เงินเฟ้อ-0.77% ลดลง5เดือนติด อ้วนชวนกินหมู

พาณิชย์เผย "เงินเฟ้อ" ก.พ. ติดลบ 0.77% ลดต่อเนื่อง 5 เดือนติด เหตุราคาเนื้อสัตว์-ผักสดปรับลง ได้อานิสงส์จากมาตรการรัฐลดน้ำมันและค่าไฟ คาดพลิกบวกเดือน พ.ค. "เสี่ยอ้วน"   ชวนกินหมูหลังล้นตลาดแต่ราคายังสูง เร่งสร้างสมดุลคุยห้าง-เจ้าของฟาร์ม-ผู้บริโภค ยันไข่ไก่ไร้ปัญหา

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อทั่วไป) เดือน ก.พ.2567 เท่ากับ 107.22 เทียบกับ ม.ค.2567 เพิ่มขึ้น 0.22% เทียบกับเดือน ก.พ.2566 ลดลง 0.77% เป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน  โดยมีสาเหตุสำคัญจากราคาอาหารสด  ทั้งเนื้อสัตว์และผักสด ที่ปริมาณผลผลิตเข้าสู่ตลาดจำนวนมาก และราคาปรับลดลง รวมทั้งน้ำมันดีเซลและค่ากระแสไฟฟ้า ราคายังต่ำกว่าเดือนเดียวกันของปี 2566 จากมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ  ประกอบกับฐานราคาเดือน ก.พ.2566 ที่ใช้คำนวณเงินเฟ้อยังอยู่ระดับสูง มีส่วนทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง ส่วนสินค้าและบริการอื่นๆ ราคาเคลื่อนไหวในทิศทางปกติ และหากรวมเงินเฟ้อ 2 เดือนของปี 2567 (ม.ค.-ก.พ.) ลดลง 0.94%   

สำหรับรายละเอียดเงินเฟ้อเดือน ก.พ.2567 ที่ลดลง 0.77% มาจากการลดลงของหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ 0.97% ตามการลดลงของราคาเนื้อสุกร ปลาทู กุ้งขาว ปลากะพง ผักสด (มะนาว แตงกวา ผักกาดขาว มะเขือเทศ กะหล่ำปลี) เนื่องจากปริมาณผลผลิตเข้าสู่ตลาดจำนวนมาก รวมถึงน้ำมันพืชและน้ำปลา ราคาปรับลดลง ส่วนสินค้าที่ราคาสูงขึ้น อาทิ ข้าวสาร ไข่ไก่ นมถั่วเหลือง ครีมเทียม ผลไม้บางประเภท (แตงโม กล้วยหอม มะม่วง) น้ำตาลทราย กะทิสำเร็จรูป กาแฟสำเร็จรูปพร้อมดื่ม กับข้าวสำเร็จรูป ก๋วยเตี๋ยว และอาหารกลางวัน

ส่วนหมวดอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม ลดลง 0.63% เนื่องจากน้ำมันในกลุ่มดีเซลและค่ากระแสไฟฟ้าราคายังต่ำกว่าเดือนเดียวกันของปี 2566 จากมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ เสื้อผ้าบุรุษและสตรี สิ่งที่เกี่ยวกับทำความสะอาด (ผงซักฟอก น้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำยาปรับผ้านุ่ม) เครื่องใช้ไฟฟ้า (เครื่องรับโทรทัศน์ เครื่องซักผ้า ตู้เย็น) รวมถึง สบู่ถูตัว แชมพูสระผม ผลิตภัณฑ์ป้องกันและบำรุงผิว ราคาปรับลดลง โดยสินค้าที่ราคาสูงขึ้นเล็กน้อย อาทิ แป้งทาผิวกาย น้ำยาระงับกลิ่นกาย ยาสีฟัน ยาแก้ไข้หวัด ยาลดกรดในกระเพาะ ค่าตรวจรักษาโรค ค่าทัศนาจรต่างประเทศ ค่าโดยสารเครื่องบิน บุหรี่ สุรา และไวน์

