ยุ‘บิ๊กตู่’คุมเลือกตั้งใต้-กทม.

ทำการเมืองไม่ใช่ของเล่น!  “บิ๊กตู่” บอกสื่อจะรีบไปไหนหลังถูกซักอนาคตการเมือง แย้มอยู่ระหว่างตัดสินใจ “สายัณห์” จี้ “ประยุทธ์” คุมเลือกตั้งภาคใต้-กทม. มั่นใจกวาด ส.ส.แน่ เชื่อกระแสดีไปพรรคไหนขอตามไปด้วย “พท.” นัด 6 ธ.ค.ประชุมใหญ่ พร้อมเปิดแคมเปญหาเสียง "อิ๊งค์" เตรียมโชว์วิสัยทัศน์ ยังอุบเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ จับตา 2 ธ.ค. “มดเล็ก” ลูกชาย “สุชาติ ตันเจริญ” เตรียมสวมเสื้อเพื่อไทยลงสมัคร ส.ส.ฉะเชิงเทรา ลือหึ่งบ้านริมน้ำเตรียมย้ายค่าย “สอท.” ไม่หวั่นข่าว “นิพิฏฐ์” จ่อย้ายไป พปชร. “สภาล่ม” ซ้ำซาก กม.ไม่ผ่านสักมาตรา ฝ่ายค้านซัดรัฐบาลต้องรับผิดชอบ

ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 1 ธ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ตอบคำถามสื่อมวลชนแค่เพียงว่า “เหรอๆ” กรณีศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญ ทิศทางทางการเมืองของนายกฯ จากนี้จะเป็นอย่างไร เพราะขณะนี้ ส.ส.รอสัญญาณจากนายกฯ เพื่อจะไปร่วมงานทางการเมือง 

ซักว่ารอปัจจัยอะไรถึงยังตอบไม่ได้ในตอนนี้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ก็พิจารณาอยู่ไง ถามอีกว่าจะใช้เวลาพิจารณาอีกนานหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า จะรีบไปไหนเล่า ผู้สื่อข่าวตอบว่าประชาชนรออยู่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เหรอ

ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์เดินทางไปที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี เป็นประธานพิธีเปิดงานอุตสาหกรรมแฟร์ "ซื้อของไทย ใช้ของดี สร้างอาชีพ เสริมธุรกิจที่ดีพร้อม" ภายใต้โครงการพัฒนาอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ให้ชุมชนดีพร้อม ซึ่งหลังเสร็จงาน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวทักทายสื่อมวลชนที่ดักรอสัมภาษณ์ โดยถามว่า "ว่าอย่างไรกันจ๊ะ"  ซึ่งสื่อมวลชนตอบว่า ถามก็ไม่ตอบ ไม่ถามดีกว่า

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่ต้องถามหรอกจ้ะ ถึงเวลาก็มาเอง ตอนนี้ต้องใช้เวลาที่มีอยู่ทำงานให้ดี สานต่อสิ่งต่างๆ เหล่านี้ และพร้อมจะทำอะไรต่อ อะไรก็ได้ที่เข้ามาในทางการเมือง ให้ใช้คำว่าทำการเมือง ไม่ใช่เล่นการเมือง การเมืองไม่ใช่ของเล่น ซึ่งได้พูดกับท่านรัฐมนตรีไปหมดแล้ว

เมื่อถามว่า นายกฯ จะทำการเมืองต่อใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ยังอยู่ในขั้นของการตัดสินใจอยู่ พิจารณาอยู่นะจ๊ะ  อย่ากังวลนะ

“อะไรที่จะพูดก็ต้องรอหน่อย ใจเย็นๆนะ ยังมีเวลาอีกเยอะแยะ” พล.อ.ปะยุทธ์ระบุ

ขณะที่นายสายัณห์ ยุติธรรม ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า ในฐานะ ส.ส.เขตในการเลือกตั้งครั้งหน้าตนขอเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์มาเป็นผูู้ดูแลการเลือกตั้งในพื้นที่ภาคใต้ และ กทม.ด้วยตัวเอง เนื่องจากกระแสและความนิยมต่อตัว พล.อ.ประยุทธ์ในทั้งสองพื้นที่ถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่สูง หากนายกฯ มาดูแลพื้นที่ตัวเอง ก็จะได้สื่อสารและรับฟังเสียงสะท้อนของ ส.ส.เขตได้โดยตรง ซึ่งจะช่วยให้พรรคที่นายกฯ จะไปต่อในทางการเมืองชนะเลือกตั้งในทั้งพื้นที่ภาคใต้และ กทม.ได้

ถามว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะลงเลือกตั้งกับพรรคใด นายสายัณห์กล่าวว่า ต้องรอ พล.อ.ประยุทธ์ประกาศความชัดเจนจะอยู่กับพรรคใด หาก พล.อ.ประยุทธ์ไปร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ตนก็จะไปร่วมงานกับพรรคที่ พล.อ.ประยุทธ์ไปสังกัด โดยจะลงรับเลือกตั้งในเขต 7 จ.นครศรีธรรมราช เหมือนเดิม ซึ่งในการเลือกตั้งครั้งหน้า จ.นครศรีธรรมราช มีเขตเลือกตั้งเพิ่มขึ้นอีก 1 เขต รวมทั้งภาคใต้มีเขตเลือกตั้งเพิ่มขึ้นมา 58 เขต เชื่อว่าทุกพรรคการเมืองที่มีส.ส.ในปัจจุบัน คงจะแข่งขันกันอย่างเข้มข้น ซึ่งไม่กังวลว่าจะเป็นการตัดคะแนนและแข่งกันเองของพรรคร่วมรัฐบาล เพราะเป็นไปตามกลไกการเลือกตั้ง อย่าง จ.นครศรีธรรมราช คงแข่งกันหนักระหว่าง พรรค พปชร., พรรค รทสช. และพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ส่วนพรรคภูมิใจไทย (ภท.) คงไปสู้ในเขตที่มีฐานเสียงเข้มแข็ง อย่างพื้นที่ จ.พัทลุง พื้นที่จังหวัดทางฝั่งอันดามัน” นายสายัณห์กล่าว

พท.ประชุมใหญ่ 6 ธ.ค.

ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค พท., นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค, น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ โฆษกพรรค ร่วมกันแถลงข่าวประกาศเปิดการรณรงค์เลือกตั้งพรรคเพื่อไทย

นพ.ชลน่านกล่าวว่า วันที่ 6 ธ.ค. พรรคจะจัดประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี ภายใต้ชื่องาน “คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคน” มีวัตถุประสงค์เพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคและกรรมการสรรหาแทนตำแหน่งที่ว่างลง มีกิจกรรมที่สำคัญคือการเปิดรณรงค์การเลือกตั้ง ประกาศคิกออฟแคมเปญการเลือกตั้งปี 2566 ของพรรค เชื่อว่าในปี 2566 จะมีการเลือกตั้งแน่นอน เพราะ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่…) พ.ศ…. เพิ่งผ่านการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญไป มั่นใจว่าเราจะปักธงลงทุกพื้นที่ใน 77 จังหวัด นอกจากนี้ยังจะมีการแสดงวิสัยทัศน์ของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรมพรรคเพื่อไทย

 นายประเสริฐยืนยันว่า คนพร้อม  นโยบายพร้อม และพร้อมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในสมัยหน้า เพราะเมื่อพรรค พท.ชนะแบบแลนด์สไลด์ คงไม่มีใครกล้าออกมาขวางเสียงประชาชน พรรคจะเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล ให้แคนดิเดตนายกฯของพรรคเป็นผู้นำรัฐบาล เพื่อแก้ปัญหาให้กับประเทศที่คั่งค้างมานาน 

ถามว่า หาก พท.ร่วมรัฐบาลจะยอมให้แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคอื่นเป็นนายกฯ หรือไม่ เลขาฯ พรรคกล่าวว่า เป็นไปไม่ได้ พรรคได้เสียง ส.ส.แบบแลนด์สไลด์จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เป็นความชอบธรรมที่แคนดิเดตนายกฯของพรรคจะได้ทำหน้าที่ผู้นำรัฐบาลตามฉันทามติของประชาชน คิดว่าไม่มีใครกล้าสวนความคิดของประชาชน 

 “พรรคพร้อมในเรื่องแคนดิเดตนายกฯ แต่จะเปิดตัวในช่วงที่เหมาะสม คือหลังมีพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งออกมา”เลขาฯ พรรค พท.กล่าว

มีรายงานว่า ในวันที่ 2 ธ.ค. ซึ่งพรรค พท.จะแถลงข่าวเปิดตัวผู้จะลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ภาคเหนือและภาคกลางนั้น นายศักดิ์ชาย ตันเจริญ หรือมดเล็ก บุตรชายนายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐและรองประธานสภาฯ คนที่ 1 ในฐานะแกนนำกลุ่มบ้านริมน้ำ จะเดินทางมาเปิดตัวเป็นผู้สมัคร ส.ส.ฉะเชิงเทราของพรรค พท.ในครั้งนี้ด้วย และคาดว่ามดดำ หรือนายคชาภา ตันเจริญ พี่ชาย จะเดินทางมาให้กำลังใจน้องชายด้วยตัวเอง

ทั้งนี้ เป็นที่แน่ชัดว่าโอกาสที่นายสุชาติจะหวนมาร่วมงานกับพรรค พท. มีความเป็นไปได้สูงมาก ตามที่มีกระแสข่าวก่อนหน้านี้ ซึ่งนายสุชาติเองก็เคยเป็น ส.ส.พรรคไทยรักไทย มีความใกล้ชิดสนิทสนมและมีสายสัมพันธ์อันดีกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ

ที่โรงแรมอิมพีเรียล นราธิวาส จังหวัดนราธิวาส พรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) จัดกิจกรรมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. นราธิวาส โดยมีแกนนำพรรค นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรค, นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคขึ้นเวทีเปิดตัวผู้สมัครทั้ง 3 เขต ประกอบด้วยนายวัชระ ยาวอฮะซัน เขต 1, นายสารี สะมะแอ เขต 2 และนายอามีน โต๊ะนากายอ เขต 4 โดยมีสมาชิกพรรคและสมาชิกสภาจังหวัด 21 เขตจาก 30 ที่นำโดยนายกูเซ็ง ยาวอหะซัน นายก อบจ.นราธิวาส มาร่วมกิจกรรม

นายสนธิรัตน์กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า ได้มาหารือกับนายกูเซ็งกันมาเป็นปี  และเป็นความสัมพันธ์ที่มีมาอย่างยาวนานตั้งแต่ตนทำการเมืองเมื่อครั้งที่แล้วและได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันมา ทั้งนี้ ตนได้บอกนายกูเซ็งว่าไม่แพ้นายมหาเธร์ โมฮัมหมัด นายกฯ มาเลเซีย ตนได้ขอร้องนายกูเซ็งขอให้พรรคมีจังหวัดนราธิวาสเป็นบ้านใหญ่ของ 3 จังหวัดชายแดนใต้ และเป็นการปักธงจากนราธิวาส จะเป็นการปักธงตัวแทนพี่น้องมุสลิมและพุทธไปสู่จังหวัดปัตตานีและจังหวัดยะลา เราอยากเห็นนราธิวาสเป็นเมืองหลวงของพรรคสร้างอนาคตไทยและของ 3 จังหวัดชายแดนใต้

ไม่ห่วง 'นิพิฏฐ์' ย้ายพรรค

ส่วนนายอุตตมกล่าวว่า วันนี้บ้านเมืองอยู่ในจุดพลิกผัน เราต้องจริงจังว่าเราจะมอบหมายผู้ใดทำงานให้เรา พรรคสร้างอนาคตไทยนำเสนอนโยบายเพื่อพี่น้อง มีผู้นำที่พร้อม ปีหน้าจะเลือกใคร ขอให้เลือกคนมาทำงาน ตัดสินใจให้ดี เลือกใครเป็นผู้นำ หมดเวลาแล้วที่จะลองผิด ลองถูก เอาชัวร์ไว้ก่อน

ด้านนายสมคิดกล่าวว่า 3 จังหวัดภาคใต้ทุกอย่างมีความพร้อม แต่ขาดคนที่จะมาบริหารจัดการ ซึ่งต้องเป็นคณะกรรมการพิเศษที่ใช้มืออาชีพ นำงานไปให้ครัวเรือน ต้องล้างภาพที่ว่า 3 จังหวัดภาคใต้ไม่ปลอดภัย แรงงานไม่มีทักษะ ยากจน ต้องดึงดูดนักลงทุนทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ โดยรัฐบาลอาจถือหุ้นแล้วนำกำไรมาคืนให้ประชาชน เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของกิจการ ไม่ใช่ใช้วิธีนำโรงงานสำเร็จมาตั้งแล้วชาวบ้านเป็นแค่แรงงาน โดยเราต้องไปเชิญเขามาลงทุน ถ้าเอาแต่ประชุมบนโต๊ะ แมวที่ไหนจะมา รวมถึงใช้มาตรการจูงใจทางภาษี 0% 10 ปี อย่าบอกว่าทำไม่ได้ ราชการพร้อมจะทำถ้าการเมืองเอาจริง

 “ผมจะยืมความคิดของนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ในการแก้ปัญหาความยากจนทุกครัวเรือน จะตั้งทีมแก้จนในทุกหมู่บ้าน มีตัวแทนของกรมการพัฒนาชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และนักศึกษา ทำการเคาะประตูบ้าน สำรวจต้นเหตุของปัญหาความยากจนในทุก บ้าน บางบ้านพ่อแม่ป่วยไม่สามารถหารายได้เลี้ยงชีพ โดยจะนำข้อมูลความยากจนในแต่ละครัวเรือนเป็นฐานในการที่รัฐบาลจะเข้าไปช่วยเหลือ โดยให้เป็นอำนาจของชุมชนในการพิจารณาบ้านที่สมควรได้รับการช่วยเหลือ เพื่อแก้ปัญหาความยากจนได้อย่างได้ผล ดังที่ประสบความสำเร็จมาแล้วในประเทศจีน” นายสมคิดกล่าว

จากนั้น นายอุตตมให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีข่าวนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค ในฐานะประธานภาคใต้ เตรียมย้ายไปเสริมทีมภาคใต้พรรค พปชร.ว่า เมื่อวันที่ 29 พ.ย. ยังร่วมประชุมกับนายนิพิฏฐ์ตามปกติ ไม่มีท่าทีที่ผิดปกติอะไร ไม่รู้ข่าวลือมาจากไหน ซึ่งตนไม่ทราบว่าจะอยู่หรือไม่อยู่ หลังมีข่าวออกมาก็ไม่ได้มีการพูดคุย และนายนิพิฏฐ์ก็ไม่ได้ติดต่อพูดคุยแต่อย่างใด

“เราต้องเคารพความคิดเห็นส่วนบุคคล เพราะเราเป็นพรรคการเมืองเปิด   เป็นพรรคที่ไม่มีใครเป็นโต้โผใหญ่หรือเป็นเจ้าของ เพราะฉะนั้นเราต้องฟังซึ่งกันและกัน” นายอุตตมกล่าว

ถามว่ามีแนวคิดที่จะควบรวมพรรคหรือไม่ หัวหน้าพรรค สอท.กล่าวว่า มีอยู่แล้วในทางการเมือง ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีการพูดจากัน ยอมรับว่ามีการพูดจากันระหว่างพรรค แต่การพูดคุยนั้นยังไม่มีข้อยุติ 100 เปอร์เซ็นต์

ส่วนนายสนธิรัตน์กล่าวถึงเรื่องนายนิพิฏฐ์ว่า ต้องไปถามว่ามาจากอะไร ที่นายนิพิฏฐ์ไม่ได้เดินทางมาร่วมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ที่ จ.นราธิวาส เนื่องจากพรรคมีการแบ่งพื้นที่ดูแลรับผิดชอบ นายนิพิฏฐ์เป็นประธานภาคใต้ ส่วน จ.สงขลา มี พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล เป็นผู้ดูแลพื้นที่ ส่วน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีนายกูเซ็ง ยาวอหะซัน นายก อบจ.นราธิวาสเป็นผู้ดูแล และเท่าที่ทราบนายนิพิฏฐ์ติดภารกิจเป็นประธานงานศพ ซึ่งได้แจ้งให้ทราบก่อนแล้ว

ส่วนคณะผู้บริหารพรรคไทยสร้างไทย นำโดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย, นายโภคิน พลกุล ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศ, นายสุพันธุ์ มงคลสุธี รองหัวหน้าพรรค,  น.ต.ศิธา ธิวารี เลขาธิการพรรค พร้อมคณะ เข้าพบผู้บริหารหอการค้าไทยจีนอย่างเป็นทางการ ในการประชุมสมาพันธ์หอการค้าไทย-จีน และสมาคมธุรกิจต่างๆ โดยมีนายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานหอการค้าไทยจีน และคณะกรรมการ ให้การต้อนรับและพูดคุยแลกเปลี่ยน แนวทางการสนับสนุนภาคเอกชน พร้อมรับฟังแนวนโยบายต่างๆ ของพรรคไทยสร้างไทย ในการสนับสนุนภาคเอกชน สร้างรายได้และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อให้เกิดการค้าการลงทุนมากยิ่งขึ้น

สภาล่มซ้ำซาก

วันเดียวกัน ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม ก่อนเข้าสู่วาระประชุม นายชวนแจ้งว่า นางวลัยพร รัตนเศรษฐ ขึ้นมาเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ แทนนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่ลาออกจากตำแหน่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พร้อมให้นางวลัยพรกล่าวปฏิญาณตนก่อนปฏิบัติหน้าที่ โดยมีจำนวน ส.ส.ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ขณะนี้ 474 คน

จากนั้นเเข้าสู่การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น ต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่แล้ว ที่เกิดเหตุจำนวนสมาชิกอยู่ไม่ครบองค์ประชุม ต้องปิดประชุมสภา เนื่องจาก ส.ส.ฝ่ายค้านไม่พอใจที่ให้มีการโหวตลงมติมาตรา 9/1 ใหม่ โดยเมื่อเริ่มการประชุมครั้งนี้ ก็ส่อแววเกิดเหตุองค์ประชุมไม่ครบเหมือนเดิมทันที เมื่อนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย แจ้งว่า ฝ่ายค้านจะอยู่ในห้องประชุม แต่ไม่ขอร่วมแสดงตนเป็นองค์ประชุมในการโหวตมาตรา 9/1 เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับการที่จะให้มีการลงมติใหม่ในมาตราดังกล่าว เพราะขัดต่อข้อบังคับการประชุมสภา

 ทำให้การโหวตมาตรา 9/1 เป็นไปอย่างขลุกขลักทันที เพราะจำนวน ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลที่อยู่ในห้องประชุมมีอยู่บางตา แม้นายชวนจะพยายามกดออดเรียกส.ส.ให้เข้าห้องประชุม และขอความร่วมมือ ส.ส.ฝ่ายค้านที่อยู่ในห้องประชุมให้ร่วมกันแสดงตนเป็นองค์ประชุม แต่ก็ไม่เป็นผล เสียเวลารอกันนานกว่า 30 นาที ก็ยังไม่มีทีท่าจะมีจำนวนสมาชิกครบองค์ประชุม

เวลา 11.30 น. นายชวนแจ้งว่ายังขาดองค์ประชุมอยู่ 17 คน แต่นายชวนก็ยังให้รอต่อไป กระทั่งเวลา 11.40 น. นายชวนแจ้งอีกครั้งว่า จากการสอบถามผู้ควบคุมเสียงฝ่ายรัฐบาล ทราบว่าคงใช้เวลาอีกนานในการตาม ส.ส.มาให้ครบองค์ประชุม ขณะนี้มีผู้มากดบัตรแสดงตน เพียง 221 คน ขาดอีกกว่า 10 คน ดังนั้นเมื่อองค์ประชุมไม่ครบก็ขอสั่งปิดประชุม ทำให้ร่าง พ.ร.บ.การเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น ที่เข้าสู่การพิจารณาในสภาเป็นรอบที่ 4แล้ว แต่ยังคงยืดเยื้อ ไม่ผ่านการพิจารณา

จากนั้นพรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดยนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) พร้อมด้วยนายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล แถลงข่าว โดยนายสมคิดกล่าวว่า ที่ผ่านมาเรายืนยันและคัดค้านมาตลอดว่าในการลงมติไปแล้วไม่สามารถกลับมาลงคะแนนใหม่ได้ พอวันนี้ก็มาเข้ามาตราเดิม ซึ่งเราได้พูดแล้วว่าถ้าทางรัฐบาลจะลงมติใหม่ เราจะไม่ร่วมสังฆกรรมด้วย และเราก็จะไม่เป็นองค์ประชุม ซึ่งหลังจากนี้ก็จะเป็นหน้าที่ของฝ่ายรัฐบาลที่จะหาองค์ประชุมมาเอง ซึ่งบรรยากาศแบบนี้เกิดขึ้นกับสภา เชื่อว่าไม่ดีแน่

“แต่อยากจะบอกว่าฝ่ายค้านได้ส่งสัญญาณว่าจะไม่เป็นองค์ประชุมตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว ฉะนั้นเรื่องนี้รัฐบาลต้องตอบคำถามให้ได้ว่า คนของท่านหายไปไหน ทำไมองค์ประชุมไม่พอ ซึ่งถ้าองค์ประชุมครบมาตราอื่นๆ เราพร้อมที่จะร่วมประชุมด้วย” นายสมคิดกล่าว  

ด้านนายณัฐวุฒิกล่าวว่า ที่ผ่านมาเราจะได้ยินว่าองค์ประชุมเป็นของรัฐบาล รัฐบาลจะรับผิดชอบเพียงผู้เดียว แต่ฝ่ายค้านเราไม่ได้มองเท่านั้น ที่ผ่านมาเราให้ความร่วมมือในเรื่องประชุม แต่ในครั้งนี้เป็นเรื่องของหลักการ ท้ายที่สุดแล้วเรื่องนี้เป็นความรับผิดชอบของรัฐบาล เพราะไม่ว่าจะเป็นกฎหมายฉบับนี้หรือฉบับถัดไป ล้วนแต่เป็นกฎหมายที่ฝ่ายรัฐบาลเป็นผู้เสนอ ฉะนั้น หากไม่รับผิดชอบองค์ประชุมได้ ก็เสมือนว่าท่านไม่รับผิดชอบต่อการบริหารราชการแผ่นดินได้เช่นเดียวกัน เรื่องนี้ไม่ใช่เกมการเมือง แต่เป็นความชอบธรรมในทางกฎหมาย

นายชินวรณ์​ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานวิปรัฐบาล กล่าวยืนยันว่า กรณีที่ให้สภาลงมติในมาตรา 9/1 ของร่างกฎหมายถอดถอนผู้บริหารท้องถิ่นนั้น เป็นสิ่งที่ถูกต้องตามข้อบังคับและรัฐธรรมนูญทุกประการ สิ่งที่ฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยกับการลงมติและไม่ร่วมมือ เพราะได้เตรียมการใช้เทคนิคการเมืองเล่นงานการเมืองแบบต่อเนื่อง ทั้งนี้ ยอมรับว่าเสียงข้างมากคือความรับผิดชอบของสภา แต่องค์ประชุมทุกฝ่ายต้องร่วมกัน

“ที่ฝ่ายค้านเรียกร้องให้ยุบสภานั้น ผมขอให้ฝ่ายค้านใจเย็น เพราะนายกฯ บอกว่าจะอยู่ยาวเพื่อขับเคลื่อนนโยบายและการทำงานให้เป็นจริง ทั้งนี้ ฝ่ายรัฐบาลยุบสภาแน่นอน เมื่อถึงโอกาสที่ดีที่สุด นั่นก็คือการทำงานเพื่อประโยชน์ประชาชน ดังนั้นหากฝ่ายค้านอยากมีผลงาน ขอให้ความร่วมมือในการทำงานในสภาอย่างเข้มแข็ง อย่าเล่นเกมที่ผมขอมองว่าทำแบบนี้จะแลนด์สไลด์ได้อย่างไร” นายชินวรณ์​กล่าว

ขณะที่นายอรรถกรณ์ ศิริลัทธยากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะเลขานุการวิปรัฐบาล กล่าวว่า สำหรับ ส.ส.พรรครัฐบาลที่ไม่มาแสดงตน ส่วนหนึ่งได้แจ้งตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ติดภารกิจ และอีกส่วนหนึ่ง จำนวน 6 คน ติดโควิด-19 ขณะที่พรรคร่วมรัฐบาลคนอื่นเชื่อว่าติดภารกิจและมีติดโควิดด้วย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘บิ๊กตู่’ไม่ยุบสภาก.พ. ขอบคุณครม.ร่วมงาน‘วิษณุ’แจ้งไทม์ไลน์เลือกตั้ง

“กกต.” เคาะระเบียบและประกาศ 3 ฉบับแล้ว ทั้งเรื่อง “เลือก ส.ส.-ไพรมารีโหวต-สาขาพรรค” เตรียมชงให้รัฐบาลประกาศราชกิจจาฯ