“จุรินทร์” ยกป่วนขบวนเสด็จฯ ตอกย้ำนิรโทษกรรมต้องไม่รวมความผิดมาตรา 112 “โรม” อ้างไม่ควรยึดติดมาตราใดมาตราหนึ่ง แต่ต้องมองภาพรวมแก้ปัญหาบ้านเมืองอย่างไร แนะ กมธ.ควรเพิ่มวันประชุมต่อสัปดาห์
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 ก.พ.2567 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงการนิรโทษกรรม มาตรา 112 ว่า ขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรมีการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญขึ้นมาพิจารณาเรื่องการนิรโทษกรรมเพื่อความปรองดอง ขณะเดียวกันก็มีพรรคการเมืองบางพรรคได้เสนอพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมเข้าสู่การพิจารณาของสภา ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบ โดยการนิรโทษกรรมสามารถทำได้ เพราะในอดีตก็เคยมีการนิรโทษกรรมเกิดขึ้น แต่ประเด็นสำคัญคือ ถ้าจะนิรโทษกรรมในอนาคต ควรจะครอบคลุมความผิดในลักษณะใดบ้าง ตรงนั้นคือหัวใจสำคัญ
“การนิรโทษกรรมต้องไม่รวมคดีทุจริตคอร์รัปชัน และมาตรา 112 รวมทั้งคดีอาญาร้ายแรง เพราะอนาคตจะทำให้คนไม่เกรงกลัวกฎหมาย และกลายเป็นการส่งเสริมการกระทำผิดในลักษณะดังกล่าว และจะนำไปสู่การขยายความขัดแย้งแตกแยกมากกว่าการสร้างความปรองดอง โดยเฉพาะเมื่อเกิดกรณีการป่วนขบวนเสด็จฯ ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าไม่สมควรนิรโทษกรรมความผิดตามมาตรา 112 ซึ่งขอเสนอให้ กมธ.ของสภารับไปพิจารณาด้วย” นายจุรินทร์กล่าว
ขณะที่ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ในฐานะรองประธาน กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตรา พ.ร.บ.นิรโทษกรรม กล่าวถึงการประชุม กมธ.ในสัปดาห์นี้ว่า จะมีการประชุมในวันที่ 15 ก.พ. เวลา 13.00 น.เป็นต้นไป โดยจะพูดคุยกันเรื่องกรอบของการทำงาน แนวทางการทำงานว่าจะผลักดันกันไปอย่างไร ระยะเวลาในการนิรโทษกรรมต้องไปถึงเมื่อไหร่
เมื่อถามถึงกรณีการเชิญผู้ทรงคุณวุฒิ คือนายคณิต ณ นคร และนายโคทม อารียา มาให้ความเห็นต่อ กมธ. จะซักถามหรือสอบถามเรื่องใดเป็นพิเศษหรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า จริงๆ คงต้องเอารายงานของนายคณิตที่เคยมีข้อเสนอที่จะแก้ไขความขัดแย้งทางการเมือง โดยต้องนำรายงานฉบับนั้นมาดูว่าถึงที่สุดแล้วเราสามารถใช้กับสถานการณ์ปัจจุบันได้มากน้อยแค่ไหน และต้องถามความเห็นเช่นกันว่า หากเราจะแก้ไขความขัดแย้งในวันนี้จะทำได้อย่างไร
