อ้างวันกำนันฯส.ส.ส่อเบี้ยวกม.ลูก!

"นิโรธ" ออกตัวล้อฟรี บอก 10 สิงหาคมเป็นวันกำนันผู้ใหญ่บ้าน ส.ส.เขตอาจไปร่วมกิจกรรมไม่เข้าร่วมประชุมรัฐสภาเคาะกฎหมายลูก อ้างขอให้เลื่อนแล้ววิป 3 ฝ่ายไม่ฟัง ปชป.ประกาศไม่เล่นเกมเข้าประชุมแน่ "ชลน่าน" ย้ำไม่เป็นนั่งร้านให้เผด็จการสั่ง "สมชัย" ขู่หากใครเบี้ยวหรือล้มประชุมชง ป.ป.ช.ฟัน

เมื่อวันอาทิตย์ ยังคงมีความต่อเนื่องในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในการประชุมรัฐสภาวันที่ 10 สิงหาคม โดยเฉพาะประเด็นการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ  โดยนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวตอบโต้ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ที่ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หวาดกลัวยุทธศาสตร์แลนด์สไลด์ ถึงขนาดส่งสัญญาณเปลี่ยนกติกาการเลือกตั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ จากหาร 100 เป็นหาร 500 ว่าน่าเสียดายที่นักการเมืองระดับ นพ.ชลน่านทำได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งบิดเบือนข้อเท็จจริง เพราะเรื่องนี้ชี้แจงไปหลายรอบแล้วว่านายกฯ ไม่มีอำนาจไปสั่งการใดๆ ได้ สมาชิกรัฐสภาเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ มีวุฒิภาวะ ไม่มีใครไปสั่งการได้ อย่าเอานิสัยของพรรคตัวเองที่สั่งซ้ายหันขวาหันได้ด้วยคนเพียงคนเดียวมาเป็นบรรทัดฐาน   ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยไม่คิดเคารพกติกา กล้าเล่นเกมล่มองค์ประชุมสภา โดยไม่สนความเดือดร้อนของประชาชนก็ยังทำมาแล้ว

นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงทิศทางจะใช้สูตรหาร 500 หรือ 100 ว่า พปชร.ไม่เกี่ยงงอนจะใช้ 100 หรือ 500 ก็ว่ากันไป ส่วนที่นัดประชุมวันที่ 10 ส.ค.นั้น เป็นวันผู้ใหญ่บ้านกำนัน ได้ท้วงติงไปในที่ประชุมวิป 3 ฝ่าย ว่าน่าจะเป็นวันอื่นก็ได้ เพราะวันที่ 10 ส.ค.เป็นวันสำคัญ

เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่า ส.ส.พปชร.จะเข้าประชุมในวันที่ 10 ส.ค.อย่างพร้อมเพรียง นายนิโรธกล่าวว่า ทุกคนรู้ว่ามีประชุม แต่ต้องเข้าใจว่าเป็นวันผู้ใหญ่บ้านกำนัน ถึงแม้ไม่มีเหตุผลอะไร ไม่มีข้อบังคับอะไร บอกให้หยุด แต่ก็ควรหลีกเลี่ยงวันที่ 10 ส.ค. ให้ ส.ส.ได้เป็นวันสำคัญ วันราชสีห์จะไม่ให้เขาไปร่วมได้อย่างไร จัดงานตั้งแต่เช้าถึงเย็น แต่ละอำเภอก็ต่างวาระกันไป ทุกอำเภอตอนเช้าก็ต้องทำบุญ ทำกิจกรรมกัน และจะไม่เอื้อให้ ส.ส.เขตไปร่วมกิจกรรมกับเขาเลยหรือ เขาต้องรักษาฐานเสียงเขา จะมัวแต่มาห่วง 500, 100 หรือปาตี้ลิสต์อย่างเดียวไม่ได้

