้หลายท่าน ข้อมูลที่จะนำมาเปิดเผยในครั้งนี้จะทำให้ประชาชนที่ได้รับฟังถึงกับอึ้ง
“ปชป.รักษามาตรฐานการอภิปรายไว้สูงมาโดยตลอด การอภิปรายไม่ใช่เรื่องสนุก แต่เป็นหน้าที่ในการตรวจสอบหลักธรรมาภิบาล ความถูกต้องตามกฎหมาย และมุ่งเน้นไปที่ปากท้องความเป็นอยู่ของประชาชน ซึ่งเหตุผลที่ประชาชนยังคงเดือดร้อนอยู่ทุกวันนี้ เป็นผลมาจากปัญหาการบริหารงานที่ล้มเหลวของรัฐบาลชุดปัจจุบัน” นายกรณ์กล่าว
โวยรัฐบาลบีบวันซักฟอก
ส่วนนางการดีได้สรุปหัวใจสำคัญของเนื้อหาที่จะใช้อภิปรายรัฐบาลออกเป็น 3 ประเด็นหลัก คือ 1.ขีดความสามารถทางสติปัญญา ของทีมผู้บริหารประเทศ 2.ขีดความสามารถในการรับมือและจัดการภัยพิบัติ รวมถึงวิกฤตการณ์ต่างๆ และ 3. เรื่องจริยธรรมและธรรมาภิบาล ที่ยังคงเป็นข้อแคลงใจของสังคม
“ขอตั้งคำถามไว้ 3 ประเด็นดังกล่าว หากแปลจากคำวิชาการให้เข้าใจง่ายก็คือเรื่องโง่ ห่วย เลว ซึ่งฝ่ายค้านจะขุดลึกในรายละเอียดเพื่อชี้ให้ประชาชนเห็นว่า กลุ่มบุคคลที่บริหารประเทศอยู่ ณ ตอนนี้ มีความเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งต่อไปหรือไม่” รองหัวหน้าพรรค ปชป.ระบุ
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค ปชป. ในฐานะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงกรณีรัฐบาลเสนอจัดสรรเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายบุคคล ระหว่างวันที่ 27-30 ต.ค.ว่า เมื่อเกือบ 2 เดือนก่อนในการประชุมวิปร่วมรัฐบาลและฝ่ายค้านที่มีรองประธานสภาฯ เป็นประธาน เคยมีการเตรียมกรอบเวลาอภิปรายไว้เบื้องต้นประมาณ 1 สัปดาห์ หรือ 5 วัน อย่างไรก็ตาม หลังจากฝ่ายค้านได้ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างเป็นทางการแล้ว กลับยังไม่มีการจัดประชุมวิปร่วมทั้งสองฝ่ายเลยแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งมองว่าควรจัดประชุมขึ้นภายในสัปดาห์หน้า เพื่อหารือกรอบเวลาและวันอภิปรายอย่างเป็นทางการ
นายสาทิตย์กล่าวว่า ไม่ใช่หน้าที่ของรัฐบาลที่จะมาขีดเส้นว่าจะให้อภิปรายกี่วัน รัฐบาลอยู่ในฐานะผู้ถูกอภิปราย ไม่ใช่ผู้อภิปราย จะมารู้ได้อย่างไรว่าฝ่ายค้านมีผู้ร่วมอภิปรายกี่คน และต้องใช้เวลาเท่าไร ถึงมาบอกว่า 2 หรือ 3 วันก็เพียงพอ ไม่มีรัฐบาลไหนในโลกที่มานั่งกะเกณฑ์เวลาตรวจสอบตัวเอง
“ฝ่ายค้านยังยืนยันจุดยืนเดิม ว่าฝ่ายค้านต้องการเวลาอภิปรายเต็มที่ 5 วัน เพื่อให้ลงรายละเอียดเนื้อหาสาระได้อย่างครบถ้วน เพื่อประโยชน์ของประชาชน สภาไม่ใช่ที่ประชุมพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่คุณจะมาบอกว่า 2 วัน 3 วัน หรือ 5 นาที 1 ชั่วโมง และนี่คือตัวแทนของประชาชนทั้งประเทศ ไม่ใช่จังหวัดบุรีรัมย์” นายสาทิตย์กล่าว
