ศาลฎีกาฯ ชั้นอุทธรณ์ พิพากษายืนจำคุกไม่รอลงอาญา 3 อดีต สส.ภูมิใจไทยเสียบบัตรแทนกัน ชี้การกระทำทำลายความไว้วางใจของ ปชช.และกลไกคุ้มครองความเป็นอิสระ เป็นเรื่องร้ายแรงกระทบต่อการปกครอง "ราชทัณฑ์" รับตัวส่งเข้าเรือนจำทันที
ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง วันที่ 11 มิ.ย. องค์คณะผู้พิพากษาวินิจฉัยอุทธรณ์ ศาลฎีกา อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อม.อธ.6/2566 คดีหมายเลขแดงที่ อม.อธ.3/2567 ระหว่างอัยการสูงสุด โจทก์ นายฉลอง เทอดวีระพงศ์, นายภูมิศิษฏ์ คงมี, นางนาที รัชกิจประการ จำเลยที่ 1-3
คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยทั้งสามดำรงตำแหน่ง สส. วันที่ 8-11 ม.ค. มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 จำเลยทั้งสามลงชื่อเข้าร่วมประชุม แต่จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 ไม่อยู่ในที่ประชุม โดยต่างได้ร่วมกับบุคคลใดไม่ปรากฏชัด ให้ผู้อื่นหรือยินยอมให้ผู้อื่นหรือกระทำการหรือไม่กระทำการอื่นใด เป็นผลให้ผู้อื่นใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของจำเลยทั้งสามแสดงตนและลงมติในการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบฯ พ.ศ.2563 แทนจำเลยทั้งสาม
ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ พิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 จำคุกคนละ 1 ปี องค์คณะผู้พิพากษามีมติเสียงข้างมากเห็นว่า ทางไต่สวนของจำเลยทั้งสามเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละหนึ่งในสี่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 9 เดือน พฤติการณ์แห่งคดีเป็นการกระทำโดยทุจริต ถือเป็นเรื่องร้ายแรง จึงไม่มีเหตุรอการลงโทษ ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 พ้นจากตำแหน่ง สส. นับแต่วันที่ 11 เม.ย.2565 ซึ่งเป็นวันหยุดปฏิบัติหน้าที่ และให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของจำเลยทั้งสามตลอดไป โดยไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือสมัครรับเลือกเป็น สส., สว. สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นตลอดไป และไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 81 วรรคหนึ่งและวรรคสอง
จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาขอให้ยกฟ้อง ระหว่างการพิจารณาขององค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์ จำเลยทั้งสามยื่นคำร้องขอสละประเด็นข้อต่อสู้ตามอุทธรณ์ทุกข้อ และขอให้การรับสารภาพในชั้นอุทธรณ์ กับขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษจำคุก
ในข้อที่ขอให้ลงโทษสถานเบานั้น องค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์เสียงข้างมาก เห็นว่า โทษจำคุกจำเลยทั้งสามคนละ 1 ปี ก่อนลดโทษให้นั้น เป็นการลงโทษในอัตราขั้นต่ำสุดตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขส่วนที่ขอให้รอการลงโทษนั้น
การที่จำเลยทั้งสามดำรงตำแหน่งสส. มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการเสนอและพิจารณาร่าง พ.ร.ป. ร่าง พ.ร.บ.