ทางด้านเงินเฟ้อพื้นฐานเดือน ก.พ.2567 เมื่อหักอาหารสดและพลังงานออก เพิ่มขึ้น 0.02% เมื่อเทียบกับเดือน ม.ค.2567 และเพิ่มขึ้น 0.43% เมื่อเทียบกับเดือน ก.พ.2566 เฉลี่ย 2 เดือน ปี 2567 (ม.ค.-ก.พ.) เพิ่มขึ้น 0.47%

นายพูนพงษ์กล่าวว่า แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือน มี.ค.2567 คาดว่าจะยังคงลดลงต่อเนื่อง และไตรมาสแรกปี 2567 เงินเฟ้อเฉลี่ยน่าจะอยู่ที่ลดลง 0.7-0.8% และเดือน เม.ย.2567 ก็จะยังลด โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการลดค่าครองชีพด้านพลังงาน ที่มีการตรึงราคาค่ากระแสไฟฟ้าที่ 3.99 บาทต่อหน่วย สำหรับครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน และที่ 4.18 บาทต่อหน่วย สำหรับครัวเรือนทั่วไป มาตรการตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร จนถึงวันที่ 19 เม.ย.2567 ฐานราคาที่สูงในปีก่อนหน้าของเนื้อสุกรและผักสด และเศรษฐกิจของไทยขยายตัวในระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง โดยจีดีพีไตรมาส 4 ขยายตัว 1.7% และทั้งปี 2566 ขยายตัว 1.9% แต่เงินเฟ้อจะเริ่มเป็นบวกในเดือน พ.ค.2567 เพราะฐานเดือน พ.ค.2567 อยู่ในระดับต่ำ และมาตรการช่วยค่าครองชีพ โดยเฉพาะน้ำมันจะสิ้นสุด 19 เม.ย.2567 และค่าไฟฟ้าสิ้นสุด 30 เม.ย.2567 ซึ่งต้องติดตามมาตรการรัฐต่อไป

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ได้แก่ สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่สำคัญปรับสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก เงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่า ส่งผลให้การนำเข้าสินค้ามีราคาสูงขึ้น สภาพอากาศที่มีความแปรปรวนในช่วงท้ายของปรากฏการณ์เอลนีโญ รวมทั้งการเข้าสู่ฤดูร้อน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนและปริมาณผลผลิตทางการเกษตร และการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยว ส่งผลให้อุปสงค์และราคาของสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับภาคการท่องเที่ยวปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาค่าโดยสารเครื่องบิน

อย่างไรก็ตาม สนค.ยังคงคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2567 อยู่ระหว่างลบ 0.3% ถึงเพิ่ม 1.7% ค่ากลาง 0.7% ซึ่งเป็นอัตราที่สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน และหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ จะมีการทบทวนอีกครั้ง

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์   ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีหมูและไข่ไก่ที่ล้นตลาดแต่ราคายังสูงอยู่ว่า สำหรับไข่ไก่ ตั้งแต่เราเข้ามาเป็นรัฐบาล ราคาลดลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะไข่เบอร์ 3 ซึ่งเป็นเบอร์มาตรฐาน จาก 4 บาทกว่า ตอนนี้เหลือ 3.80 บาท และคิดว่าจะลดลงไปเรื่อยๆ ไม่น่ามีปัญหาอะไร ข่าวที่ออกมาน่าจะเป็นการเสนอข่าวที่ไม่เป็นจริง ฉะนั้นขอให้ประชาชนสบายใจได้ ส่วนหมู ยอมรับว่าขณะนี้หมูล้นตลาดจริง ตอนนี้อยากรณรงค์ให้คนไทยกินหมูกันให้มากขึ้น แต่ปัญหาอยู่ที่ราคา ต้องสร้างสมดุลของราคาคือ ราคาหน้าฟาร์มกับราคาที่ผู้บริโภคสามารถซื้อได้ ตอนนี้พยายามคุยทั้งห้างสรรพสินค้า เจ้าของฟาร์ม และผู้บริโภค เพื่อให้เกิดความสมดุลมากที่สุด และเพื่อให้กลไกตลาดทำหน้าที่ต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง