สมคิดฟุ้งเปลี่ยนปท. ซัดบุฟเฟต์คาบิเนต

"พท." ซัด ส.ว.ใช้อารมณ์ โหวตคว่ำปิดสวิตช์เลือกนายกฯ ลั่นลุยต่อ ชูนโยบายแก้ รธน. หาเสียงเลือกตั้งครั้งหน้า "ก้าวไกล" เปิดแคมเปญใหม่ “รีเซตประเทศไทย เลือกตั้งใหม่ รัฐธรรมนูญใหม่” พร้อมล่า 5 หมื่นชื่อ ชง "ครม." ทำประชามติร่าง รธน.ใหม่วันเดียวกับเลือกตั้ง "ภท.-ปชป." แจงลงมติรับร่างฝ่ายค้าน ตามเจตนารมณ์พรรคเพื่อประโยชน์ ปชช.  "สมคิด" คึกคักเปิดตัวนั่ง "ปธ.สร้างอนาคตไทย" ฟุ้งขอทำการเมืองใหม่ เปิดทางร่วมมือทุกฝ่าย จับตา "ชาติพัฒนา" ประชุม กก.บห. 9 ก.ย. สะพัด! "เทวัญ" ไขก๊อกเปิดทาง "กรณ์" หัวหน้าพรรค 

ที่รัฐสภา วันที่ 8 ก.ย. นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน)  และนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี  รองประธานวิปฝ่ายค้าน แถลงถึงกรณีที่ประชุมร่วมรัฐสภาไม่ผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 4 ฉบับ

นายสุทินกล่าวว่า การแสดงออกของส.ว.ในการประชุมร่วมครั้งนี้คือการปกป้องรัฐธรรมนูญฉบับนี้ อย่างไรเสียก็ไม่ให้ผ่าน ไม่ให้แก้ ซึ่ง 4 ร่างที่พิจารณา แม้มี 2 ร่างเป็นเรื่องการเมือง แต่สองร่างที่เหลือเกี่ยวข้องกับประชาชนโดยตรง เราคาดหวังว่า 2 ร่างที่เหลือจะผ่าน เพราะไม่ได้เกี่ยวข้องกับอำนาจใครเลย แต่ก็น่าผิดหวังที่ร่างทั้ง 2 ตกไป ขอบอกไปยังประชาชนว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่แก้เฉพาะอำนาจของพวกเรา แต่อำนาจของประชาชนเราก็แก้ให้ แต่เสียดายที่จะต้องตกไปอีกครั้ง

“ส.ว.ชี้ขาดตัดสิน เอาอารมณ์เป็นที่ตั้ง หลายท่านพูดชัดเจนว่าไม่ลงมติเห็นชอบ เพราะ ส.ส.ไปพูดกระทบกระทั่งไม่ให้เกียรติ โดยไม่เอาเหตุผล ประโยชน์ประเทศชาติเป็นที่ตั้ง แต่สุดท้ายก็พิสูจน์ให้เห็นว่าเราต้องทำงานให้หนักมากขึ้นโดยเราจะไม่หยุด เพราะการเลือกตั้งครั้งต่อไปจะเอาเรื่องนี้ประกาศเป็นนโยบายเพื่อเอามาแก้ไขต่อ แม้อำนาจ ส.ว.จะหมดไปตามเวลาที่เหลืออยู่ 2 ปี แต่ก็ไม่น่าปล่อยไว้” นายสุทินกล่าว

ถามว่า นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. ระบุถ้า ส.ส.รวมเสียงกันเองได้ ส.ว.ก็ไม่มีความหมายในการโหวตเลือกนายกฯ กรรมการประสานงานวิปฝ่ายค้านกล่าวว่า คุณก็รู้ว่าธรรมชาติการเมืองถึงอย่างไรก็รวมเสียงกันได้ไม่มากถึงขนาดนั้น ซึ่งการรวมเสียงโดยธรรมชาติสามารถรวมเสียงได้เกินครึ่งสภาแน่นอน แต่จะให้รวมเสียงเกินครึ่งหนึ่งของรัฐสภา ทำได้ยาก นายวันชัยพูดปลายเหตุ แต่ต้นเหตุคือเสียงของคุณนั่นแหละที่เอามาบวก

