กกต.พร้อมแล้ว รับสมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์-แบ่งเขต เผยพรรคการเมืองระวังตัวแจไม่หลุดปมใหญ่สังกัด 30 วัน ขณะพี่พรรคพี่น้อง 2 ป. จับมือกันโดดร่มไม่ร่วมลงนาม จรรยาบรรณการหาเสียงเลือกตั้ง บัวแก้วเผยคนไทยต่างแดนลงทะเบียนใช้สิทธิ์แล้ว 2.4 หมื่นคน ด้าน สตช.สแกนยิบซุ้มมือปืน-ผู้มีอิทธิพล
เมื่อวันพุธ ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์กรณีที่ศาลปกครองกลางนัดไต่สวนกรณีการแบ่งเขตเลือกตั้งของ กกต.ในวันที่ 30 มี.ค.2566 ว่าเรื่องนี้อยู่ในชั้นศาล ตนยังพูดอะไรมากไม่ได้ แต่ยืนยันว่าเราทำตามรัฐธรรมนูญ และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ในการแบ่งเขต ทั้งนี้ กกต.ได้มอบหมายให้ผู้แทนไปชี้แจง อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับศาลว่าจะพิจารณาอย่างไร
นายแสวงกล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการรับสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อว่า วันนี้เราได้ซักซ้อมกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร ในฐานะเจ้าของพื้นที่ การไฟฟ้านครหลวง และสำนักงาน กกต. เพื่อซักซ้อมรับมือพรรคการเมืองที่จะมาสมัครเพื่อให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวมถึงอำนวยความสะดวกแก่พรรคการเมืองและผู้สนับสนุนเป็นจำนวนมาก ซึ่งน่าจะมีความพร้อม
ทั้งนี้ การรับสมัครจะมีขึ้นที่อาคารไอราวัฒพัฒนา เขตดินแดน กรุงเทพฯ เริ่มรับสมัครวันที่ 4-7 เม.ย. ตั้งแต่เวลา 08.30-16.00 น. ทั้งนี้ การจับสลากหมายเลขผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ ใครที่มาก่อนเวลา 08.00 น. จะได้สิทธิการจับสลาก แต่ถ้าหากใครมาหลังเวลาดังกล่าว ก็จะได้หมายเลขเรียงลำดับถัดไป ทั้งนี้ เงื่อนไขการลงสมัครแบบบัญชีรายชื่อ พรรคการเมืองจะต้องผู้สมัครส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งก่อน
"ส่วนการรับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 3 เม.ย. ที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 กรุงเทพฯ เริ่มรับสมัครวันที่ 3-7 เม.ย. เวลา 08.30-16.30 น. ซึ่งจะมีผู้อำนวยการเขตเลือกตั้งแต่ละเขตจะเป็นผู้รับสมัคร โดยจะเป็นคนละส่วนความรับผิดชอบกับสำนักงาน กกต. สำหรับจังหวัดอื่นๆ ขึ้นอยู่กับผู้อำนวยการ กกต.แต่ละจังหวัดจะเป็นผู้กำหนด" นายแสวงระบุ
เลขาธิการ กกต.กล่าวว่า สำหรับการเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2566 จะใช้รูปแบบบัตรลงคะแนน 2 ใบ ประกอบด้วยบัตรลงคะแนนผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต และบัตรลงคะแนนผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งจะไม่ใช่เบอร์เดียวกัน แต่ก็มีความเป็นได้ที่จะได้เบอร์เดียวกันทั้ง 2 ใบ ในกรณีที่จับสลากได้หมายเลขเดียวกัน
นายแสวงกล่าวถึงการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าว่า เราเตรียมระบบไว้ดีแต่ชี้แจงประชาชนไม่ละเอียด ทำให้ช่วงแรกเกิดความสับสนอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ก็น่าจะแก้ไขแล้ว ทั้งในส่วนสำนักงาน กกต. และสื่อมวลชนที่ชี้แจงต่อประชาชน ซึ่งก็น่าจะเป็นระบบและเป็นไปได้ด้วยความเรียบร้อยแล้ว ส่วนปัญหาการลงทะเบียนแล้วระบบผิดพลาดให้ใช้สิทธิในวันที่ 14 พ.ค. แล้วไม่สามารถยกเลิกได้นั้น ตอนนี้สำนักงานทราบเรื่องแล้ว และจะนำไปแก้ไขเพื่อรักษาสิทธิของประชาชนโดยเร็ว