วิปฝ่ายค้านรายนี้ระบุว่า ขั้นตอนหลังจากนี้ ฝ่ายค้านจะรอการนัดประชุมวิปร่วมจากประธานสภาฯ ในฐานะประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ตามธรรมเนียมสภาและรัฐธรรมนูญในการกำหนดวันและเวลาที่เหมาะสมตามขนาดของญัตติ โดยฝ่ายค้านจะรอดูท่าทีของประธานสภาฯ ว่าจะมีแนวทางอย่างไร เนื่องจากกระบวนการอภิปรายไม่ไว้วางใจถือเป็นมาตรการตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญที่ฝ่ายบริหารต้องยอมรับการตรวจสอบจากฝ่ายนิติบัญญัติ
วันเดียวกัน นายศิริโชค โสภา อดีต สส.พรรค ปชป. โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “เปิดเงินบริจาคภูมิใจไทย 150,000 บาท! จากคอนโดหรู 75 ล้าน รถ Maybach 11.3 ล้าน ถึงปมรายได้ไม่สัมพันธ์กับทรัพย์สิน เกือบ 2,000 ล้านบาท” เนื้อหาตอนหนึ่งระบุว่า ตรวจสอบบัญชีเงินบริจาคพรรคภูมิใจไทยที่เปิดเผยต่อ กกต. พบชื่อ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ บริจาคเงินให้พรรคอย่างต่อเนื่อง รวมเท่าที่ตรวจพบแล้ว 150,000 บาท โดยเริ่มบริจาคเดือนละ 10,000 บาท ตั้งแต่ก่อนเป็น สส. ก่อนเพิ่มเป็นเดือนละ 30,000 บาทหลังเข้าสภา
“เงิน 150,000 บาทนี้เป็นเฉพาะรายการบริจาคที่เปิดเผยอย่างเป็นทางการเท่านั้น ยังไม่ครอบคลุมการสนับสนุนในรูปแบบอื่นที่อาจมีอยู่ สุชาดาไม่ใช่คนใหม่ในวงการเมือง ก่อนเป็น สส. เธอเคยได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเลขานุการและเลขานุการรัฐมนตรีในรัฐบาลที่พรรคภูมิใจไทยร่วมบริหารถึง 3 ช่วง อะไรทำให้เธอได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองถึง 3 ครั้ง” นายศิริโชคกล่าว
บี้สอบเงินไอเดียร์บริจาค ภท.
อดีต สส.ปชป.รายนี้ระบุว่า บัญชีทรัพย์สินของสุชาดาและสามี ไทหยาง จาง เปิดเผยความมั่งคั่งรวมเกือบ 2,000 ล้านบาท ผมเคยเปิดเผยข้อมูลคอนโดมิเนียมระดับอัลตราลักชัวรี โครงการสินธรลุมพินี ห้องเดียวกัน ซึ่งสุชาดาและไทหยางแจ้งมูลค่าสิทธิคนละ 37.514 ล้านบาท รวมมูลค่าที่แจ้งทั้งคู่ 75.028 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีรถ Mercedes-Maybach มูลค่า 11.3 ล้านบาท แต่สุชาดาแจ้งรายได้ต่อปีเพียงประมาณ 1.7 ล้านบาท ขณะที่สามี ไทหยาง จาง ระบุในบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช.ว่า ไม่ได้ประกอบอาชีพ และไม่มีรายได้ต่อปี ทั้งที่เป็นนักลงทุนในธุรกิจคริปโตเคอร์เรนซี (สินทรัพย์ดิจิทัล) และเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทที่ดำเนินกิจการบ่อน Shuffle.com
“เมื่อผู้ที่แจ้งว่าไม่มีอาชีพและไม่มีรายได้กลับมีทรัพย์สินจำนวนมหาศาล คำถามเรื่อง รายได้ไม่สัมพันธ์กับทรัพย์สิน จึงยิ่งต้องได้รับคำอธิบายว่า ความมั่งคั่งเหล่านั้นมีที่มาจากไหน?” อดีต สส.ปชป.รายนี้ระบุ