“เรื่องการนิรโทษกรรม เรามองในลักษณะส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาทางการเมือง สถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ดังนั้นจึงไม่ควรไปติดกรอบเรื่องของคดีนั้นหรือคดีนี้ แต่ควรอยู่บนฐานว่าสรุปแล้วจะแก้ปัญหาบ้านเมืองหรือไม่ จะแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่มีหรือไม่ ซึ่งหากเราตั้งโจทย์เช่นนี้แล้วก็ไม่ควรเอาเรื่องของมาตรามาเป็นข้อกำหนดในการบอกว่าห้ามเอามาตรานั้นมาคิดเรื่องนิรโทษกรรม ซึ่งคิดว่าไม่ใช่ทางออกที่แท้จริงในการที่จะแก้ไขปัญหาวิกฤตที่เกิดขึ้นในขณะนี้” นายรังสิมันต์ระบุ
เมื่อถามว่า ในการศึกษาของ กมธ.อาจมีประเด็นที่หลากหลาย มองว่ากรอบระยะเวลา 60 วันเพียงพอหรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของการประชุม และขึ้นอยู่กับวิธีการทำงานของประธาน กมธ. ถามว่า 60 วันเราสามารถประชุม 2-3 วันต่อสัปดาห์ได้หรือไม่นั้น ก็ทำได้ จริงๆ ไม่ควรต้องติดกรอบว่าจะต้องประชุม 1 วันต่อสัปดาห์เลยด้วยซ้ำ หากจะเอาให้เยอะ ประชุม 1 สัปดาห์ก็ทำได้ หากประสิทธิภาพในเนื้อหาสาระมันดี
“หากพูดถึงในรายละเอียดเรื่องการนิรโทษกรรม ก็มีภาคประชาชนจำนวนไม่น้อยที่เขามีข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน, ไอลอว์ หรือแม้กระทั่งรายงานที่ศึกษามาก่อนหน้านี้ ซึ่งผมคิดว่าเราสามารถนำสิ่งเหล่านี้มาปรับใช้เพื่อเร่งให้การทำงานเร็วขึ้นได้ แต่หากไม่ทันจริงๆ ก็ต่ออายุได้ ไม่ควรที่จะช้าจนเกินไป เพราะสังคมก็อาจวิพากษ์วิจารณ์ได้ว่าสุดท้ายแล้วไม่ได้นำไปสู่การที่จะแก้ปัญหาวิกฤตทางการเมืองที่แท้จริง แต่เป็นการตั้ง กมธ.เพื่อยื้อและถ่วงเวลาไว้เรื่อยๆ” นายรังสิมันต์กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รุมขยี้ซํ้า‘พรรคส้ม’ 89สว.จี้‘เท้ง’ขอโทษ/นักร้องชงยุบปชน.ฟัน‘ปิยบุตร’ผิดม.112
"89 สว." รุมประณาม "เท้ง" เลวร้ายที่สุดกล่าวหา สว.สีน้ำเงิน ยัน รธน.ปี 60 มาจากประชามติ ไม่ได้เป็นมรดกรัฐประหาร
แฉแก๊งคนเทา ร่วม‘ไตรภาคี’ เอื้อการเมือง
ครม.เงาพรรคส้มแฉ ขบวนการทุจริตคนเทาเข้าไทย ซัดทุกเรื่องอยู่ใต้จมูกนายกฯ
อึ้ง!เขมรอึใส่รั้วชายแดน ทบ.สั่งเฝ้าระวังป่วน-ยั่วยุ
หมดคำบรรยายกับทหารเขมร! "ผบ.ทบ." สั่งเฝ้าระวังพื้นที่เพ่งเล็งชายแดนไทย-กัมพูชา
นายกฯดันการทูตเชิงรุก ชูจุดแข็งดึงฝรั่งมาลงทุน
"อนุทิน" มอบนโยบาย "ทีมไทยแลนด์ยุโรป" ย้ำต้องทำให้ต่างชาติรู้ว่าไทยเป็นหนึ่งตัวเลือกที่ดีที่สุด ชูจุดแข็งรัฐบาลมีเสถียรภาพทางการเมือง
ไทยช่วยไทยฉลุย23.7ล้านคน
ลงทะเบียน “ไทยช่วยไทย พลัส” ทั่วไทยสุดคึก วันแรกกดไป 23.7 ล้านคน
ปชป. เปิดตัวแพลตฟอร์ม 'ส่องรัฐ' ติดตามใช้งบภาครัฐ พบงบ AI พุ่ง 1,276 โครงการ ส่อระบบซ้ำซ้อน ล้าสมัย
ปชป. เปิดตัว “ส่องรัฐ” เครื่องมือจับตางบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ชี้งบ AI ปี 2569 พุ่ง 1,276 โครงการ 4,271 ล้านบาท ตั้งคำถาม “รัฐกำลังซื้อระบบที่อาจล้าสมัยตั้งแต่วันส่งมอบ”

