“นายกฯ” ยันเร่งโอนเงินเยียวยาน้ำท่วมต่อเนื่องไม่รอสถานการณ์คลี่คลาย หลัง ครม.อนุมัติงบ 10,508 ล้านบาท “วรศิษฎ์” หัวโต๊ะประชุม คกก.สอบข้อเท็จจริง-ข้อกฎหมายจ่ายงบฟื้นฟูน้ำท่วมหาดใหญ่ ระบุต้องไม่ติดระเบียบ-ไม่เปิดช่องทุจริต ติดตามสถานการณ์น้ำในภาคใต้ใกล้ชิด "สทนช." เตรียมรับมือฝนตกหนักภาคใต้ 23-26 ต.ค. เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันใน 10 จังหวัด ผู้ว่าฯ กทม.จับมือ สทนช.ตั้ง กก.ศึกษาทบทวน "แก้มลิง" เปิดให้ภาค ปชช.มีส่วนร่วม ส่ง SMS แจ้งกำหนดการสำรวจบ้านเสียหายยันไม่มีแนบลิงก์
ที่รัฐสภา วันที่ 21 ตุลาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการโอนเงินเยียวยาภายหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติงบเยียวยาน้ำท่วมแล้วกว่า 10,508 ล้านบาทเมื่อวันอังคาร จะมีการโอนเงินให้ประชาชนเมื่อใดว่า เมื่อการสำรวจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และส่งข้อมูลมายังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จะโอนมาเรื่อยๆ เพราะไม่ได้รอให้การรวบรวมเสร็จเป็นจังหวัด หรือรอให้สถานการณ์น้ำท่วมหมดสิ้นเหมือนเมื่อก่อน
"ขณะนี้หากใครเข้าข่ายสามารถมาขึ้นทะเบียน และจะผ่านการคัดกรองว่าไม่ซ้ำ ได้รับความเดือดร้อน และต้องตีความว่าเป็นผู้เช่าหรือเจ้าของ ความเดือดร้อนเป็นอย่างไร เข้าเกณฑ์หรือไม่ ต้องทำให้ละเอียด ให้แต่ละหลังคาเรือนได้รับความเป็นธรรมเท่ากัน ตัวอย่าง ในที่ดินแปลงเดียวกัน เจ้าของเดียวกัน แต่มีบ้าน 4 หลัง ลงทะเบียน 4 หลัง ก็มีเกณฑ์ในการพิจารณาว่าจะได้รับเงินเยียวยาหรือไม่ ซึ่งจะต้องมีการตรวจทาน เมื่อผ่านแล้วก็จะโอนเงินทันที ขณะนี้โอนเงินเยียวยาถึงมือประชาชนแล้วกว่า 700,000 ครัวเรือน"
เมื่อถามว่า ความกังวลของประชาชนในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา น้ำจะท่วมซ้ำรอยหรือไม่ เพราะขณะนี้มีปริมาณน้ำฝนสูงถึง 100 มิลลิเมตร นายอนุทินกล่าวว่า เตรียมการป้องกันอย่างเต็มที่ เมื่อถามย้ำว่า ยืนยันได้หรือไม่ว่าจะไม่ท่วมเหมือนครั้งที่ผ่านมา นายอนุทินกล่าวว่า เราเตรียมการป้องกันอย่างเต็มที่ ย้ำคำเดิมว่าเตรียมการป้องกันอย่างเต็มที่
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเพื่อดำเนินโครงการฟื้นฟูเมืองหลังวิกฤตน้ำท่วมอำเภอหาดใหญ่และบริเวณโดยรอบว่า เรื่องการควบคุมการแสดงจำนวนขยะที่นำออกจากพื้นที่ ซึ่งมีข้อสังเกตเยอะพอสมควร โดยต้องดูในรายงานสัญญาว่าระบุไว้อย่างไร ตรงกับสัญญาในหนังสือจัดซื้อจัดจ้างหรือไม่ โดยข้อเท็จจริงทั้งหมดจะต้องส่งให้กับนายกรัฐมนตรีตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ 45 วัน แต่การทำงานในข้อจำกัด สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เข้าใจในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพราะถ้ามีระเบียบมากเกินไป การทำงานของเจ้าหน้าที่ในภาครัฐที่ช่วยเหลือประชาชนอาจจะทำได้ยาก
"คณะกรรมการชุดนี้ยังได้มีการเสนอแนวทางว่าสถานการณ์เช่นนี้หากเกิดขึ้นในอนาคต ต่อไปการเข้าไปช่วยเหลือประชาชน หน่วยงานรัฐจะต้องทำอย่างไร โดยจะต้องไม่เป็นอุปสรรคในการช่วยเหลือประชาชน และไม่เป็นช่องโหว่ในกรณีที่เจ้าหน้าที่รัฐไม่สามารถทำงานได้อย่างรัดกุมหรือเกิดการทุจริต เป็น 2 จุดยืนที่วางไว้ และสั่งการให้ สถ.สรุปข้อมูลข้อเท็จจริงและเคสตัวอย่างกรณีที่น่าสนใจทั้งหมด พร้อมพูดคุยกับทางท้องถิ่นทั่วประเทศ ว่าหากเกิดลักษณะเช่นนี้ การทำงานกระบวนการเป็นอย่างไรต่อไป เพื่อให้ถูกต้อง และให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการช่วยเหลือได้อย่างสะดวกรวดเร็วมากที่สุด" นายวรศิษฎ์กล่าว