ส่วนนายสมคิดกล่าวเสริมว่า ส.ว.เป็นอุปสรรคในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เราเสียดายที่ร่างของพรรคเพื่อไทยในประเด็นสิทธิชุมชน เรายืนยันว่าจะเดินหน้าเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไป ขณะนี้มีการพูดคุยว่าจะประกาศเป็นนโยบายตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญมาแก้ไข ซึ่งมีหลายเรื่องที่ต้องแก้ไข ไม่ใช่เรื่องการเมืองเพียงอย่างเดียว เช่น ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และการปฏิรูปต่างๆ ที่มันไม่ได้ผล ไม่ใช่ว่ารัฐธรรมนูญทุกอย่างจะดีไปหมด หาก 4-5 ปีไม่ดีก็ต้องมีการปรับ เหมือนคนอ้วนขึ้นที่เสื้อมันคับหรือว่าผอมลงก็ต้องตัดเสื้อใหม่

ขณะที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล แถลงว่า ผลการลงมติของรัฐสภาน่าผิดหวังเป็นพิเศษ ถึงแม้รัฐธรรมนูญปี 60 นั้นมีปัญหาเยอะมาก แต่ข้อเสนอปิดสวิตช์ ส.ว. เป็นข้อเรียกร้องพื้นฐานที่สุด และ เป็นมาตราที่ขัดแย้งต่อหลักการประชาธิปไตยมากที่สุดเช่นกัน แต่ในเมื่อไม่สามารถตัดอำนาจ ส.ว.ในการเลือกนายกฯ ทันการเลือกตั้งที่จะมาถึง ทางพรรคก้าวไกลจึงจำเป็นต้องเรียกร้องให้ ส.ว. ไม่นำตัวเองเข้ามาเป็นผู้ชี้ขาดในการจัดตั้งรัฐบาลและการเลือกนายกฯ แต่ควรเคารพและยึดตามเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนที่จะถูกสะท้อนผ่านผลการเลือกตั้ง

'ก.ก.' ชงรีเซต 'รธน.ใหม่'

“จุดยืนที่พรรคก้าวไกลประกาศต่อประชาชนมาตลอด คือการแก้ไขวิกฤตทางการเมืองครั้งนี้ ต้องไม่ใช่แค่ปะผุหรือแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราแล้วจะเพียงพอ แต่ต้องให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ที่ผ่านมาการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่การร่างฉบับใหม่ผ่านช่องทางรัฐสภาเจอทางตันทุกครั้ง ซึ่งทางพรรคก้าวไกลเห็นว่าต้องหาไพ่ใบใหม่ ที่ยังไม่มีใครเคยใช้ ด้วยการเปิดตัวแคมเปญชื่อ RESET ประเทศไทย เลือกตั้งใหม่ รัฐธรรมนูญใหม่ ที่จะอาศัยช่องทางตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ 2564 มาตรา 9(5) โดยใช้เสียงของประชาชนอย่างน้อย 50,000 คน ร่วมลงชื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้มีการจัดทำประชามติ โดยจะเริ่มรณรงค์ทันทีจนกว่าได้รายชื่อครบตามจำนวนที่กฎหมายกำหนด ในระยะเวลาที่เร็วที่สุด และเพื่อให้การเลือกตั้งที่จะมาถึง ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนรัฐบาล แต่คือการเปลี่ยนกติกาประเทศ เราจะเสนอให้จัดประชามติในวันเดียวกับวันเลือกตั้ง ส.ส. ที่จะต้องเกิดขึ้นไม่เกินเดือน พ.ค.2566”นายพิธากล่าว

หัวหน้าพรรคก้าวไกลกล่าวว่า มั่นใจว่าวิธีการนี้เป็นประโยชน์ต่อประเทศ และไม่ควรมีเหตุผลอะไรที่จะทำให้ถูกคัดค้าน เพราะเป็นหนทางที่จะนำพาประเทศออกจากวิกฤตทางการเมือง นำไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้จริง โดยไม่ต้องง้อเสียงเห็นชอบจาก ส.ว. ซึ่งพรรคก้าวไกลต้องขอแรงสนับสนุนจากประชาชน ขอให้อย่าเพิ่งถอดใจ มาลงชื่อกับเรา เพื่อส่งแรงกดดันไปยังรัฐบาลให้จัดประชามติ และคืนประเทศให้ประชาชน เพื่อให้ปลายทางในปีหน้า เราจะมีความหวังได้ว่ามีสิ่งที่ดีกว่ารอเราอยู่ คือคนไทยจะได้เลือกตั้งใหม่ ได้เริ่มนับหนึ่งสู่รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนฉบับใหม่ และมีโอกาสร่วมสร้างอนาคตใหม่ของประเทศไทยอีกครั้ง โดยประชาชนที่สนใจสามารถลงชื่อได้ที่ https://www.resetthailand.org

ถามถึงการเตรียมความพร้อมเลือกตั้ง  หัวหน้าพรรคก้าวไกลกล่าวว่า พรรคมีการเตรียมความพร้อมมาโดยตลอด และเรื่องว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ได้มีการเตรียมความพร้อมมาหนึ่งปีกว่า เพื่อให้ครบ 400 เขต  ซึ่งใน 1 เดือนที่ผ่านมาได้มีแคมเปญปฏิรูปพรรคชื่อว่า ก้าวไกล Next  โดยมีการลงพื้นที่ในหลายจังหวัด และในวันที่ 9 ก.ย. ก็จะมีแคมเปญเลือกตั้งที่จะมีการพูดถึงหลักการและอุดมการณ์ รวมถึงผลสำเร็จของพรรคก้าวไกล ตลอด 4 ปีที่ผ่านมาในสภา และจะมีการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพฯ

ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีพรรค ภท.ร่วมลงมติปิดสวิตช์ ส.ว.ผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 4 ฉบับ แม้ร่างดังกล่าวจะไม่ผ่านชั้นรับหลักการในการพิจารณาของรัฐสภาว่า ไม่มีปัญหาในการทำงาน เพราะเราทำตามหลักการประชาธิปไตย ไม่ไปมีเรื่องกับใคร และตนพูดมาตั้งแต่ปี 62 เมื่อครั้งรณรงค์หาเสียงแล้วว่าต้องเลือกนายกฯ จากตัวแทนของพี่น้องประชาชน ดังนั้นหลักการนี้ยังอยู่ เราไม่ได้เป็นคนร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่มีหน้าที่เคารพและตามกฎหมาย แต่เมื่อมีการเสนอแก้ไขโดยมีวัตถุประสงค์หลักให้ ส.ส.เป็นผู้ทำการเลือกนายกฯ เราจึงไม่มีทางอื่น จึงต้องเห็นด้วย ดังนั้นพรรคยืนยันให้เห็นว่าเมื่อถึงเวลาที่ต้องแสดงความชัดเจนในหลักประชาธิปไตย เราก็พร้อมที่จะทำ

"ผมไม่เชื่อว่าจะมีนายกฯ โดยเสียงของ ส.ส.ไม่ถึงกึ่งหนึ่งและมาบวกกับเสียงส.ว.แล้วจะได้เกิน 375 เสียง ซึ่งผมพูดมาตลอดว่านายกฯ คนนั้นคงเป็นคนที่น่าสงสารที่สุดในโลก และคงไม่มีใครกล้ารับตำแหน่งที่มาจากวิถีทางนั้น เพราะถึงอย่างไรก็ต้องมีเสียง ส.ส.เกินกึ่งของสภาในการบริหารราชการแผ่นดินไปได้ด้วยความมีประสิทธิภาพ" นายอนุทินกล่าว

ถามว่า ถ้า ส.ส.เกิน 250 ส.ว.จะไม่กล้าฝืนใช่หรือไม่ หัวหน้าพรรค ภท.กล่าวว่า เอาไว้ให้เกิดขึ้นก่อนดีกว่า แต่หากเกิน 250 เสียง แล้ว ส.ว.ฝืนและไปเลือกคนที่ไม่ถึง 250 เสียง ก็บอกแล้วว่าคนคนนั้นจะน่าสงสารมาก แล้วเขาจะทำงานได้อย่างไร เพราะ ส.ว.พามาได้ แต่ ส.ว.ประคองไม่ได้ ถ้าเอาแบบนั้นมาแล้วมาถึงมือพวกตนในฐานะ ส.ส. เคยเห็นคนโยนไก่ให้จระเข้ไหม ก็อย่างนั้นแหละ

ในส่วนพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคและประธาน ส.ส.พรรค ปชป. ยืนยันถึงการลงมติรับหลักการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า เรื่องนี้ไม่มีนัยทางการเมืองอะไรเป็นพิเศษ ส.ส.พรรคทำหน้าที่ของเราตามปกติ เมื่อมีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจากฝ่ายค้านเข้าสู่การพิจารณาในสภา และเราเห็นว่าเป็นการแก้ไขที่เกิดประโยชน์กับประชาชน และเป็นการแก้ไขที่ทำให้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น เราก็สนับสนุน และทั้ง 4 ร่างที่พิจารณาในสภาเป็นร่างที่ใกล้เคียงกับที่พรรค ปชป.เคยเสนอแก้ไขในสภามาแล้ว

สมคิดลั่นเปลี่ยนแปลง ปท.

วันเดียวกัน ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์  พรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) จัดกิจกรรม #คิดสร้างอนาคตไทย โดยเป็นการเปิดตัวนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ในตำแหน่งประธานพรรคสร้างอนาคตไทย ซึ่งมีการทำป้ายเชียร์ เช่น #ทีมสมคิด #จอมยุทธ์กวง #สุดยอดวิสัยทัศน์ #มือเศรษฐกิจขั้นเทพ ทั้งนี้ นายสมคิดเดินทางมาถึงโรงแรมตั้งแต่เวลา 08.45 น. พร้อมกับนายณฉัตร จาตุศรีพิทักษ์ หรือน้องคลัง บุตรชายคนเล็ก 

นายสมคิดกล่าวว่า อย่าคิดว่าการกลับมานั้นหวังแค่นายกฯ ให้คิดเสียใหม่ รู้จักชื่อสมคิดน้อยไป วันนี้มาด้วยสองวัตถุประสงค์ วัตถุประสงค์แรกมาเพื่อให้กำลังใจพรรค ขอบคุณทางพรรคที่มีความตั้งใจ มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างการเมืองเป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง เพื่อเป็นหลักยึดแก้ไข เพื่อเป็นอนาคตให้กับคนรุ่นหลาน ซึ่งหายากจริงๆ ไม่คิดถึงอนาคต คิดถึงแต่ปัจจุบัน ถ้าเป็นอย่างนั้นบ้านเมืองไปไม่ได้ ขอบคุณจริงๆ ที่มีความเด็ดเดี่ยวที่กล้าประกาศว่าเป็นพรรคสายกลาง ไม่คิดสุดโต่ง สุดขั้ว เพราะความคิดแบบนั้นแบ่งฝักแบ่งฝ่าย แบ่งสีแบ่งกลุ่ม มันมีแต่ทำลายตัวเอง ทำลายบ้านเมือง จุดสำคัญคือคุณต้องเป็นกลาง เพื่อเป็นตัวยึดโยงให้พลังในชาติสามารถเป็นพลังแห่งชาติ คิดในสิ่งที่มีประโยชน์ ไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อชาติบ้านเมืองเป็นใหญ่ 

 “ปัจจุบันประเทศไทยสถานการณ์หนักกว่าที่คิด และอ่อนเปลี้ยเพลียแรง ผมจำได้ว่ารัฐบาลที่แล้วเมื่อปี 2557 ก่อนที่ผมจะส่งทีม 4 กุมารเข้าไป จีดีพีเหลือเพียง 1% เพราะมีการรัฐประหาร ทำให้ ครม.ต้องช่วยกันทำงานจนลากจีดีพีขึ้นมาถึง 3-4% แต่ต่อมาต้องมาเจอพิษโควิด-19 และพิษการเมืองที่แสวงหาอำนาจ แต่ไม่แสวงปัญญา เป็นรัฐบาลผสม หรือบุฟเฟต์คาบิเนต มีที่ไหนที่นโยบายประเทศแบ่งกันตามกระทรวง ทางใครทางมัน ผมจึงวอล์กเอาต์” นายสมคิดระบุ

ประธานพรรคสร้างอนาคตไทยกล่าวว่า ผู้นำต้องสร้างความเปลี่ยนแปลง พรรคการเมืองต้องร่วมมือสนับสนุน ต้องสามารถเข้ามาเปลี่ยนแปลงการเมืองได้ ไม่ใช่เลือกตั้งกี่ครั้งก็เหมือนเดิม สภาคือหัวใจ ที่ต้องรื้อกฎหมายเก่า และสร้างกฎหมายใหม่ ถ้าคุณต้องการเปลี่ยนแปลง การจะต้องเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญที่ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงกติกาเลือกตั้ง แต่ต้องรีฟอร์มครั้งใหญ่ ทั้งการกระจายอำนาจ งบประมาณ และระบบราชการ เพื่อให้ไปสู่ทิศทางข้างหน้าให้ได้ ต้องไม่ใช่จากใครที่มาเขียนรัฐธรรมนูญ ต้องให้คนทุกเพศทุกวัยเข้ามามีส่วนร่วม รวมถึงคนรุ่นใหม่ พรรคสร้างอนาคตไทยจะต้องดึงภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม เพราะพรรคจะโตขึ้นจากการที่ประชาชนให้การสนับสนุน กลายเป็นพลังที่อยู่ข้างหลัง จนพรรคใหญ่ก็ต้องฟัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในงานยังพบนายปองพล อดิเรกสาร พร้อมลูกชายคือนายปรพล อดิเรกสาร มาร่วมงานด้วย นอกจากนี้ ยังมีนายนวกิจ พลวิเศษ บุตรชายนายภิรมย์ พลวิเศษ อดีต ส.ส.นครราชสีมา และ นพ.ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ อดีต ส.ส.ชัยภูมิ และอดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรียุครัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

จากนั้นนายสมคิดให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า การสร้างพรรคไม่ใช่มาแข่งขัน แต่ต้องการแสวงหาความร่วมมือ ความสามารถของทุกคน ทั้งภายในและนอกพรรคมาช่วยกัน และพร้อมร่วมกับพรรคอื่น ที่ทำงานแก้ไขปัญหาในขณะนี้ รวมถึงวางรากฐานอนาคต เพราะเราช้าไปแล้ว และเพื่อนบ้านแซงไปแล้ว ไม่อยากเห็นประเทศแย่ไปกว่านี้ เวลานี้สิ่งสำคัญคือเราต้องจัดเตรียมชุดความรู้เอาไว้ และต้องให้กำลังใจรัฐบาลทำให้ดีที่สุด จนกว่าจะถึงวันเลือกตั้ง แล้ววันนั้นประชาชนจะตัดสินใจเองว่าใครจะมาอยู่ในสภา วันนี้จึงมาให้กำลังใจและรวมพลังให้และรับปากว่าจะเป็นประธานพรรค 

ถามว่าการเมืองเหมือนสนามม้าที่ต้องซื้อม้าเข้าคอก พรรคจะเป็นแบบนั้นหรือไม่ นายสมคิดกล่าวว่า เราจะพูดถึงอนาคต จะไม่พูดอดีต และไม่ขัดแย้งกับใคร พูดสิ่งที่เป็นจริง ทำในสิ่งที่ดีที่ถูกต้อง จะทำให้คนรุ่นหลังรู้คนการเมืองที่ดีทำได้ แม้จะลำบากไม่ต้องใช้เงินก็ทำได้ และอยากทำให้เป็นตัวอย่าง 

ซักว่า พรรค สอท.พร้อมจะทำงานร่วมกับรัฐบาลและ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้อีกหรือไม่ นายสมคิดปฏิเสธที่จะตอบคำถามดังกล่าวและเดินทางกลับทันที 

ด้านนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ชี้แจงกรณีนายปองพลพร้อมบุตรชายยื่นใบลาออกจากสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติว่า ไม่ได้เพราะมีความขัดแย้งอะไรกัน แต่เป็นเรื่องของการลงสมัคร ส.ส.ที่นายปรพลขอเปลี่ยนจากแบบบัญชีรายชื่อที่เคยตกลงกันไว้ตั้งแต่แรก เป็นแบบ ส.ส.เขตแทน แต่เนื่องจากทางพรรคได้วางตัวผู้สมัครในพื้นที่ดังกล่าวไว้แล้ว ดังนั้นจึงต้องนำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุมและพิจารณาก่อนเพื่อหาข้อสรุป แต่คงรอไม่ได้ก็ได้มายื่นใบลาออกไปก่อน

ที่พรรคชาติพัฒนา นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคชาติพัฒนา กล่าวว่า นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา นัดประชุมกรรมการบริหารพรรค วันที่ 9 ก.ย. ที่ที่ทำการพรรคชาติพัฒนา จ.นครราชสีมา ในเวลา 14.00 น. โดยมีวาระประชุมเป็นเรื่องทั่วไป อาทิ การสมัครเป็นสมาชิกพรรคชาติพัฒนา ของนายกรณ์ จาติกวณิช อดีต รมว.การคลัง และคณะ รวมถึงการหารือเพื่อนัดประชุมใหญ่วิสามัญของพรรคชาติพัฒนา อย่างไรก็ดี เป็นประเด็นที่กรรมการบริหารพรรคต้องหารือและลงมติร่วมกัน

มีรายงานว่า ได้มีกระแสข่าวพรรคชาติพัฒนาจะมีการรื้อโครงสร้างบริหารภายในพรรค โดยให้นายเทวัญลาออกจากหัวหน้าพรรคเพื่อเปิดทางให้มีการเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่เพื่อเปลี่ยนภาพลักษณ์ของพรรคที่ชัดเจน และให้นายกรณ์ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคแทน ส่วนการจัดประชุมใหญ่วิสามัญของพรรคนั้น คาดว่าจะเกิดขึ้นในปลายเดือน ก.ย.นี้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง