‘4วัคซีน’ใกล้เป็นจริง! ทดลองในมนุษย์แล้ว

เร่งฉีดวัคซีน ล่าสุดสะสมแล้วกว่า 92 ล้านโดส รองโฆษกรัฐบาลเผยวัคซีนไทย 4 ตัวใกล้ความจริง  อยู่ในขั้นทดสอบในมนุษย์ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อใช้ในการพัฒนาเป็นระยะ รวมวงเงิน 4.8 พันล้านบาท

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2564 ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานว่า ยอดผู้ได้รับวัคซีนของประเทศไทยเมื่อวันที่ 26 พ.ย. มีการฉีดวัคซีนเพิ่มเติม 922,987 โดส รวมยอดฉีดวัคซีนสะสมตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. ทั้งสิ้น 91,658,056 โดส

อย่างไรก็ตาม แอปพลิเคชันหมอพร้อมรายงานว่า การฉีดวัคซีนล่าสุด ณ เวลา 12.22 น. วันที่ 27 พ.ย. ฉีดวัคซีนสะสมแล้ว 92,050,764 โดส เป็นเข็ม 1 สะสม 47,807,807 โดส, เข็ม 2 สะสม 40,953,796 โดส และเข็ม 3 สะสม 3,276,757 โดส

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในที่ประชุม ศบค. เมื่อวันที่ 26 พ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ติดตามความก้าวหน้าการวิจัยวัคซีนในประเทศไทย ซึ่งได้รับการรายงานว่า ขณะนี้ทั้ง 4 วัคซีนกำลังอยู่ในขั้นทดสอบในมนุษย์ และได้รับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อใช้ในการพัฒนาเป็นระยะ รวมวงเงิน 4.8 พันล้านบาท

กล่าวคือ วัคซีน NDV-HXP-S ที่พัฒนาโดยองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล ได้รับงบประมาณจากรัฐบาลผ่านสถาบันวัคซีนแห่งชาติ  (สวช.) แล้ว 45.88 ล้านบาท ทดสอบในมนุษย์ระยะที่ 2 แล้วตั้งแต่ 16 ส.ค.64 คาดว่าจะทราบผลภายในเดือนนี้ (ธ.ค. 64) อยู่ระหว่างทำคำของบประมาณเพื่อรับการสนับสนุนสำหรับการทดสอบระยะที่ 3

วัคซีน Chula-Cov19 พัฒนาโดยศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับงบประมาณจากรัฐบาลผ่านสถาบันวัคซีนแห่งชาติ (สวช.) จำนวน 375 ล้านบาท ทดสอบในมนุษย์ระยะที่ 2 เริ่ม ส.ค.64 คาดว่าจะทราบผลภายในเดือนธันวาคมนี้ และสำหรับการทดสอบทางคลินิกระยะที่ 3 และการผลิตเพื่อขึ้นทะเบียนวัคซีนเพื่อใช้ในภาวะฉุกเฉิน ครม.ได้อนุมัติงบประมาณจาก พ.ร.ก.เงินกู้กรอบวงเงิน 2,316 ล้านบาท เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

วัคซีน Baiya SARS-CoV-2 Vax พัฒนาโดยบริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม ซึ่งเป็นบริษัทสตาร์ทอัปของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับงบประมาณจาก พ.ร.ก.เงินกู้ฯ 160 ล้านบาท ในช่วงต้น ขณะนี้อยู่ในช่วงทดสอบในมนุษย์ ระยะที่ 1 เริ่ม ตั้งแต่ ต.ค. 64 และล่าสุด ครม.ได้อนุมัติกรอบวงเงิน 1,309 ล้านบาท จากพ.ร.ก.เงินกู้ เพื่อใช้ในการวิจัยและพัฒนาวัคซีนในส่วนของการทดสอบในมนุษย์ระยะที่ 3 ด้วย

และวัคซีนโควิเจน โดยบริษัท ไบโอเนท-เอเชีย ได้รับงบประมาณจาก พ.ร.ก. เงินกู้แล้ว 650 ล้านบาท ได้ทำการสอบในมนุษย์ ระยะที่ 1 แล้วตั้งแต่วันที่ 25 มิ.ย. 64 เพื่อศึกษาความปลอดภัยและการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมการทดสอบในระยะที่ 2

“นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญและพร้อมสนับสนุนงบประมาณในการวิจัยและพัฒนาวัคซีนสัญชาติไทยในทุกขั้นตอน ตั้งแต่กระบวนการ R&D การทดสอบประสิทธิภาพ การขึ้นทะเบียนเพื่อให้สามารถนำมาใช้ได้ครบวงจร เสริมความมั่นคงทางวัคซีนของประเทศ ถือเป็นอีกความหวังในการควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 และเป็นการเพิ่มศักยภาพด้านการจัดการสาธารณสุขของประเทศในระยะยาวด้วย” น.ส.รัชดา กล่าว

เนื่องในวันที่ 27 พฤศจิกายน ของทุกปีเป็นวันสาธารณสุขแห่งชาติ กรุงเทพโพลล์ โดยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ จึงสำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง “ที่สุดวัคซีนแห่งปี” โดยเก็บข้อมูลจากประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,172 คน พบว่า ประชาชนร้อยละ 32.0 อยากฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของไฟเซอร์มากที่สุด รองลงมาร้อยละ 25.4 อยากฉีดของโมเดอร์นา และร้อยละ 10.4 อยากฉีดของแอสตร้าเซนเนก้า

สำหรับความพึงพอใจต่อการรับวัคซีน โควิด-19 พบว่า ในภาพรวมได้คะแนนความพึงพอใจเฉลี่ยเท่ากับ 3.33 คะแนน ซึ่งแปลผลได้ว่ามีความพึงพอใจระดับปานกลาง โดยเรื่องที่พึงพอใจมากที่สุดคือการบริการ ช่องทางในการไปรับการฉีดวัคซีน ได้ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.65 คะแนน รองลงมาคือการแจ้งข่าว ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับวัคซีนได้ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.54 และความรวดเร็วในการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนครบทั้งประเทศ ได้ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.42 คะแนน ส่วนเรื่องที่พึงพอใจน้อยที่สุดคือการเยียวยาช่วยเหลือประชาชนที่ต้องรอการฉีดวัคซีน การล็อกดาวน์ประเทศ ได้ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.89 คะแนน

เมื่อถามถึงบุคลากรทางการแพทย์ที่นึกถึงมากที่สุด เมื่อพูดถึงวัคซีนป้องกันโควิด-19 ปี 2564 พบว่า ประชาชนร้อยละ 39.9 นึกถึงหมอทวีศิลป์มากที่สุด รองลงมาร้อยละ 23.5 นึกถึงหมอยง และร้อยละ 15.3 นึกถึงหมอเบิร์ท.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดรีมแมตช์ ‘ญี่ปุ่น’ บู๊‘บราซิล’ คนไทยทำใจเลือกเชียร์ยาก

ฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐอเมริกา, เม็กซิโก และแคนาดา ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ เดินทางมาถึงรอบน็อกเอาต์ 32 ทีมสุดท้าย ค่ำคืนวันที่ 29 มิถุนายน หรือตรงกับเช้าตรู่ วันที่ 30 มิถุนายน ตามเวลาประเทศไทย มีเกมฟาดแข้ง 3 คู่ 3 สนาม ไฮไลต์สำคัญเป็นการดวลกันระหว่าง บราซิล ปะทะ ญี่ปุ่น