ต่าง ๆ การควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน สมาชิกคนหนึ่งย่อมมีเสียงหนึ่งในการออกเสียงลงคะแนนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 120 วรรคสาม การออกเสียงลงคะแนนจะกระทำแทนกันมิได้ ดังนั้นการมอบบัตรอิเล็กทรอนิกส์ประจำตัวให้บุคคลอื่นนำไปใช้ออกเสียงลงคะแนนซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการปฏิบัติหน้าที่ของ สส. นอกจากจะเป็นการทำลายความไว้วางใจของประชาชนที่มีต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้นั้นแล้ว ยังเป็นการทำลายกลไกคุ้มครองความเป็นอิสระ ทำให้การแสดงเจตจำนงแทนประชาชนถูกควบคุมหรือบิดเบือนโดยบุคคลซึ่งหวังประโยชน์อย่างอื่นที่ไม่เป็นไปตามครรลองของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ทั้งร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ถือเป็นกฎหมายสำคัญที่จะให้รัฐบาลนำเงินของแผ่นดินไปใช้ในการบริหารราชการแผ่นดิน
พฤติการณ์แห่งการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสามในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทย เป็นการกระทำที่ไม่ชื่อสัตย์ต่อหน้าที่ ทำให้ประโยชน์ส่วนรวมได้รับความเสียหาย ไม่เป็นการปฏิบัติตามหน้าที่และคำปฏิญาณที่ให้ไว้ และไม่เคารพยำเกรงต่อกฎหมาย ถือเป็นเรื่องร้ายแรงกระทบต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย การไม่รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยทั้งสามก็เพื่อให้จำเลยทั้งสามหลาบจำ เป็นการป้องปรามไม่ให้ผู้อื่นเอาเป็นเยี่ยงอย่างกระทำความผิดเช่นนี้อีก แม้ต่อมาจำเลยทั้งสามรู้สำนึกในการกระทำความผิดโดยให้การรับสารภาพและไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน ทั้งได้กระทำคุณความดีต่อสังคมตามที่จำเลยทั้งสามอ้าง ก็ยังไม่มีเหตุเพียงพอที่จะรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยทั้งสาม อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้จำเลยทั้งสามเดินทางมาฟังคำพิพากษาตามนัด ต่อมาเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำตัวนายฉลองและนายภูมิศิษฏ์ไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ส่วนนางนาที ซึ่งเป็นภรรยานายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน ถูกนำตัวไปคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงกลางต่อไป
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงการตัดสินจำคุก 3 อดีต สส.ภูมิใจไทยว่า เป็นข้อที่พิสูจน์ให้เห็นว่าทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ชงคตง.สอบเรือฟริเกต ทร.ยันโปร่งใสยึดกติกา
"พล.อ.อ.มานัต" ติดใจผลคัดเลือก "เรือฟริเกต" ยื่นหนังสือ คตง.-ทูตเกาหลีใต้ตรวจสอบ ยันไม่มีอะไรผิดปกติ
นายกฯเปิดGastechชู3แนวทาง
นายกฯ เปิดห้องทำงานคุย "โทนี แบลร์" อดีตนายกฯ อังกฤษ ถกเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่ บอกธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์เปิดช่องไทยมีฐานข้อมูล ดึงประสบการณ์ TBI
เงินกู้เหลือ4หมื่นล. จ่อเคาะไทยพลัส2
"ภราดร" เผยให้ "คลัง" เคาะต่ออายุ "ไทยช่วยไทย พลัส" เฟส 2 หลังนายกฯ ไฟเขียวในหลักการ ยันมีงบฯ พ.ร.ก.กู้เงินเหลือ 4-5 หมื่นล้าน
ปล่อยผี‘ภูมิใจไทย’ กกต.ส่งฟ้อง77คนสว.26ไร้บิ๊กการเมืองอ้างไม่มีหลักฐานมัด
ปิดฉากคดีฮั้ว สว.ชั้น กกต. เสียงข้างมากชงส่งฟ้องศาลฎีกาเอาผิด 77 คนจาก 427 คน
พาเหรดจี้‘รัฐ’ ใช้กม.คุมเข้ม ชาวยิวในไทย
อบต.เสม็ดใต้เผยมีแค่รายเดียวมาติดต่อร่างที่ฝังอยู่ในสุสานยิว “สว.” จี้รัฐเร่งจัดการปัญหาก่อนลามใหญ่ “นิด้าโพล” เผยคนส่วนใหญ่รับรู้ความกร่างของชาวอิสราเอล เสนอ รบ.ใช้กฎหมายให้เข้มงวด
คลังวางไทม์ไลน์3เดือน ต่ออายุเกษียณบิ๊ก‘รสก.’
“คลัง” จ่อแก้กฎหมายขยับเพดานอายุบอร์ดรัฐวิสาหกิจ ขยายอายุจาก 65 ปีเป็น 70 ปี ส่วนซีอีโอ-เอ็มดีจ่อขยับจาก 60 เป็น 65 ปี อ้างเอกชน ดึงผู้มีความรู้-ประสบการณ์ คาด 3 เดือนชง ครม.พิจารณาได้

