ลุ้นประชุมคณะกรรมการประชามตินัดแรก หึ่ง! หวังเคาะประชามติครั้งแรกต้นปี 2567 โฆษก รทสช.บอกเห็นด้วยนิรโทษกรรม แต่ต้องไม่รวม 3 เรื่อง ผิดอาญาร้ายแรง-โกง-มาตรา 112
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 ต.ค.2566 มีรายงานข่าวจากคณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการทำประชามติ เพื่อแก้ไขปัญหาความเห็นที่แตกต่างในเรื่องรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ว่า ในการประชุมนัดแรกวันที่ 10 ต.ค. นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการฯ จะมีการประชุมเพื่อวางกรอบต่างๆ ในการทำประชามติ เช่น เรื่องการตั้งคำถามว่าจะถามกันอย่างไร และกำหนดว่าจะทำประชามติกี่ครั้ง โดยจะพยายามทำประชามติครั้งแรกช่วงต้นปี 2567
นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย (ภท.) หนึ่งในคณะกรรมการฯ กล่าวถึงการประชุมวันที่ 10 ต.ค.ว่า ยังไม่ทราบรายละเอียด คาดว่าเป็นการกำหนดแนวทางการทำงานตามกรอบของนายกรัฐมนตรี และการแบ่งสัดส่วนงานว่าใครต้องดำเนินการส่วนไหนอย่างไร ส่วนพรรค ภท.จะเสนอประเด็นใดเข้าสู่ที่ประชุมหรือไม่นั้น เนื่องจากพรรคยังไม่ได้หารือกันในเรื่องนี้ คงเป็นการรับฟังว่าคณะกรรมการฯ ว่ากันอย่างไร แล้วจึงนำมาเสนอในพรรคอีกครั้งก่อน
สำหรับความเคลื่อนไหวในกรณีพรรคก้าวไกล (ก.ก.) เสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรม แก่บุคคลซึ่งได้กระทำความผิดอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง พ.ศ..… เข้าสภาผู้แทนราษฎรนั้น นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี ในฐานะโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวว่า การนิรโทษกรรมเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ซึ่งหลักการสร้างความปรองดองเป็นจุดยืนของพรรค รทสช.อยู่แล้ว ในการสลายสีเสื้อที่มีความขัดแย้งมาตลอด 20 ปี เราต้องหยุดเพื่อให้ประเทศเดินหน้า แต่หลักความผิดที่เราไม่เห็นด้วยคือเรื่องความผิดอาญาร้ายแรง สองคือการทุจริตคอร์รัปชัน และสามคือการทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ส่วนการนิรโทษกรรมที่จะสร้างความปรองดองเราเห็นด้วย แต่ต้องไม่แตะในสามกลุ่มความผิดนี้
เมื่อถามว่า พรรคก้าวไกลเสนอว่าหากพรรคอื่นๆ เห็นสอดคล้อง ก็สามารถยื่นร่างเพื่อประกบเข้ากับร่างของพรรคก้าวไกลได้ รทสช.จะหารือประเด็นนี้หรือไม่ นายอัครเดชกล่าวว่า พรรค รทสช.มีคณะทำงานด้านกฎหมายที่ศึกษาร่างกฎหมายนิรโทษกรรมอยู่แล้ว แต่จะเสนอประกบด้วยหรือไม่ ต้องรอเข้าสู่ที่ประชุมพรรคอีกที ซึ่งจะมีการหยิบยกเรื่องนี้มาหารือแน่นอน แต่จะเป็นช่วงใดนั้น ขึ้นอยู่กับวาระที่จะบรรจุในที่ประชุมสภา
ส่วนนายสุระ เตชะทัต เลขาธิการพรรคพลังบูรพา กล่าวว่า ทุกฝ่าย ทั้งพรรคก้าวไกลหรือพรรคการเมืองอื่นต่างมองเห็นตรงกันในจุดใหญ่คือ ควรนิรโทษกรรมให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองมาตั้งแต่ปี 2549, 2552, 2553, 2557 และ 2561 เพียงแต่ในรายละเอียดควรต้องมาพิจารณาร่วมกันจะครอบคลุมไปถึงมูลฐานความผิดใด คดีความประเภทใด ที่ควรได้รับการนิรโทษฯ หรือไม่ได้รับการนิรโทษฯ
“หลักคิดนิรโทษกรรมให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม แสดงออกทางการเมืองนั้น เป็นเรื่องที่ดี เพื่อสลายความขัดแย้ง ทำให้คนในชาติสามัคคี หลังจากเราขัดแย้ง แบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันมาตลอดในยุค 17 ปีที่ผ่านมา ส่วนตัวมองว่า นอกจากนักการเมืองใช้เวทีสภาหารือแล้ว ด้านนอกสภาก็ควรมีเวทีสาธารณะมาถกเถียงหาข้อสรุปร่วมกันจนตกผลึก แล้วนำมาซึ่งทางออก โดยที่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแสดงออกทางการเมืองก็จะได้กลับไปใช้ชีวิตตามปกติ โดยที่ไม่กระทบไปถึงกระบวนการยุติธรรม ในแง่การบังคับใช้กฎหมายก็ต้องไม่กระทบเช่นกัน” นายสุระระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ฝรั่งเศส’เหนือกว่าทุกมุม ยิง‘สวีเดน’กรุยทางสู่แชมป์
เวิลด์ คัพ 2026 ยังอยู่กันที่การแข่งขันในรอบน็อกเอาท์ 32 ทีมสุดท้าย ค่ำคืนวันที่ 30 มิถุนายน
แห่ร้องโกงสอบปปช.ลุยเส้นเงิน
"ทรงศักดิ์" ฟ้องระนาวโยงเอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น ชัดแล้วใคร “ส้ม-กิจ”
เลือกตั้งใช้สิทธิ์ไม่ถึงครึ่ง เตือนแจ้งเหตุก่อน5ก.ค.
กกต.สรุปผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-สก. นายก-สมาชิกสภาเมืองพัทยา
ถก12สส.ภท.ล่ม ม็อบปิดประตู5 กดดันทำเนียบฯ
เครือข่าย SEC Watch ประกาศปิดประตู 5 ด้านหลังทำเนียบฯ สกัด "ร่าง พ.ร.บ.SEC-แลนด์บริดจ์" หลังเจรจาล้มเหลว "ศุภชัย" ยกทีม 12 สส.ใต้ ภท.รับข้อเสนอ บอกเข้าใจความเดือดร้อน
ฝีแตกหาเช้ากินค่า! ฝ่ายค้านถลกงบฯ70ไร้อนาคต/‘ภราดร’รับปะผุ
ถลกงบฯ 2570 วันแรก “เอกนิติ” ทำหน้าที่แทน “อนุทิน” ที่ตามเสด็จไปถวายงาน
ฝ่ายค้านลับมีด ชำแหละงบ70 พุ่งเป้าดีอี-มท.
สภาส่อเดือด! ฝ่ายค้านลับมีดรอชำแหละงบ 70 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท

