หนูฉุนโยงเอื้อซิโนไทย

นายกฯ ควันออกหู โยงโซลาร์ภาคประชาชนเอื้อนายทุน อัดสื่อเปิดชื่อ “ซิโน-ไทย”-บริษัทใหญ่ ส่อกินรวบ ฉะรับงานใครมาไม่รู้ ขอเป็นมืออาชีพ หากินแบบนี้ไม่ได้ ลั่นเกลียดการล็อกสเปกมาก ขณะที่รัฐบาลเรียงหน้าโต้ แจงยิบปมวางเงินประกัน 50,000 บาท ป้องกันผู้ประกอบการทิ้งงาน "ปลัดคลัง" ชี้มี Vendor เพียงพอ เปิดทางให้ประชาชนเลือกใช้บริการเอง ไม่เอาเปรียบผู้บริโภค “อนุทิน” สวน ปชป. ลดภาษีน้ำมัน B20-E20 จ้องจับผิดเป็นคนเมือง ไม่มีวันเข้าใจวิถีชีวิตเกษตรกร คนไทยเฮ! "รมว.พลังงาน" ตัดต้นทุนทิพย์วันละ 30 ล้าน ปรับโครงสร้างราคาน้ำมันครั้งประวัติศาสตร์  กบน.เคาะดีเซล B7 ลด 1 บาท แก๊สโซฮอล์ 91-95 ลด 0.50 บาท

เมื่อวันพุธ เวลา 10.15 น. ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ  รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีมีคนวิพากษ์วิจารณ์โครงการโซลาร์ภาคประชาชน ที่ถูกมองว่าเอื้อประโยชน์กับผู้ประกอบการรายใหญ่ว่า  เขาอีกแล้ว เขาไหน เรื่องนี้มีแต่เรื่องดีทั้งนั้น ลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชน เพิ่มโอกาสที่เขาจะมีเงินออม ลดเรื่องการใช้ไฟฟ้าที่มาจากน้ำมันฟอสซิล เพิ่มการใช้พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตจากธรรมชาติ พลังงานหมุนเวียน มีแต่เรื่องที่ดี

"แล้วเขาไหน เขาพูดเรื่อยๆ เพราะเขาไม่ทำงาน เขาไม่สนใจ เขาต้องการที่จะให้ร้าย ปั่นข่าวบั่นทอน สร้างความกังวลให้กับประชาชน ให้กับคนที่มีความเชื่อมั่นกับประเทศไทย ไม่ดีหรือ สร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศไทย ประชาชนใช้ไฟฟ้าโซลาร์รูฟท็อปมาจากพลังงานธรรมชาติ คาร์บอนเครดิตก็ได้ ลดโลกร้อนลดค่าใช้จ่าย รัฐสนับสนุน เงินสมทบ แล้วยังไงต่อ โธ่เอ๊ย ก่อนจะเดินฝ่าออกจากวงสัมภาษณ์ขึ้นรถออกไปทันที

ต่อมาเวลา 13.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทินกล่าวถึงกรณีที่สื่อมวลชนบางแห่งเปิดเผยรายชื่อผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนไว้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) หรือการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.)  ติดตั้งโซลาร์ภาคประชาชน โดยมีชื่อบริษัทยักษ์ใหญ่หลายบริษัท รวมถึงบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ด้วยนั้น โดยนายกรัฐมนตรีย้อนถามว่า ใครวิพากษ์วิจารณ์ ต้องขอถามตรงนี้ก่อน ผู้สื่อข่าวจึงตอบว่า มีสื่อมาเปิดเผยข้อมูล นายกรัฐมนตรีย้อนถามอีกว่า สื่อไหน ผู้สื่อข่าวจึงตอบว่า ก็มีหลายสื่อที่แชร์ๆ กัน

นายกฯ กล่าวว่า เหมือนที่ตนพูดว่าจับข้อมูลทางนั้นทางนี้ทีแล้วมานั่งเทียนมโน ซึ่งรายชื่อบริษัทตนได้ไปสอบถาม กฟภ.และ กฟน. ซึ่งในเรื่องนี้ไม่ได้ว่าสื่อทั้งหมด แต่หมายถึงสื่อที่ตั้งใจจะหาเรื่อง ไปเอาบัญชีรายชื่อผู้ขายหรือผู้รับจ้างที่ผ่านการคัดเลือก หรือ Vendor List ออกมาทั้งหมด ถ้าเขามีสติปัญญาเพียงพอ คือเขาไปเน้นบริษัทใหญ่ๆ ซึ่งบริษัทขนาดใหญ่จะไปรับจ้างติดโซลาร์รูฟบ้านละ 2 แผ่น จะไปทำได้อย่างไร