นายศิริโชคยังโพสต์อีกตอนหนึ่งว่า เมื่อ ป.ป.ช.กำลังตรวจสอบที่มาของทรัพย์สินครอบครัวสุชาดาแล้ว กกต.ได้ตรวจสอบที่มาของเงินบริจาคให้พรรคภูมิใจไทยด้วยหรือยัง เพราะหากพบว่าเงินบริจาคมาจากแหล่งต้องห้าม และพิสูจน์ได้ว่าพรรคฝ่าฝืนกฎหมาย ผลที่ตามมาอาจไม่ได้หยุดอยู่ที่ตัวสุชาดา แต่อาจกระทบถึงสถานะของพรรคภูมิใจไทยเอง
“นี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้พรรคภูมิใจไทยไม่สามารถลอยแพสุชาดาได้ง่ายๆ เพราะหากปัญหาไม่ได้จบอยู่ที่ตัวบุคคล แต่มีประเด็นทางกฎหมายที่เกี่ยวพันถึงพรรค การตัดความสัมพันธ์ทางการเมืองก็ไม่ได้ทำให้ความรับผิดตามกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นหมดไปด้วย” นายศิริโชคระบุ
นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงกรณี น.ส.สุชาดามีการบริจาคเงินกับพรรค ภท. ซึ่งถูกตั้งคำถามถึงที่มาของเงินบริจาค พรรค ปชน.จะยื่นต่อ กกต.เพื่อตรวจสอบที่มาของเงิน และนำไปสู่การยุบพรรคหรือไม่ว่า การดำเนินการตามกระบวนการของกฎหมายนั้นเราคิดว่ายังพอมีเวลา แต่จริงๆ แล้วหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบเชิงรุกได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องรอให้มีผู้ร้องด้วยซ้ำ
ถามว่า หากยังไม่มีการตรวจสอบดำเนินการเชิงรุกจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทางพรรค ปชน.จะเดินหน้ายื่นเรื่องหรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า เราดำเนินการอยู่แล้ว เราแยกกัน เพราะเราก็เฝ้ามองและจับตาดูอยู่ว่าเรื่องนี้จะขยายไปแค่ไหน ถ้าหน่วยงานต่างๆ ไม่ดำเนินการตามกฎหมายก็สุ่มเสี่ยงต่อการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เราอาจจะมัดรวมกันไปได้ในเรื่องนี้
“แต่ ณ ตอนนี้ เราถือว่าหน่วยงานต่างๆ เพิ่งจะได้รับทราบข้อมูล คำถามคือเขาจะดำเนินการต่อไปอย่างไร แต่เราในฐานะหน่วยงานตรวจสอบก็จะดำเนินการของเราต่อไป โดยเฉพาะในชั้น กมธ. อยากให้ผู้ที่เราเชิญมาให้ข้อมูล และให้ความร่วมมือด้วย ทั้งนี้หนึ่งในประเด็นใหญ่ที่จะต้องดำเนินการคือเรื่องเว็บพนัน เพราะมีคำถามว่า เงินที่มาจากเว็บพนันจะถูกนำไปบริจาคให้พรรคการเมืองหรือไม่ ต้องไปดูว่าเส้นเงินจะไปถึงขนาดไหน” นายรังสิมันต์ระบุ
ด้าน น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงเรื่องเงินบริจาคเข้าพรรค ภท.ของ น.ส.สุชาดา ว่าเป็นปกติของ สส.พรรค ภท.ที่บริจาคให้กับพรรค โดยหักจากบัญชีที่ได้รับจากสำนักงานเลขาธิการสภาฯ โดยตรง ซึ่งเป็นความสมัครใจของแต่ละท่านที่จะบริจาคให้พรรคเพื่อนำไปทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งเป็นเงินที่ได้รับจากเงินเดือน สส.
“ที่นายศิริโชคสงสัย ท่านก็เคยเป็น สส. เข้าใจว่าท่านเคยบริจาคให้กับพรรคการเมืองอยู่แล้ว น่าจะทราบเรื่องนี้ดีว่ามีวิธีการทำอย่างไรได้บ้าง” น.ส.แนนกล่าว
ถามว่า เงินที่บริจาคให้พรรคของ น.ส.สุชาดาเป็นเงินสุจริตใช่หรือไม่ โฆษกพรรค ภท.ย้ำว่า สส.จะให้หักโดยตรงส่งมาพรรคเลย เมื่อถามว่ามีความพยายามเชื่อมโยงถึงสามีที่อาจจะทำเว็บพนันนั้น โฆษกพรรค ภท.ย้ำว่า หักโดยตรงจากบัญชีเงินเดือน
นายคงกฤช รามศักดิ์ สส.พระนครศรีอยุธยา พรรค ภท. โพสต์โต้นายศิริโชค ตอนหนึ่งระบุว่า คุณศิริโชคเคยเป็น สส.มาก่อนก็น่าจะเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดีว่าสามารถทำได้ตามกฎหมาย หรือจริงๆ แล้วท่านแกล้งทำเป็นไม่รู้กันแน่
นายฤทธิรงค์ ภูมิสวัสดิ์ สส.มหาสารคาม พรรค ภท. โพสต์เช่นกันว่า การหักเงินเดือน สส.พรรคภูมิใจไทยสนับสนุนกิจกรรมของพรรค เพื่อเป็นส่วนหนึ่งสำหรับดำเนินกิจกรรมต่างๆ มีการบันทึกรายรับ รายจ่าย และหลักฐานการบริจาคอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
น.ส.รินทร์ลิตา อดิษะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ภท. โพสต์ว่า ขอย้ำการบริจาคอยู่บนหลักความสมัครใจ โปร่งใส มีการบันทึกรายรับ รายจ่าย และมีหลักฐานถูกต้อง หากมีหลักฐานว่าใครกระทำผิด ยื่นต่อองค์กรที่มีหน้าที่ตามกฎหมายตรวจสอบ
ขณะที่ นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อพรรค ภท. โพสต์ว่า ใน ภท. พวกเราตกลงกันว่าเราต้องช่วยกันบริจาคเงินให้พรรคกันตามตำแหน่ง คือ 1.ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เช่น เลขาฯ ที่ปรึกษารัฐมนตรี เดือนละ 10,000 บาท ซึ่งทุกเดือนมีการบริจาคโดยตรงให้เหรัญญิกพรรค 2.สส. เดือนละ 30,000 บาท 3.รัฐมนตรี เดือนละ 50,000 บาท ทำกันมานานแล้ว ตรวจสอบได้จาก กกต.หรือประกาศการบริจาค ตามกฎหมาย สำหรับ สส. ตรวจสอบจากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ว่า สส.ภท.ถูกหักเงินคนละ 30,000 บาทต่อเดือน เป็นเงินบริจาคที่นำส่งให้กับพรรค ภท. ทุกการบริจาค พรรคจะออกใบเสร็จให้ ซึ่งผู้บริจาคนำใบเสร็จไปหักค่าลดหย่อนในการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปีละไม่เกิน 10,000 บาท
"นายศิริโชค โสภา ขี่ม้าเลียบค่ายอยู่ไย ยื่นยุบพรรคเลย ถ้ามีหลักฐาน" นายศุภชัยระบุ
ช่วงค่ำ น.ส.สุชาดา ได้โพสต์ภาพคู่กับนายไทหยาง ซาง สามี พร้อมข้อความว่า "แวะดื่มกาแฟก่อนจะไปลงพื้นที่บ้านเราค่ะ".
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ลุยเยียวยาเพิ่ม ชี้วิกฤตนํ้าท่วม ค่าครองชีพพุ่ง!
ปภ.โอนเงินเยียวยาน้ำท่วมแล้ว 4 พันล้าน 5.4 แสนครัวเรือน "วราวุธ" นั่งหัวโต๊ะแก้อุทกภัยลุ่มน้ำท่าจีน สั่งเร่งระบายน้้ำเสริมคันกั้นน้ำ
ถก‘UNCLOS’ ทบ.โต้กัมพูชา บิดเบือนซํ้าอีก
ประชุมคณะกรรมาธิการประนอมฯ "UNCLOS" นัดที่ 2 ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์
ม็อบต้านทุนโลกค้างคืน หนูส่งทีมแพทย์มาเยี่ยม
ม็อบต่อต้านธนาคารโลก-ไอเอ็มเอฟ เดือด! บุกประชิดศูนย์ฯ สิริกิติ์ โจมตีทิศทางการพัฒนา กำหนดเงื่อนไขการเงิน
แรงกดดันหลายทางกระทบศก.
"IMF" เตือนไทย-ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เผชิญโจทย์เศรษฐกิจท่ามกลางแรงกดดันจากต้นทุนพลังงาน-สงครามการค้า-ข้อจำกัดทางการคลัง
'ยศชนัน' ยันเพื่อไทยพร้อมหนุนรัฐบาลสู้ศึกซักฟอก ให้ทุกกระทรวงเตรียมข้อมูลเต็มที่
นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงรายงานข่าวในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่นายยศชนันระบุพร้อมสนับสนุนรัฐบาลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า เรื่องการทำงานของรัฐบาลในปัจจุบัน
บวงสรวงอัญเชิญราชรถ ถวายพระเพลิงพระพันปี
กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯ พิธีบวงสรวงการอัญเชิญพระมหาพิชัยราชรถ ราชรถน้อย ราชรถปืนใหญ่