เมื่อถามว่า กรณีตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครรับเลือกตั้ง กกต.จะมีกระบวนการตรวจสอบที่เข้มข้นขึ้นหรือไม่ เพราะในการเลือกตั้งปี 2562 มี ส.ส.ที่มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติหลังเลือกตั้ง นายแสวงกล่าวว่า เราตรวจมาตรฐานเดียว โดยได้รับความร่วมมือกับทุกหน่วยงาน ประมาณ 26 หน่วยงาน โดยมีการซักซ้อมกันแล้ว เราก็จะตรวจตามมาตรฐาน ทั้งนี้ คุณสมบัติบางเรื่องไม่ได้อยู่ในหน่วยงานของรัฐที่สามารถตรวจสอบได้ แต่เป็นเรื่องส่วนตัวของเขาเอง กฎหมายถึงต้องเขียนว่ารู้อยู่แล้วว่าไม่มีสิทธิมาใช้สมัคร ซึ่งบางเรื่องเราไม่สามารถตรวจสอบได้เพราะอยู่นอกเหนือฐานข้อมูลราชการ
"อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าในการสมัครรับเลือกตั้งที่กำลังจะถึงนี้ พรรคการเมืองมีความระวัง โดยวิธีปฏิบัติ พรรคการเมือง หรือผู้สมัครจะมีการประสานกับผู้อำนายการการเลือกตั้งประจำจังหวัด เพื่อดูหลักฐานก่อนส่วนหนึ่ง ขณะที่หัวหน้าพรรคเองก็มีการส่งข้อมูลให้ กกต.ตรวจสอบก่อนในระดับหนึ่ง เพียงแต่บางอย่างผู้สมัครเองอาจจะหลงหรือมาเจอทีหลัง อย่างไรก็ตาม ส่วนมากจะไม่เกิดเรื่องอย่างนี้ แต่เรื่องที่ไปที่ศาลฎีกามากที่สุดคือเรื่องความเป็นสมาชิกของพรรคการเมือง ซึ่งช่วงนี้ต้องเป็นสมาชิกพรรค 30 วันก่อนถึงวันเลือกตั้ง สำหรับที่มีการย้ายพรรค ซึ่งเราก็มีระบบฐานข้อมูลดูอยู่แล้ว" นายแสวง ระบุ
ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ ได้การจัดพิธีลงนาม "จรรยาบรรณการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2566" และ "สัญญาที่พรรคการเมืองขอให้ไว้แก่ประชาชน พ.ศ.2566" เพื่อส่งเสริมให้ “การเลือกตั้งครั้งนี้นำไปสู่การเปลี่ยนผ่านทางการเมืองที่ยกระดับระบอบประชาธิปไตยของไทยให้มีคุณภาพและมาตรฐานที่ดีขึ้นไปอีก” โดยภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย ภาคประชาสังคม องค์กรสื่อ และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งมีตัวแทนพรรคการเมืองมาร่วมลงนามจรรยาบรรณฯ โดยมีพรรคการเมืองเข้าร่วม 34 พรรคการเมืองเข้าร่วมลงนาม ยกเว้นพรรคพลังประชารัฐและพรรครวมไทยสร้างชาติ
นายโคทม อารียา ประธานภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย และอดีต กกต. กล่าวว่า ในจรรยาบรรณหาเสียงเลือกตั้งนั้น ยังสร้างมาตรฐานใหม่ๆ ที่ครอบคลุมไปถึงการใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างมีความรับผิดชอบในการหาเสียงเลือกตั้ง และการหาเสียงเลือกตั้งที่เป็นมิตรต่อผู้หญิงและบุคคลทุกเพศสภาพ เพื่อเป็นการสร้างพื้นที่ในการสื่อสารทางการเมืองอย่างสร้างสรรค์ทั้งในโลกออนไลน์และทางกายภาพ และสร้างมาตรฐานใหม่ทางการเมืองเรื่องการเคารพในศักดิ์ศรีและสิทธิมนุษยชน
ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายณรงค์ บุญเสถียรวงศ์ รองอธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงความคืบหน้าการเตรียมจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรว่า จะมีการประชุมร่วม 4 ฝ่าย ที่ประกอบด้วย กระทรวงการต่างประเทศ, กกต., กระทรวงมหาดไทย และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด อีกครั้งในวันที่ 30 มี.ค.นี้ เพื่อหารือติดตามการเตรียมการต่างๆ กระทรวงการต่างประเทศยังดำเนินการจัดอบรมเจ้าหน้าที่ฝ่ายกงสุลที่ประจำการสถานเอกอัครราชทูตไทยและสถานกงสุลใหญ่ไทยทั่วโลก โดยจะมีการอบรมดังกล่าวเป็นครั้งที่ 2 ในวันที่ 31 มี.ค.นี้ ขณะที่ กกต.ได้ให้การสนับสนุนเครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย อาทิ คูหาเลือกตั้ง สายรัดหีบบัตรเลือกตั้ง แถบพลาสติก และอุปกรณ์อื่นๆ ซึ่งเราได้ดำเนินการจัดส่งไปให้สถานเอกอัครราชทูตไทยและสถานกงสุลใหญ่ไทยทั่วโลกแล้ว
