ชง‘คางดำ’วาระแห่งชาติ

"ธรรมนัส" โยนรัฐบาลยก "ปลาหมอคางดำ" อาละวาดเป็นวาระแห่งชาติ มัดมือ "นายกฯ" คุมหัวโต๊ะ คกก.เร่งสางปัญหา พร้อมรับข้อเสนอสมาคมประมงสกัดลามระบาด ขณะที่ "ก้าวไกล" ตามจี้ประกาศเขตภัยพิบัติ 16 จังหวัด ฟาดหนัก "เศรษฐา" เจียดงบประมาณให้เท่ากำจัดปลวกสางปัญหาใหญ่ อัดอย่ามัวแต่กั๊กงบกลางไว้ถลุงดิจิทัลวอลเล็ตเพียงอย่างเดียว จับตาสัปดาห์หน้าเปิดเมนูเด็ด ครม.เสิร์ฟเอเลี่ยนสปีชีส์

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ที่สมาคมการประมงสมุทรสาคร  จ.สมุทรสาคร ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ ประชุมหารือร่วมกับผู้แทนสมาคมการประมง 16 จังหวัด ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ โดยมีนายมงคล สุขเจริญคณา ประธานสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์  สส.กรุงเทพฯ พรรคก้าวไกล ในฐานะรองประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาสาเหตุและแนวทางการแก้ไขปัญหา รวมถึงผลกระทบจากการนำเข้าปลาหมอคางดำ และตัวแทน สส.จากพรรคก้าวไกล จังหวัดสมุทรสาคร เข้าร่วมพูดคุยด้วย 

โดย ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำเป็นวาระแห่งชาติ ที่ปล่อยให้มีสิ่งทำลายสัตว์น้ำ ทำให้เกิดปัญหาแก่ชาวประมง ด้านนายกรัฐมนตรีจึงได้กำชับกระทรวงเกษตรฯ เรื่องของการปราบและการแก้ปัญหาปลาหมอคางดำ ไม่ใช่เพิ่งเริ่มทำ แต่ทำมาตั้งแต่สมัยที่ตนเป็นรัฐมนตรีใหม่ๆ แต่มาตรการอาจจะไม่ได้ผลตามที่คาดไว้ด้วยหลายปัจจัย เพราะปลาหมอคางดำแพร่ระบาดไว เป็นปลาที่มีความอดทนสูง อยู่ได้ทั้งน้ำเค็ม น้ำกร่อย น้ำจืด และโคลน ซึ่งถือเป็นเรื่องวิกฤต

"ขณะนี้เราประกาศจับตายปลาหมอคางดำ ซึ่งมีบุคคลหัวใสซื้อปลาหมอในราคาที่ถูกเพื่อนำมาขายต่อ ขออย่าทำแบบนั้นเด็ดขาด เบื้องต้นมอบหมายให้ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ประชุมกับผู้บริหารภายในกรมประมง ห้ามให้พี่น้องประชาชนเพาะเพื่อขาย" ร.อ.ธรรมนัสระบุ

เมื่อถามถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึง 5 มาตรการแก้ปัญหาปลาหมอคางดำจะได้ผลหรือไม่นั้น ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ทุกอย่างต้องหาทางออกร่วมกัน พร้อมกับระมัดระวังถึงผลกระทบ เช่น การเกิดสายพันธุ์เอเลี่ยนจะมีวิธีแก้ไขอย่างไร ทั้งนี้ได้ให้ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ตั้งคณะกรรมการสอบสวนถึงที่มาที่ไปของการแพร่ระบาด โดยเมื่อได้ข้อสรุปจะมีการนำเสนอต่อไป เพราะเป็นเรื่องหมิ่นเหม่ที่จะถูกฟ้องร้องได้

  ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนเพาะเลี้ยงปลาหมอคางดำจะถูกดำเนินคดีตามมาตรา 144 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 ตามประกาศกรมประมง เรื่อง ประชาสัมพันธ์ห้ามเพาะเลี้ยงปลาหมอคางดำ ลงวันที่ 19  กรกฎาคม 2567 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากนำไปปล่อยในที่จับสัตว์น้ำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อย่ากั๊กงบฯ อุ้มดิจิทัล

ด้านนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.กรุงเทพฯ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ต้องประกาศเขตภัยพิบัติทั้ง 16 จังหวัด  ยกตัวอย่างในเขตบางขุนเทียนมีการระบาดมากกว่า 800 บ่อแล้ว รัฐบาลต้องช่วยเหลือเยียวยาเพื่อไม่ให้เขาเปลี่ยนอาชีพ เพื่อไม่ให้เกษตรกรต้องแบกรับภาระในการลงทุนใหม่  โดยสิ่งที่กังวลคือ งบประมาณ 50 ล้านบาทจากการยางแห่งประเทศไทย ในการรับซื้อปลาหมอคางดำ โดยจังหวัดสมุทรสาครตั้งเป้าไว้ว่าจะรับซื้อ 2 แสนกิโลกรัมภายในสองเดือน เท่ากับว่างบประมาณในการรับซื้อใช้ได้เพียงจังหวัดหรือสองจังหวัดก็หมดแล้ว