ทั้งนี้ หาก กฟภ.และ กฟน.ต้องการมีประมูลทำโครงการโซลาร์ฟาร์มเป็นร้อยๆ เมกะวัตต์ เขาก็เป็น Vendor List เหมือนกรมทางหลวงที่มี Vendor List ขึ้นทะเบียนบริษัทเป็นระดับชั้น ซึ่งไม่ได้หมายถึงว่าทุกบริษัทจะได้งาน ซึ่งพอเขาเห็นชื่อบริษัทกัลฟ์, ซิโน-ไทย และอื่นๆ เขาพูดถึงแต่พอชื่อเล็กๆ ไม่พูดถึงชื่อใหญ่ๆ ก็นั่งเทียนกันไป รับงานใครมาก็ไม่รู้ ก็ใช้นิสัยแบบนี้ทำมาหากินแบบนี้ไม่ได้หรอก

 “เดี๋ยวนี้คุณมีข้อมูล ผมก็มีข้อมูล จะมาหลอกพี่น้องประชาชนแบบนี้ไม่ได้ ขอให้มีความเป็นมืออาชีพ เป็นสื่อมวลชนต้องสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องให้กับประชาชน ไม่ใช่ไปเขียนโดยปราศจากความรู้ และความรอบรู้ต่างๆ” นายกฯ ระบุ

  เมื่อถามว่า ผู้ประกอบการรายเล็กมองว่าเหมือนเป็นการเอื้อให้บริษัทใหญ่ นายอนุทินกล่าวว่า รัฐบาลพูดแล้วว่าทุกอย่างต้องมีความเป็นธรรม  เที่ยงธรรม และกำหนดคุณสมบัติต่างๆ ให้มีความยุติธรรม จะมาพูดว่ารายเล็กอ้างว่ากำหนดคุณสมบัติให้บริษัทใหญ่ รายเล็กคือใคร และทำไมเขาถึงทำไม่ได้ เขายังมีช่องทางยื่นร้องเรียนหรือยื่นอุทธรณ์ ซึ่งไม่มีปัญหา เราพร้อมรับฟังทุกฝ่าย แต่เรื่องนี้เป็นการติดตั้งพลังงานไฟฟ้าและระบบไฟฟ้าภายในครัวเรือน เราต้องมั่นใจว่าคนที่มาติดตั้งจะมีมาตรฐาน รวมถึงอุปกรณ์ที่ต้องมีมาตรฐาน ถ้าร้อนนิดหน่อยเดี๋ยวก็ไฟลุกไฟไหม้ แบบนี้ยุ่งตายเลย ดังนั้นคนที่จะมาทำให้ต้องผ่านมาตรฐาน ซึ่งเป็นมาตรฐานทั่วไปของหน่วยงานราชการที่กำหนดไว้ ไม่ใช่แค่เฉพาะมาตรฐานของ กฟภ.และ กฟน.

ลั่นเกลียดล็อกสเปก

 นายกฯ ระบุว่า หากเห็นว่าตรงไหนไม่เป็นธรรมไม่ยุติธรรม ยังมีช่องทางอีกมาก เช่น การแจ้งต่อกรมบัญชีกลาง ร้องเรียนไปยังหน่วยงานต้นสังกัด หรือถ้าดูแล้วส่อทุจริต ก็ไปร้องต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน, กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ทีเรื่องอื่นเห็นไปกันง่ายๆ แต่เรื่องนี้ไปไม่ถูก ยืนยันว่าเราพร้อมอยู่แล้ว

    “ผมให้คำยืนยัน และพูดไปแล้วในหน่วยงานกระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่ผมเข้ามาเป็น มท.1 ว่าเรื่องวางสเปกกำหนดสเปกต้องไม่มี เพราะผมเคยเห็นคนที่โดนแบบนี้มา และผมก็ไม่ชอบ ดังนั้นใครจะมากำหนดสเปกเอื้อใครไม่ผ่านผมหรอก ขอให้มีความมั่นใจ ผมเกลียดตรงนี้อยู่แล้ว ผมจึงมาอยู่ตรงนี้ เพื่อมาแก้ในสิ่งที่ผมเกลียด ผมเคยโดนมาสมัยอยู่ภาคเอกชน แต่ถ้าถามว่าผมจะมาเอาคืนหรือไม่ ถ้าเป็นเรื่องทุจริต การกลั่นแกล้งผู้ประกอบการ และคนที่ทำมาหากินโดยสุจริต ผมเอาคืนแน่ เพราะผมเคยถูกกระทำมาก่อน วันนี้ผมมากำกับดูแลทั้งนโยบาย สั่งการ และดำเนินการ ผมไม่ให้เกิดขึ้นหรอก" นายอนุทินระบุ

ส่วนจะกล่าวหาอะไรก็กล่าวหาไป ตนพร้อมพิสูจน์ แต่อย่ากล่าวหาเรื่องสเปก เพราะรู้เรื่องนี้ดี และไม่ต้องไปถามใคร ตนรู้วิธีการรู้ทางหนีทีไล่ของพวกเขา เรื่องแบบนี้ผ่านตนยากในหน่วยงานที่กำกับดูแล ส่วนหน่วยงานที่ไม่ได้กำกับโดยตรงก็ไม่ต้องกังวล ใครที่เห็นว่ามีการเอื้อประโยชน์กับผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่งให้แจ้งมาได้เลย ตนพร้อมให้ความเป็นธรรม เพราะไม่เอาด้วยกับเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว

ที่ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ทำเนียบรัฐบาล นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการแถลงข่าวเกี่ยวกับมาตรการ "โครงการโซลาร์ภาคประชาชน" พร้อมด้วยนายดิชวัฒน์ จันทร์อี่ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.), นายมงคล ตรีกิจจานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.), นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

นายเอกภพกล่าวว่า หลังเปิดโครงการและให้ประชาชนลงทะเบียน ซึ่งประชาชนตื่นตัวและมีการลงทะเบียนกันอย่างมาก แต่กลับมีการให้ข้อมูลที่บิดเบือนและไม่ถูกต้อง ทำให้ประชาชนเกิดความกังวล ทำให้โครงการดีๆ และเป็นโครงการที่จะทำให้ประเทศก้าวผ่านช่วงเปลี่ยนผ่านพลังงานไปได้อาจจะต้องสะดุดด้วยเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องที่มากล่าวหาโครงการดีๆ แบบนี้

นายพลพีร์ชี้แจงในส่วนที่เป็นประเด็น คือให้ผู้ประกอบการวางเงินการันตี 50,000 ต่อการติดตั้ง 1 ครัวเรือนว่า เมื่อให้บริการประชาชนแล้ว แจ้งมายังการไฟฟ้าทั้ง 2 ส่วน การไฟฟ้าจะส่งเจ้าหน้าที่ไปดูเรื่องการติดตั้งและเชื่อมสายไฟ พร้อมเปลี่ยนมิเตอร์รับซื้อไฟฟ้าจากประชาชน จากนั้นเมื่อมีการเชื่อมไฟเรียบร้อยแล้ว ระบบดำเนินการได้ ก็จะคืนเงิน 50,000 บาทให้ผู้ประกอบการภายใน 7 วัน ไม่ใช่ถือเงินการันตี 50,000 บาท 6-7 เดือนอย่างที่เป็นข่าว เป้าประสงค์คือป้องกันไม่ให้ผู้ประกอบการ​ทิ้งงาน

"ยืนยันว่า เราไม่ได้ทำโครงการนี้มาเพื่อให้บริษัทเอกชนรายใดรายหนึ่ง เราต้องการให้ประชาชนประหยัดค่าใช้จ่าย และมีความสามารถในการเป็นเจ้าของโรงงานเล็กๆ เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้ได้ด้วยตนเอง ผมอยากชวนย้อนดูในอดีต ไม่มีรัฐบาลไหนที่จะทำแบบนี้เพื่อประชาชน รัฐบาลที่ผ่านมาหรือในระยะเวลาที่ผ่านมาเอกชนทั้งโครงการโซลาร์เซลล์เอกชน ก็ได้ค่าแอดเดอร์ ค่าไฟแพงก็ผลิตได้เท่านี้ มีส่วนต่างเท่านี้ วันนี้เราต้องการที่จะทลายตรงนั้น เพราะเราต้องการคืนผลประโยชน์​ให้กับประชาชน” นายพลพีร์ระบุ

ชี้ ปชช.เลือก Vendor

ด้านผู้ว่าการ กฟน.กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ติดตั้งระบบโซลาร์ประมาณ 1,000  ราย และยังเปิดรับอยู่ ซึ่งทยอยประกาศรายชื่อเป็นช่วงๆ ขณะที่ประชาชนสามารถเลือกผู้ให้บริการที่มีคุณภาพจากจำนวนดังกล่าวได้ สามารถมั่นใจได้ว่าเป็นการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดี และมีความปลอดภัย

ส่วนผู้ว่าการ กฟภ.กล่าวว่า การขึ้นทะเบียนรายชื่อผู้ติดตั้ง (Vendor List) ประมาณ 1,000 รายที่ผ่านมาเราพิจารณาจากความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ในการดำเนินการของผู้มาขึ้นทะเบียนเวนเดอร์ จะต้องมีวิศวกร มีฐานะการเงินที่เหมาะสม ประชาชนพิจารณาเลือกได้โดยอิสระในเว็บไซต์การขึ้นทะเบียนเข้าร่วมโครงการ นอกจากนี้เรามีการลงทะเบียนในระดับจังหวัดด้วย ลูกค้าที่เข้าร่วมโครงการจึงเลือกเวนเดอร์ในแต่ละจังหวัดได้ ยืนยันการขึ้นทะเบียนมีมาตรฐานควบคุม โดยเฉพาะเรื่องของความเชี่ยวชาญ

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง  กล่าวว่า ประเด็นที่ว่าหลักเกณฑ์ของโครงการจะเอื้อผู้ประกอบการรายใหญ่นั้น ไม่น่าจะเกิดขึ้น  เนื่องจากมีผู้ประกอบการ (Vendor) อยู่ในจำนวนที่เพียงพอ และประชาชนสามารถเลือกผู้ติดตั้งได้เองจากรายชื่อที่การไฟฟ้าทั้ง 2 แห่งเปิดให้บริการ นอกจากนี้ การไฟฟ้าทั้ง 2 แห่งจะมีชุดติดตั้งโซลาร์เซลล์ขนาด 5 กิโลวัตต์ (kW) ในราคามาตรฐานไม่เกิน 140,000 บาท เพื่อใช้เป็นแนวทางอ้างอิงราคา ทำให้ผู้ประกอบการต้องแข่งขันกันทั้งด้านราคาและคุณภาพบริการ จึงไม่น่าจะเกิดการเอาเปรียบผู้บริโภค

 “จำนวนบ้านที่เข้าร่วมโครงการ 1 ล้านหลัง มีมากพอที่จะทำให้เกิดการแข่งขันระหว่างผู้ประกอบการ ทั้งการให้บริการที่ดีกว่าหรือการเสนอราคาที่ดีกว่าให้กับประชาชน ประชาชนเป็นคนเลือก Vendor เอง จะไปบังคับไม่ได้ และจำนวน Vendor สามารถเพิ่มเติมได้ตลอด ซึ่งกระทรวงแรงงานกำลังผลิตแรงงานส่วนนี้มาเติมให้” นายลวรณกล่าว

นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า  กำหนดวงเงินสินเชื่อไม่เกินค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง ซึ่งมีค่าใช้จ่ายมาตรฐานอยู่ที่ 140,000 บาท และรัฐบาลสนับสนุนเงินทุนในการติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์อีกจำนวน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 2.50% ต่อปี โดยเกษตรกรสามารถยื่นขอสินเชื่อได้ภายในวันที่ 31 ก.ค.2570 และต้องดำเนินการอนุมัติสินเชื่อ จัดทำนิติกรรมสัญญา และเบิกจ่ายเงินกู้ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ส.ค. 2570 กำหนดระยะเวลาชำระคืนเงินกู้ไม่น้อยกว่า 7 ปี หรือตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด

วันเดียวกัน นายอนุทินกล่าวถึงกรณีที่คนจากพรรคประชาธิปัตย์ออกมาแสดงความคิดเห็นกรณีการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน B20 และ E20  ไม่ตรงจุด เพราะเป็นน้ำมันที่คนใช้น้อย โดยนายกรัฐมนตรียิ้มและหัวเราะพร้อมส่ายหน้า ก่อนตอบว่า เราต้องช่วยคนที่เดือดร้อนที่สุดก่อน คนที่มีฐานะอย่างคนพูดไม่มีวันเข้าใจหรอก ดังนั้นถ้าเราไปกระตุ้นให้คนใช้น้ำมันประเภทนี้เยอะๆ ก็ยังได้ผลพลอยได้ในการทำให้พืชผลการเกษตรที่มาเป็นส่วนประกอบของน้ำมันทั้งสองประเภทจะได้มีความต้องการน้ำมันเพิ่มขึ้น ราคาก็ดีขึ้น และเมื่อปริมาณการใช้เพิ่มมากขึ้น การพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศก็ลดน้อยลง ซึ่งนี่คือวิถีชาวบ้านและวิถีที่คนไทยทั่วไปได้ใช้ชีวิตอยู่ เพราะฉะนั้น สส.ที่เป็นคนเมืองและมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้คงเข้าใจชีวิตของเกษตรกรชาวนาชาวไร่และคนที่อยู่ในชนบท สู้ตนไม่ได้หรอก

