กมธ.สาธารณสุขรุมสับ "ประกันสังคม" ได้งบประมาณมากกว่ารายจ่ายต่อหัวของ "สปสช." กว่า 500 บาท แต่สิทธิประโยชน์ต่ำกว่า "บัตรทอง" จี้โอนให้ สปสช.ดูแลระบบประกันสุขภาพทั้งหมด "สส.ปชน." บี้ขอเอกสารย้อนหลัง 23 ปี ขณะ สปส.แจงสิทธิประโยชน์ไม่น้อยกว่า ยันเจ็บป่วยฉุกเฉินรักษาสถานพยาบาลใกล้เคียงได้ ไม่ต้องวางเงินสำรอง
ที่รัฐสภา วันที่ 6 มีนาคม ในการประชุมคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นพ.ทศพร เสรีรักษ์ เป็นประธาน วาระเพื่อพิจารณาศึกษาสิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาลของผู้ประกันตน ซึ่งได้เชิญผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงสาธารณสุข, สำนักงานประกันสังคม (สปส.), สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และตัวแทนจากภาคประชาสังคม
โดยกรรมาธิการส่วนใหญ่ตั้งคำถามถึงสิทธิการรักษาของผู้ประกันตน ที่ได้รับสิทธิน้อยกว่าสิทธิบัตรทอง ทั้งที่ผู้ประกันตนต้องจ่ายเข้ากองทุนเอง ในขณะที่บัตรทองใช้งบประมาณของรัฐที่มาจากภาษีของประชาชน
ด้านนางวราภรณ์ สุวรรณเวลา รองเลขาธิการ สปสช. ชี้แจงว่า ทั้ง 2 สำนักงานถือกฎหมายคนละฉบับ แต่สิทธิการรักษาพยาบาลส่วนใหญ่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน มีเพียงรายละเอียดปีกย่อยที่ต่างกัน อาทิ การรักษาโรคมะเร็ง ที่ผู้ประกันตนจะสามารถใช้สิทธิได้แค่โรงพยาบาลคู่สัญญาเท่านั้น ซึ่งการรักษาพยาบาลบางอย่าง สปส.ยังต้องจ่ายเพิ่มให้ด้วย
น.ส.กัลยพัชร รจิตโรจน์ กรรมาธิการฯ ตั้งคำถามถึงวงเงินค่ารักษาฟัน 900 บาทต่อปี รวมถึงการรักษาฉุกเฉินผู้ประกันตนต้องสำรองจ่ายก่อน 1 หมื่นบาทจริงหรือไม่ และการรักษาอาการ 23 กลุ่มโรคที่มีการเหมาจ่าย ผู้ประกันตนต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลเองถ้ามีค่าใช้จ่ายสูงใช่หรือไม่
นางชณิการ์ โกวะประดิษฐ์ ผอ.สำนักจัดระบบบริการทางการแพทย์ สปส. ชี้แจงว่า การรักษาฟัน ในคลินิกทันตกรรมมีทั้งแบบสำรองจ่ายหรือการเข้ารับการรักษาในคลินิกที่อยู่ในข้อตกลง จะไม่ต้องสำรองจ่าย ซึ่งหากเป็นการอุดฟัน ถอนฟัน ขูดหินปูน มีวงเงิน 900 บาทต่อปี แต่ถ้าเป็นการรักษาอื่นๆ จะต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลตามสิทธิประกันสังคม
ส่วนการรักษากรณีฉุกเฉิน จะต้องใช้โรงพยาบาลตามสิทธิและสถานพยาบาลตามสิทธิใกล้ที่เกิดเหตุ โรงพยาบาลจะเป็นผู้ทำเรื่องเบิกค่ารักษาพยาบาลกับ สปส.โดยตรงได้ ย้ำว่าไม่ต้องวางเงินก่อนเข้ารับการรักษา แต่น่าจะเป็นปัญหาด้านการสื่อสารระหว่างผู้ประกันตนกับสถานพยาบาล ซึ่งหากเจอปัญหาด้านการรักษาพยาบาล สามารถติดต่อมายังสำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศไทยได้โดยตรง จะมีเจ้าหน้าที่ไปดูแล และถ้าเข้าโรงพยาบาลรัฐ ก็จะเบิกค่ารักษาตามบิลตามความจำเป็น ส่วนรักษาโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง ยืนยันว่า สปส.เป็นผู้ที่จ่ายโดยโรงพยาบาลจะเป็นผู้ทำเรื่องเบิกแทน
นายเฉลิมชัย กุลาเลิศ กรรมาธิการฯ ตั้งคำถามถึงงบประมาณในส่วนของรายจ่ายรายหัว สปสช. 3,856 บาทต่อปี ขณะที่บริการทางการแพทย์ของ สปส.อยู่ที่ 4,394 บาทต่อปี ต่างกันประมาณ 500 บาท แต่สิทธิการรักษาพยาบาลของบัตรทองเหมือนจะมากกว่าของผู้ประกันตน ทั้งที่ผู้ประกันตนส่วนใหญ่เป็นผู้ใช้แรงงาน อายุตั้งแต่ 20-60 ปี ขณะที่บัตรทองส่วนใหญ่จะเป็นเด็กเล็กและผู้สูงอายุ ที่มีโอกาสป่วยโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูงมากกว่า แต่กลับมีรายจ่ายน้อยกว่าผู้ประกันตนอย่างมีนัยสำคัญ จึงสงสัยว่ามีปัญหาในการเบิกจ่ายงบประมาณหรือไม่ ซึ่งหากยังมีปัญหาเช่นนี้ ควรโอนให้ สปสช.ดูแลเรื่องระบบสุขภาพดีกว่าหรือไม่