นายณรงค์กล่าวอีกว่า กระทรวงการต่างประเทศขอเชิญชวนคนไทยในต่างประเทศไปลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร โดยสถิติล่าสุดมีคนไทยที่ลงทะเบียนแล้ว 24,005 คน ซึ่งประเทศที่มีผู้ลงทะเบียนสูงสุด คือ ออสเตรเลีย ตามด้วยสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น เยอรมนี ซึ่งประเทศเหล่านี้เป็นประเทศที่มีคนไทยอยู่จำนวนมาก ส่วนรูปแบบการลงคะแนนนั้น สถานเอกอัครราชทูตไทยและสถานกงสุลใหญ่ไทยจะเป็นผู้กำหนดรูปแบบที่เหมาะสมตามสภาพแวดล้อมของประเทศนั้นๆ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่คนไทยในแต่ละพื้นที่ ซึ่งตามระเบียบของ กกต.กำหนดให้จัดการลงคะแนนเลือกตั้งในช่วงวันที่ 24 เม.ย.- 5 พ.ค.นี้ โดยต้องจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 12 วันก่อนวันเลือกตั้งในประเทศ เนื่องจากต้องส่งบัตรเลือกตั้งกลับมาให้ทัน ขณะเดียวกันเรามีระบบติดตามและตรวจสอบทุกขั้นตอนในการจัดส่งบัตรเลือกตั้ง โดยกลับมานับคะแนนที่กรุงเทพฯ
วันเดียวกัน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้ช่วย ผบ.ตร. เปิดเผยถึงนโยบายการดำเนินการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ช่วงก่อนการเลือกตั้งว่า พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ตำรวจทุกหน่วยวางแผนเตรียมการปฏิบัติ โดยเฉพาะตนเองที่ได้รับมอบหมายปฏิบัติภารกิจในศูนย์ป้องกันและปราบปรามมือปืนรับจ้างและผู้มีอิทธิพล ซึ่งมีพล.ต.อ.ชินภัทร สารสิน รอง ผบ.ตร. เป็นผู้อำนวยการศูนย์ ได้สั่งการให้ตำรวจทั่วประเทศเก็บรวบรวมข้อมูลมือปืนรับจ้างและผู้มีอิทธิพล และได้ปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายอย่างต่อเนื่อง
“จนถึงขณะนี้ยังสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ถ้าจุดใดมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นก็จะสั่งการให้กองบังคับการปราบปราม และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เข้าไปดำเนินการทันทีโดยมีการเฝ้าระวังทุกพื้นที่ ซึ่งในการประชุมบริหารของสำนักงานตำรวจแห่งชาติครั้งที่แล้ว ผบ.ตร.สั่งการให้ ผบช.ภ.1-9, บช.น. และ บช.ก. เตรียมความพร้อมในทุกมิติ ให้มีแผนเผชิญเหตุ, สืบสวนเก็บข้อมูลในท้องถิ่น และตั้งด่านปิดล้อมตรวจค้น” พล.ต.ท.สมพงษ์ระบุ
นอกจากนี้ยังมีการติดตามกวาดล้างจับกุมการซื้อขายอาวุธปืนออนไลน์อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม พบว่าความรุนแรงในช่วงเลือกตั้ง ในการจ้างวานมือปืนรับจ้าง และซุ้มมือปืนต่างๆ เพื่อก่อเหตุกับคู่แข่งหรือหัวคะแนนฝ่ายตรงข้ามนั้นน้อยลงกว่าอดีต เนื่องจากปัจจุบันประชาชนให้ความร่วมมือมากขึ้น เพราะมีทั้งกล้องวงจรปิด กล้องจากโทรศัพท์มือถือ และกล้องติดหน้ารถ รวมถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้การก่อเหตุยากขึ้น.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เฮศาลไฟเขียว ลต.บอร์ดสปส. 27ก.ย.ตามเดิม
"ษัษฐรัมย์" นำทีมก้าวหน้าเฮ! ศาลปกครองพิพากษาเพิกถอนคำสั่งชะลอเลือกตั้ง "บอร์ดประกันสังคม"
ทูลเกล้าฯหมอสรณพ้นปธ.กสทช.
นายกฯ เผยทูลเกล้าฯ ให้ “นพ.สรณ” พ้นประธาน กสทช.แล้ว
รบ.เน้นเอกภาพดับไฟใต้ ยังไม่เปลี่ยนเลขาฯสมช.
“อนุทิน” แจงยังไม่คิดเปลี่ยนตัว “เลขาฯ สมช.” ขณะที่ “ฉัตรชัย” ไม่กั๊ก
8แสนโยงเลือกสส.‘กกต.’ปัดฮั้วสว.
“นายกฯ” เตรียมประชุม ครม.สัญจร จ.สงขลา 31 ส.ค.-1 ก.ย.69 ถกปัญหา 5 จว.ใต้ หวังกระตุ้น ศก.-แก้ปัญหาผังเมือง
ห้ามพกปืน100% หนูสั่งรื้อกม.เข้มโทษหนัก ฉลองนอนคุก/เซฟโซนรร.
“อนุทิน” ร่ายยาวคุมอาวุธปืนใหม่ จ่อเปิดช่องส่งมอบปืนเถื่อน
‘หนู’ไม่รู้งูเขียวซบน้ำเงิน ส้มนัดทุบกำแพงโสโครก
"อนุทิน" แจงโพสต์ “วิ่งหัวชนกำแพง” แค่ “สอนตัวเอง เตือนตัวเอง”