นายณัฐชาระบุว่า นายกรัฐมนตรีบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ต้องแก้ไขปัญหา แต่ให้งบประมาณเท่ากับงบกำจัดปลวกของกระทรวง ขออนุญาตท่านรัฐมนตรีพูดอย่างตรงไปตรงมาเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตให้ได้ ได้เพียงพูดและวางแผน แต่ไปไม่ถึง การรับซื้อปลาหมอคางดำจากชาวบ้านนั้น  ลำพังงบประมาณ 50 ล้านบาท กยท.ไม่น่าเพียงพอเยียวยาได้ครบทุกจังหวัด ประกาศไปพล่อยๆ ทั้งๆ ที่ยังไม่รู้จะนำงบฯ ที่ไหนมาใส่ระบบ

"จึงควรเร่งจัดสรรงบกลางมาอุดรอยรั่วในส่วนนี้ ไม่ใช่แต่จะกั๊กงบกลางเอาไว้ถลุงใส่เรือธงดิจิทัลวอลเล็ตเพียงอย่างเดียว ตอนนี้เกษตรกรลำบากจะแย่อยู่แล้ว นายเศรษฐาต้องจริงใจกว่านี้ และนี่คือหนึ่งภาพสะท้อนที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และพรรค ก.ก.เคยเตือนมาตลอด แต่รัฐบาลไม่ยอมฟังว่าควรจะกันงบกลางไว้ใช้ในยามฉุกเฉินเฉพาะหน้าด้วย ไม่งั้นคนที่ตกที่นั่งลำบากคือชาวบ้านตาดำๆ" นายณัฐชาระบุ

เข้าครม.วาระแห่งชาติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ได้รับข้อเสนอจากสมาคมใน 9 มาตรการ อาทิ การกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ การผ่อนผันเครื่องมือประมงพื้นบ้านที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพในการใช้จับปลาหมอคางดำ การจัดสรรงบประมาณเร่งด่วนสนับสนุนการกำจัดปลาหมอคางดำให้ชาวประมง และการตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจในแต่ละจังหวัด เป็นต้น ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบทั้ง 9 มาตรการ และได้มอบหมายกรมประมงนำไปเป็นแนวทางในการปฏิบัติ โดยได้มอบหมายนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในการขับเคลื่อนมาตรการต่างๆ พร้อมนำเสนอเข้า ครม.เพื่อเสนอเป็นวาระแห่งชาติต่อไป

อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมประมงได้มีการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาดังกล่าวเป็นการเร่งด่วนผ่าน 5 มาตรการสำคัญ คือ 1.การควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำทุกแห่งที่พบการแพร่ระบาด 2.การกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยการปล่อยปลาผู้ล่าอย่างต่อเนื่อง 3.การนำปลาหมอคางดำที่กำจัดได้ไปใช้ประโยชน์ 4.การสำรวจและเฝ้าระวังการแพร่กระจายปลาหมอคางดำในพื้นที่เขตกันชน และ 5.การสร้างความรู้ ความตระหนัก และการมีส่วนร่วมในการกำจัดปลาหมอคางดำ

รับซื้อพื้นที่ระบาด

นอกจากนี้ ยังบูรณาการร่วมกับกรมพัฒนาที่ดิน ในการนำปลาหมอคางดำที่จับได้ไปผลิตเป็นน้ำหมักชีวภาพ และประสานความร่วมมือกับการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ในการสนับสนุนงบประมาณเพื่อจัดตั้งจุดรับซื้อปลาหมอคางดำในพื้นที่ระบาดทุกแห่ง ซึ่งขณะนี้กรมประมงได้รวบรวมแพปลาที่ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการด้านการประมง (ทบ.2) กับกรมประมง ในพื้นที่ที่มีการระบาด 14 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี  ระยอง ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และสงขลา รวมทั้งสิ้น 49 จุด โดยการันตีราคารับซื้อที่กิโลกรัมละ 15 บาท ก่อนรวบรวมปลาหมอคางดำไปให้สถานีพัฒนาที่ดินแต่ละพื้นที่ผลิตเป็นน้ำหมักชีวภาพ เพื่อส่งมอบให้ กยท.นำไปแจกจ่ายเกษตรกรในโครงการแปลงใหญ่ เพื่อนำไปใช้ในพื้นที่สวนยางกว่า 200,000 ไร่ โดยจะเริ่มเปิดจุดรับซื้อปลาหมอคางดำทั้งหมดตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมนี้เป็นต้นไป

ทั้งนี้ จังหวัดสมุทรสาครเป็นจังหวัดที่มีรายงานการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำเป็นที่แรกและมากที่สุด กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมประมงจึงได้มีการนำร่องจัดตั้งจุดรับซื้อขึ้นทั้งหมด 5 จุด

ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัสให้สัมภาษณ์หลังจากประชุมร่วมกับหน่วยงานซึ่งใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมงว่า ที่ประชุมได้กำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาระยะเร่งด่วน โดยเบื้องต้นจะเสนอรัฐบาลให้กำหนดเป็นวาระแห่งชาติ ตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ

 “มีนายกฯ เป็นประธาน โดยที่ผมและ รมช.เป็นรองประธาน คณะกรรมการจะประกอบด้วยเจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรฯ มหาดไทย และกลาโหม ร่วมกับภาคเอกชนและ ภาคประชาชน เพื่อจะออกประกาศสำคัญมอบให้คณะประมงแต่ละจังหวัดนำไปขับเคลื่อน ทั้งเรื่องเรือและอุปกรณ์ในการล่าที่แต่ละจังหวัดต้องการ” ร.อ.ธรรมนัสระบุ

ร.อ.ธรรมนัสระบุว่า มาตรการรับซื้อนั้น กยท.ประสานกับประมงแต่ละจังหวัดตั้งจุดรับซื้อใน กก.ละ 15 บาท และมีค่าดำเนินการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีก กก.ละ 5 บาท เท่ากับ กยท.จะใช้ 20 บาทต่อ กก.ในการแก้ไขปัญหาตรงนี้ ส่วนงบฯ แก้ไขปัญหาจะเพียงพอหรือไม่นั้น ก็มีการเสนอในที่ประชุมว่า เมื่อประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติแล้ว รัฐบาลควรพิจารณาประกาศเป็นเขตภัยพิบัติหรือไม่ เพื่อที่จะได้เยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง

เสิร์ฟเอเลี่ยนสปีชีส์ ครม.

 “โดยเบื้องต้นได้สั่งการให้ประมงจังหวัดไปหาข้อมูล  และอธิบดีกรมประมงจะประสานไปยังกรมบัญชีกลางเพื่อหารือว่า สามารถทำได้หรือไม่ในเรื่องของงบประมาณการเยียวยา มีกฎหมายรองรับหรือไม่ ส่วนนักล่าปลาหมอคางดำ ก็จะให้มีการขึ้นทะเบียนให้เรียบร้อยเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน เป็นไปตามกรอบระเบียบ โดยได้มอบหมายให้ รมช.เกษตรฯ รับผิดชอบในเรื่องนี้ พรุ่งนี้จะมีการนำเสนอรายงานการแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำในที่ประชุม ครม.อีกด้วย”  ร.อ.ธรรมนัสระบุ

รมว.เกษตรฯ กล่าวอีกว่า เราควรมีการถอดบทเรียนจากประเทศที่เคยมีการแพร่ระบาด อย่างสหรัฐอเมริกาที่ใช้สารเคมี แต่บ้านเราทำไม่ได้ หรือการใช้ไฟฟ้าก็ต้องมาคุยในรายละเอียดกัน เพราะบ้านเราเป็นเรื่องละเอียดอ่อน รวมถึงกรณีเรื่องเขตอภัยทาน ซึ่งจะให้กรมประมงประกาศที่จะสามารถล่าได้ทุกที่

ร.อ.ธรรมนัสระบุด้วยว่า ยืนยันจะเดินหน้าปล่อยปลากะพงขาวให้เป็นปลานักล่าต่อไป แม้ว่าจะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ส่วนการชอร์ตไฟฟ้าขอให้เป็นทางเลือกสุดท้าย

โดยก่อนขึ้นรถกลับ ร.อ.ธรรมนัสระบุด้วยว่า ตนเตรียมที่จะพูดคุยกับเชฟชุมพล แจ้งไพร เพื่อผลักดันปลาหมอคางดำให้เป็นเมนูปลาร้า ซอฟต์พาวเวอร์คนอีสาน เพื่อสร้างมูลค่า และมีแนวคิดที่จะนำเมนูที่ทำจากปลาหมอคางดำ ไปให้ที่ประชุม ครม.ได้ลิ้มลองรสชาติ ซึ่งคาดว่าจะเป็นประมาณสัปดาห์หน้า.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯเปิดGastechชู3แนวทาง

นายกฯ เปิดห้องทำงานคุย "โทนี แบลร์" อดีตนายกฯ อังกฤษ ถกเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่ บอกธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์เปิดช่องไทยมีฐานข้อมูล ดึงประสบการณ์ TBI

พาเหรดจี้‘รัฐ’ ใช้กม.คุมเข้ม ชาวยิวในไทย

อบต.เสม็ดใต้เผยมีแค่รายเดียวมาติดต่อร่างที่ฝังอยู่ในสุสานยิว “สว.” จี้รัฐเร่งจัดการปัญหาก่อนลามใหญ่ “นิด้าโพล” เผยคนส่วนใหญ่รับรู้ความกร่างของชาวอิสราเอล เสนอ รบ.ใช้กฎหมายให้เข้มงวด

คลังวางไทม์ไลน์3เดือน ต่ออายุเกษียณบิ๊ก‘รสก.’

“คลัง” จ่อแก้กฎหมายขยับเพดานอายุบอร์ดรัฐวิสาหกิจ ขยายอายุจาก 65 ปีเป็น 70 ปี ส่วนซีอีโอ-เอ็มดีจ่อขยับจาก 60 เป็น 65 ปี   อ้างเอกชน ดึงผู้มีความรู้-ประสบการณ์ คาด 3 เดือนชง ครม.พิจารณาได้