นายอลงกต มณีกาศ กรรมาธิการฯ ได้ตั้งคำถามถึงสิทธิรักษาพยาบาลของประกันสังคมว่า เหตุใดสิทธิการรักษาทุกวันนี้ถึงด้อยกว่าสิทธิบัตรทอง หรือเพราะทุกวันนี้ สปส.ยังไม่ปรับตัว ประกันสังคมตามไม่ทัน เหมือนหยุดนิ่งอยู่กับที่ ซึ่งผู้ประกันตนที่เสียเงินทุกเดือนควรจะได้รับบริการที่ดีกว่านี้ ให้ดีกว่าบัตรทอง
สำนักจัดระบบบริการทางการแพทย์ สปส. ยืนยันว่า 1 ปีที่ผ่านมา พยายามเพิ่มสิทธิการรักษาและการบริการให้กับผู้ประกันตนเพิ่มขึ้น เช่น การเข้าถึงการรักษาโรคสำคัญ 5 โรค ภายใน 15 วัน ซึ่ง สปส.พยายามเพิ่มสิทธิการบริการให้กับผู้ประกันตนในทุกปี และทั้ง 2 สำนักงานก็ทำงานร่วมกันมาโดยตลอด
น.ส.สิริลภัส กองตระการ สส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะกรรมาธิการฯ ได้ตั้งคำถามถึง พ.ร.บ.สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 ที่มาตรา 66 ระบุว่า ต้องประชุมภายใน 1 ปี หากไม่แล้วเสร็จสามารถขยายได้ ซึ่งหากขยายแล้ว ต้องให้ สปส.หรือ สปสช.เป็นผู้ชี้แจง ว่าเหตุผลการขยายเป็นอย่างไร ดังนั้นตั้งแต่ปี 2545 ก็ยังไม่มีการชี้แจงถึงเหตุผลขยายระยะเวลา ที่จะพิจารณาของเขตสิทธิการเข้ารับบริการทางด้านสาธารณสุข ซึ่งปัจจุบันควรมีความชัดเจนเรื่องของสิทธิได้แล้ว จึงอยากขอเอกสาร 23 ปีย้อนหลังในการบันทึกการประชุม เพราะหากไม่มีให้ แสดงว่าไม่มีการประชุมเลย รวมถึงการควบรวม 3 กองทุนที่กำลังเป็นข่าว แต่ทาง สปสช.ได้ออกมาชี้แจงว่ายังไม่มีความพร้อม ต้องศึกษาก่อน ตนจึงอยากทราบกรอบระยะเวลา จะศึกษานานเท่าใด
พร้อมตั้งคำถามถึงสิทธิการรักษาฟัน 900 บาทต่อปี ขณะที่การรักษาต่อครั้งอยู่ที่ 700-1,200 บาท แต่ทันตแพทย์มีคำแนะนำว่า คนเราควรต้องเข้าคลินิก ดูแลฟันอย่างน้อย 4 ครั้งต่อปี เช่น ขูดหินปูน เพราะฉะนั้น 900 บาทไม่ครอบคลุม แต่หากเป็นสิทธิบัตรทอง สามารถใช้สิทธิรักษาเรื่อยๆ ส่วนเรื่องคู่สาย สปส. ที่มีอยู่ 400 คู่สาย แต่ผู้ประกันตนมีประมาณ 24 ล้านคน มองว่าอาจจะไม่เพียงพอต่อการรับฟังปัญหา จะแก้ไขปัญหาอย่างไร.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘สมเด็จเจ้าฟ้าฯ’ ทรงบำเพ็ญกุศล พระศพ‘องค์ภา’
กรมพระศรีสวางควัฒนฯ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพ "เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ"
ไทยตอบรับเข้าUNCLOS
"กต." แจงไทยส่งหนังสือแจ้งเข้าร่วมกระบวนการ UNCLOS มอบ "สีหศักดิ์" นำทัพตัวแทนหลัก พร้อมผนึก 2
ผุด‘ครม.เศรษฐกิจพลัส’ คนจนตกหล่น5ล้านราย
นายกฯ ถก กรอ.นัดแรก ยกเป็น “ครม.เศรษฐกิจพลัส” หวังกลั่นกรองเรื่อง ศก.ก่อนชงเข้า ครม.
ม็อบบุกทำเนียบ ค้าน‘พ.ร.บ.SEC’ ชี้แลนด์บริดจ์เจ๊ง
เครือข่าย SEC Watch-ภาคประชาชนภาคใต้ ปักหลักชุมนุมหน้าทำเนียบฯ เรียกร้องนายกฯ 3 ข้อ
สอน‘เท้ง’อย่าล่มเรือแก้รธน.
"นิกร" สอน "เท้ง" เป็นผู้นำฝ่ายค้านต้องรับผิดชอบความหวัง ปชช. อย่าล่มเรือแก้ รธน. เป็นกัปตันที่ดีต้องดูแลลูกเรือตัวเอง
ไม่เคยคิดเรื่องชั่วๆ ‘อนุทิน’โต้‘ปชน.’โยงDSIแกล้ง‘ภาวุธ’/จ่อชงForexคดีพิเศษ
"อนุทิน" ควันออกหู ลั่น! ไม่เคยคิดเรื่องชั่วๆ หลังพรรคส้มโยง