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยความคืบหน้าการปรับโครงสร้างราคาพลังงานว่า ได้ลงนามคำสั่งตามมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ปรับโครงสร้างราคาน้ำมันครั้งประวัติศาสตร์ มีผลตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.2569 จะส่งผลให้ราคา ณ โรงกลั่นน้ำมันทุกชนิดต้องคำนวณตามหลักเกณฑ์ใหม่ โดยโครงสร้างใหม่นี้สามารถถอดค่าใช้จ่ายสมมติที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริงออกจากสูตรราคา ซึ่งค่าใช้จ่ายเหล่านี้แฝงอยู่ในสูตรมาตั้งแต่ปี 2547 ที่สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) จัดตั้งสูตรคำนวณโครงสร้างราคาน้ำมัน นาน 22 ปี วงเงินรวม 230,000 ล้านบาท หรือปีละ 10,839 ล้านบาทต่อปี คิดเป็น 30 ล้านบาทต่อวัน ดังนั้นโครงสร้างใหม่นี้จะลดต้นทุนน้ำมันได้ 30 ล้านบาทต่อวันทันที หรือลดลงปีละ 10,839 ล้านบาทต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.เป็นต้นไป     

"การหักส่วนเกินโรงกลั่นคือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในวิกฤต ส่วนการถอดราคาทิพย์ครั้งนี้คือการแก้ที่โครงสร้าง ต่อให้วิกฤตจบ เงินหมื่นล้านบาทต่อปีนี้ก็จะไม่กลับมาอยู่ในบิลน้ำมันของคนไทยอีก และว่า มาตรการครั้งนี้ยังสอดคล้องกับการถอดค่าไฟฟ้าสาธารณะมูลค่า 18,000 ล้านบาทออกจากบิลค่าไฟของประชาชนก่อนหน้านี้ ทั้งสองมาตรการทบทวนต้นทุนที่ซ่อนอยู่ในโครงสร้างราคาพลังงาน เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องจ่ายในสิ่งที่ไม่ได้ใช้จริง และเพื่อให้ราคาพลังงานเป็นธรรมกับคนไทยทุกคน" นายเอกนัฏกล่าว

 ขณะที่ คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบปรับอัตราเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยน้ำมันดีเซล บี 7 ชดเชยลดลง 0.38 บาทต่อลิตร เป็น 2.93 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกลดลง 1 บาทต่อลิตร เหลือ 42.54 บาทต่อลิตร น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี10-95 ชดเชยลดลง 0.16 บาทต่อลิตร เป็น 1.61 บาทต่อลิตร ราคาขายปลีกลดลง 0.50 บาทต่อลิตร เหลือ 41.54 บาทต่อลิตร และน้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี10-91 ชดเชยลดลง 0.16 บาทต่อลิตร เป็น 1.61 บาทต่อลิตร ราคาขายปลีกลดลง 0.50 บาทต่อลิตร เหลือ 41.17 บาทต่อลิตร มีผลตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.2569.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ซักฟอก7-11ธ.ค. ฝ่ายค้าน51ชม.ลากถึงตี3 จับเพจดัง/ไอซ์ดิ้นสู้อนุทิน

เคลียร์จบ 4+1! “วิป 3 ฝ่าย” เคาะวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ 7-11 ธ.ค.นี้ รวมเวลา 72 ชม. ฝ่ายค้านจัดหนัก 51 ชม. รัฐบาลแจง 17 ชม. ประธาน 4 ชม. ช่วง 3 วัน

ไทยไม่ต้องกลัวสังคมสูงวัย

“นายกฯ” ปลุกไทยต้องไม่กลัว  “สังคมสูงอายุ” เตรียมปรับยุทธศาสตร์ป้องกันโรคก่อนแก่ เชื่อสุขภาพดีเป็นรากฐานพัฒนาประเทศ