“กฎหมายเป็นกฎหมาย เราเข้าใจ จะเลื่อนตั้งแต่แรกก็ไม่ให้เลื่อน จะขอปิดเพื่อไม่ให้เอากฎหมายปรับเป็นพินัยเข้าที่ประชุม จะได้ไม่ค้างคา เพราะวันรุ่งขึ้นจะได้นำกฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้งขึ้นมาพิจารณา พอจะเสนอปิดก็ว่าเกินตามระเบียบวาระ พอผ่านการพิจารณากฎหมายไปมาตราเดียว ก็ไม่เป็นองค์ประชุมกันแล้ว เช่นนี้จะมาว่า พปชร.เล่นเกมนั้นไม่ถูก ไม่เป็นธรรม ถึงวันนี้อะไรจะเกิดก็ว่ากันไป” นายนิโรธกล่าว

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธาน ส.ส. และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า พรรคมีความชัดเจนตั้งแต่ยื่นเงื่อนไขการร่วมรัฐบาลว่าต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ซึ่งพรรคเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเลือกตั้ง ส.ส. จากการใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวมาเป็นบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ พรรคจึงไม่เห็นด้วยที่บางพรรคจะผลักดันให้เลือกตั้ง ส.ส. จากบัตรใบเดียว แต่ความคิดนี้ก็ล้มเลิกไป แต่ขณะนี้ก็มีความพยายามจากบางฝ่ายจะทำให้กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. ตกไป เพราะไม่เห็นด้วยที่กฎหมายจะใช้วิธีหาสูตรคำนวณจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อด้วยการหาร 500 ด้วยการเล่นเกมในสภา ทำให้สภาล่ม องค์ประชุมไม่ครบ จนทำให้กฎหมายตกไปในที่สุด

นายองอาจกล่าวต่อว่า พรรคขอยืนยันว่าเราไม่เห็นด้วยกับการเล่นเกมใดๆ ในสภาเพื่อประโยชน์ของพรรคใดพรรคหนึ่ง หรือใครคนใดคนหนึ่ง เราขอทำหน้าที่ของเราในฐานะสมาชิกรัฐสภาอย่างเต็มที่บนพื้นฐานหลักการดังนี้ 1.ปชป.จะเข้าร่วมประชุมสภาตามปกติ และเดินหน้าทำหน้าที่ไปตามกระบวนการรัฐสภา 2.ปชป.ไม่เข้าร่วมกระบวนการวางแผนทำให้สภาล่ม 3.ปชป.เคารพการตัดสินใจในการลงมติของสมาชิกรัฐสภา และ 4.ปชป.พร้อมปฏิบัติตามกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. ไม่ว่าสูตรคำนวณหาจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อจะใช้วิธีหาร 500 หรือหาร 100 ก็ตาม

 “เพื่อให้เตรียมความพร้อมในการพิจารณากฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.ในวันพุธที่ 10 ส.ค. จึงเชิญ ส.ส.พรรคมาประชุมร่วมกันในวันอังคารที่ 9 ส.ค.นี้ เวลา 13.30 น. ซึ่งเราจะทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดในฐานะสมาชิกรัฐสภา เพื่อประโยชน์ของประชาชนเป็นพื้นฐานสำคัญ”นายองอาจกล่าว

ขณะที่นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) กล่าวว่า ประชาชนคงสับสน เพราะพวกเราเองยังสับสนเลย เดี๋ยวหาร 100 เดี๋ยวหาร 500 ก็ยังไม่ทราบว่าจะหารอะไรแน่ แต่ที่สุดแล้วก็คงต้องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญด่านสุดท้าย ที่จะเป็นผู้วินิจฉัยผลที่เกิดขึ้นจากสภา เพียงแต่กลไกก่อนที่ไปศาล คิดว่าสภาถือว่าเป็นองค์กรหลัก สถาบันหลักของประเทศที่ต้องมีมาตรฐาน มีความเชื่อถือ ฉะนั้นกฎเกณฑ์อะไรก็แล้วแต่ที่จะออกไปจากสภาต้องยึดเป็นบรรทัดฐานที่อยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง

“ถ้าเกิดเราทำอะไรให้ดูง่ายๆ ไม่สลับซับซ้อน ชัดเจน ไม่เวียนหัว มันก็จะไม่มีปัญหา คิดว่าเรื่อง 100 หรือ 500 เปรียบเหมือนกติกาที่จะออกมาใช้แล้วพรรคการเมือง นักการเมืองทุกคนก็เป็นนักกีฬา เราก็เล่นตามกติกา กติกาออกมาอย่างไรเป็นเรื่องที่เราต้องไปปรับกลยุทธ์ในการที่อยากที่จะแพ้ หรืออยากที่จะชนะ ขอให้เป็นกติกาที่เป็นธรรม และออกมาด้วยขั้นตอนต่างๆ ที่ถูกต้องและได้รับการยอมรับ” นายสุวัจน์กล่าว

ส่วน นพ.ชลน่านกล่าวถึงการประชุมในวันที่ 10 ส.ค. จะมีการร่วมมือรัฐบาลเพื่อทำให้กฎหมายตกกรอบ 180 วันหรือไม่ ว่าขอไม่ตอบก่อน เพราะเป็นกลไกของวิป 3 ฝ่าย แต่พรรคปฏิเสธที่จะสนับสนุนกฎหมายที่เผด็จการสั่ง การคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อหาร 500 มันไม่ใช่เผด็จการรัฐสภา แต่เป็นรัฐสภาที่ถูกเผด็จการสั่งได้ ซึ่งไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ พรรค พท.ไม่ร่วมสังฆกรรม ไม่ร่วมเป็นองค์ประชุมเพื่อสนับสนุนกฎหมายนี้ แต่โชคดีที่มีช่องทางของกฎหมายคือ ร่างที่ส่งมาตั้งแต่วาระแรกที่เป็นสูตรหาร 100 ก็เป็นจังหวะพอดี

 เมื่อถามว่า หากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอย่างไรออกมา พรรคจะพร้อมสู้หรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า คำวินิจฉัยถือว่าเป็นที่สิ้นสุด แล้วมีผลผูกพันทุกองค์กร เรายอมรับในคำวินิจฉัย ไม่เคยเกี่ยงว่าเป็นวิธีการไหน ไม่ว่าจะเป็นหาร 100 หรือ 500 เราสู้ได้

ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่...) พ.ศ.... รัฐสภา โพสต์เฟซบุ๊กว่า เราจ่ายภาษีให้ท่านมาทำงาน ไม่ใช่ให้มาเล่นขายของ โลเลกลับไปกลับมา ดึงการประชุม ล้มการประชุมแบบไม่รับผิดชอบ ซึ่งข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ.2563 ข้อ 8 สมาชิกและกรรมาธิการต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และเสียสละ โดยยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสิ่งสูงสุด, ข้อ 14 สมาชิกและกรรมาธิการต้องอุทิศเวลาให้แก่การประชุม โดยคำนึงถึงการตรงต่อเวลาและต้องไม่ขาดการประชุมโดยไม่จำเป็น เว้นแต่ในกรณีเจ็บป่วยหรือสุดวิสัย และข้อ 15 สมาชิกและกรรมาธิการต้องพิจารณากฎหมาย ญัตติ กระทู้ หรือเรื่องร้องทุกข์ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนส่วนรวมโดยเร็ว

"หากการประชุมร่วมของรัฐสภาในวันที่ 10 ส.ค. มีการดึงการประชุม หรือล้มประชุม โดยมีพรรคการเมืองใดที่มีพฤติกรรมดังกล่าว ผมขอใช้สิทธิ์ยื่นชื่อต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ไต่สวนความผิดฐานจงใจฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง หาก ป.ป.ช.เห็นตรงกันและส่งศาลฎีกา ศาลรับฟ้องต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ หากพิพากษาว่าผิด ต้องพ้นจากตำแหน่งและตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี ใครอยู่ ใครไม่อยู่ ใครติดภารกิจจริง ใครไม่ติดภารกิจ แต่จงใจไม่เข้าประชุม ชื่อหาไม่ยากเลยครับ" นายสมชัยระบุ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อึ้ง!นิด้าอวย6เดือนชัชชาติ

“นิด้าโพล” อวย “ผู้ว่าฯ 1.4 ล้านเสียง” เต็มสูบ ผลสำรวจเรื่องผลงาน 6 เดือนแรกคนแห่ชื่นชม! 42.60% บอกค่อนข้างพอใจ “ชัชชาติ” โวอยากได้คำติเยอะๆ