รับมือน้ำท่วม 10 จว.ใต้
นายวรศิษฎ์ ในฐานะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคใต้ กล่าวถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ว่าในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ ได้มีการจัดทำวอร์รูมเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดอยู่แล้วทุกวัน โดยมีการติดตามสถานการณ์น้ำในภาคใต้ไว้ประมาณ 2-3 ครั้งต่อวัน โดยเฉพาะพื้นที่เศรษฐกิจ เช่น อ.หาดใหญ่ และตัวเมืองสงขลา ได้มีหน่วยงานดูแลเรื่องการรับมือ และซ้อมภัยตามขั้นตอนการปฏิบัติงานมาตรฐานสำหรับจัดการสถานการณ์อุทกภัย (SOP) ที่ควรจะทำ รวมถึงการเตรียมความพร้อมของกำลังพลและเครื่องจักร ขณะนี้กรม สถ.มีการเก็บข้อมูลของเครื่องจักรทั้งประเทศไว้ เมื่อไหร่ก็ตามที่มีเหตุและแต่ละพื้นที่ต้องการการสนับสนุนจะสามารถเคลื่อนย้ายเครื่องมือเข้าไปในพื้นที่ได้ทันที
"โดยหลักคือ หากวันนี้มีเหตุเราห้ามฟ้าห้ามฝนไม่ได้ แต่ถ้าเกิดขึ้นเราต้องเข้าไปช่วยเหลือประชาชนให้ได้เร็วที่สุด" นายวรศิษฎ์กล่าว
ด้านนายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำว่า กรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ ประเมินว่าภาคใต้ยังมีฝนตกต่อเนื่อง โดยช่วงวันที่ 22-23 ตุลาคม จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ และวันที่ 24-26 ตุลาคม ยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
รายงานสถานการณ์น้ำของ สทนช. วันที่ 21 ตุลาคม 2569 เวลา 07.00 น. พบว่าจังหวัดนราธิวาสมีปริมาณฝนสูงสุดของประเทศ 123 มิลลิเมตร รองลงมาคือจังหวัดจันทบุรี 45 มิลลิเมตร สะท้อนถึงปริมาณฝนที่ตกหนักในบางพื้นที่ ขณะที่ภาคใต้ยังมีแนวโน้มฝนตกต่อเนื่องในระยะต่อไป สทนช.จึงออกประกาศเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำช่วงวันที่ 23-26 ตุลาคม ครอบคลุม 10 จังหวัด ได้แก่ ระนอง พังงา ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา สตูล ยะลา และนราธิวาส โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม รวมถึงเฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและน้ำล้นตลิ่งในลุ่มน้ำสำคัญ ได้แก่ แม่น้ำตาปีและแม่น้ำพุมดวง จังหวัดสุราษฎร์ธานี แม่น้ำตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ตลอดจนแม่น้ำสายบุรี แม่น้ำโก-ลก และคลองตันหยงมัส จังหวัดนราธิวาส
สำหรับมาตรการรับมือ สทนช.กำชับกรมชลประทานตรวจสอบความพร้อมของเครื่องสูบน้ำและเครื่องจักรในพื้นที่ให้พร้อมใช้งาน 100% พร้อมประสานจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมแผนระบายน้ำ โดยเฉพาะเขื่อนในภาคใต้ที่มีปริมาณน้ำเกิน 80% ของความจุเก็บกัก ให้เตรียมพร่องน้ำล่วงหน้าเพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำไหลเข้า โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายเขื่อนควบคู่กัน
กทม.ตื่นทบทวน 'แก้มลิง'
ที่หน้าห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร (สภา กทม.) ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมด้วย น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. แถลงความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ กทม.
โดยนายชัชชาติกล่าวว่า การช่วยเหลือผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้ประชาชนได้รับเงินบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นได้รวดเร็ว โดยจะเร่งพิจารณาคำร้องที่มีข้อมูลและหลักฐานครบถ้วนก่อน ส่วนกรณีที่ต้องตรวจสอบสิทธิหรือขอเอกสารเพิ่มเติม จะดำเนินการตามหลักเกณฑ์และระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างถูกต้องและเป็นธรรม
นายชัชชาติกล่าวถึงประเด็นการบริหารจัดการพื้นที่แก้มลิง กทม. อยู่ระหว่างหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดให้มีคณะกรรมการศึกษาทบทวนอย่างรอบด้าน โดยเปิดรับความคิดเห็นจากหลายภาคส่วน ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือร่วมกับ สทนช. เพื่อพิจารณาว่าคณะกรรมการชุดดังกล่าวควรจัดตั้งโดย กทม.หรือโดย สทนช. เพื่อให้การศึกษาทบทวนมีความเหมาะสมและเป็นกลาง โดยจะเปิดโอกาสให้ผู้แทนจากหลากหลายภาคส่วนเข้ามาร่วมให้ข้อมูลและแสดงความคิดเห็น ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลประเด็นการบริหารจัดการพื้นที่แก้มลิงใน กทม.และปริมณฑล ซึ่งจะนำไปสู่การศึกษาและทบทวนข้อมูลอย่างรอบด้าน เพื่อให้สามารถตอบข้อสงสัยและชี้แจงข้อกังวลของประชาชนได้อย่างชัดเจน
น.ส.ทวิดากล่าวว่า กทม.เตรียมเร่งดำเนินการผ่านระบบ Claim Bangkok เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเสียหายต่อบ้านเรือนและทรัพย์สิน โดยเป็นกระบวนการแยกจากการรับเงินบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ผู้ที่เข้าเกณฑ์อาจยื่นขอความช่วยเหลือได้ทั้งสองส่วนตามหลักเกณฑ์ของแต่ละโครงการ
สำหรับการประเมินค่าซ่อมแซมบ้าน เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายจริง เช่น พื้น ผนัง ประตู หน้าต่าง และวัสดุส่วนที่ชำรุด เพื่อประเมินปริมาณและมูลค่าตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดย กทม.เตรียมระดมกำลังนายช่างจากส่วนกลางและสำนักงานเขตบัดดี้ รวมประมาณ 500 คน จัดทีมตรวจประเมินอย่างน้อยทีมละ 2 คน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อให้การตรวจสอบมีมาตรฐาน โปร่งใส และตรวจสอบย้อนหลังได้
กทม.เตรียมใช้ระบบข้อความ SMS แจ้งกำหนดการที่สำนักงานเขตจะลงพื้นที่สำรวจความเสียหายล่วงหน้า พร้อมจัดให้มีวันสำรองตามความเหมาะสม ยืนยันว่า ข้อความ SMS แจ้งนัดหมายจะไม่มีการแนบลิงก์ จะระบุข้อมูลเกี่ยวกับการนัดหมายตรวจประเมิน และแนะนำให้ตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านเว็บไซต์ทางการของ กทม.เท่านั้น.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เหน็บหนูคิดได้แค่นี้ ฉุนสภาครอบกมธ.
"หนู” ลอยแพ “ไอเดียร์” ถอดสลักระเบิดหุ้นเว็บพนันพ้นรัฐบาล ชี้แจงบัญชีทรัพย์สินเป็นหน้าที่ส่วนตัวก้าวก่ายไม่ได้
ไม่จบ!วิป3ฝ่ายล่ม รัฐบาลยํ้า3วันนายกฯคิวเอี้ยดฝ่ายค้านต่อรองซักฟอกพ.ย.
“อนุทิน” ควง “ภริยา” สักการะศาลหลักเมือง เอาฤกษ์เอาชัยก่อนศึกซักฟอก ไม่จบ! “วิป 3 ฝ่าย” ถกวันอภิปราย ม.151 นัดถกใหม่ 22 ต.ค. หลัง
สุดตระการตาซ้อมใหญ่ ขบวนพยุหยาตรา52ลำ
ซ้อมใหญ่เสมือนจริงครั้งแรก! ขบวนพยุหยาตราทางชลมารคสุดตระการตา กำลังพล 2,200 นายพร้อมเพรียง ชาวไทย-ต่างชาติเฝ้าชมแน่นสองฝั่งเจ้าพระยา
เคาะงบเยียวยาหมื่นล. ซัดสส.กทม.ไม่รู้ความ
นายกฯ ซัดคนไม่รู้ความพูดให้ร้ายรัฐบาลเงินเยียวยาน้่ำท่วมหมด ย้ำ 4.7 พันล้านงบกลางปี 69 ต้องคืนคลัง
‘หนู’สั่ง3รมต. ลุยทำสงคราม โรงงานขยะพิษ
“อนุทิน” สั่งเข้มสกัดขยะอิเล็กทรอนิกส์ ห้ามลงจากเรือ มอบ “ศุภจี-พลพีร์-สุชาติ” จัดการหากพบเป็นนอมินีฟันไม่เลี้ยง
สง่างาม!ติดฉัตรประดับพู่ ขบวนพยุหยาตราฯพร้อม
"สำนักพระราชวัง-กองทัพเรือ" ติดตั้งฉัตร พระวิสูตร ประดับพู่ "เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์" สง่างามสมพระเกียรติ

