ทีมคลังเร่งถก หาที่มาทุนเทา คลายบาทแข็ง

"วรภัค" ฟุ้งคุยสมาคมแบงก์ฉลุย ชง  4 นโยบายเร่งด่วน พร้อม 4 มาตรการเสริมแก้พิษเครื่องยนต์เศรษฐกิจไทยโตติดขัด "ปลัดคลัง" แจงสัปดาห์นี้ประชุมนัดแรกทีมสาวปมทุนปริศนาไหลเข้าไทย เร่งหาความชัดเจนแหล่งที่มา คลายข้อสงสัยสังคม เชื่อช่วยลดแรงกดดันบาทแข็งโป๊กได้

เมื่อวันที่ 23 กันยายน นายวรภัค ธันยาวงษ์  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ภายหลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ  เยือนสมาคมธนาคารไทย เมื่อวันที่ 22 ก.ย.68 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 58 ปี โดยระบุว่า ส่วนใหญ่เป็นการรับฟังข้อมูล ปัญหา และคำแนะนำต่างๆ จากสมาคมธนาคารไทย ซึ่งถือว่าเป็นเสาหลักทางเศรษฐกิจอีกแห่งหนึ่ง ที่สามารถสะท้อนภาพความเป็นจริงของเศรษฐกิจไทย เพราะธนาคารไทยสัมผัสกับลูกค้าแทบจะทุกกลุ่มได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ สมาคมธนาคารไทยยังได้ฉายภาพเศรษฐกิจว่า ไทยกำลังเจอปัญหาหลายด้านพุ่งชนกันพอดี ได้แก่ โครงสร้างเดิมที่เปราะบาง  เศรษฐกิจนอกระบบยังใหญ่โตถึง 48% ของจีดีพี เกินกว่าหลายประเทศในเอเชีย ทำให้การจัดเก็บภาษีไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ความเหลื่อมล้ำสูง และค่าเงินบาทถูกโยกด้วยธุรกรรมทอง คริปโตเคอร์เรนซี หนี้ครัวเรือนก็สูงลิ่วกว่า 100% ต่อจีดีพี รวมทั้งในและนอกระบบ ขณะที่ความสามารถในการแข่งขันที่ลดลง โดยไทยเสมือน ‘เครื่องยนต์ติดขัด’ คาดจีดีพีโตเฉลี่ยแค่ 2.1% ใน 5 ปีข้างหน้า ต่ำสุดในอาเซียน ขณะที่การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ไหลเข้าน้อย เงินทุนไทยกลับไหลออกไปลงทุนต่างประเทศแทน

อย่างไรก็ดี ข้อเสนอของสมาคมธนาคารไทย สรุปเป็นนโยบายเร่งด่วน 4+4 คือ 4 ประเด็นหลัก  และ 4 มาตรการเสริม ประกอบด้วย 1.ดึงเศรษฐกิจนอกระบบเข้าสู่ระบบ 2.แก้หนี้ครัวเรือนด้วย AMC และ National Credit Score 3.เพิ่มรายได้ครัวเรือน ผ่านการอัปสกิลและค่าตอบแทน  4.กระตุ้นการลงทุนในประเทศ ดึง FDI และหนุน local content บวกกับ 4 มาตรการเสริม ประกอบด้วย ใช้ PromptBiz, ปรับบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) และเครื่องมือช่วยเอสเอ็มอี

 “ข้อเสนอของสมาคมธนาคารไทยครั้งนี้ไม่ใช่เพียงรายงานเชิงเทคนิค แต่คือสัญญาณเตือนว่าเศรษฐกิจไทยกำลังถูกล้อมด้วยความเสี่ยงรอบด้าน หากรัฐบาลกล้าลงมือจริงตามแนวทางเหล่านี้  ประเทศไทยยังมีโอกาสสร้างรอบใหม่ของการเติบโตและก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลางได้ ซึ่งข้อแนะนำบางอย่างนายกรัฐมนตรีก็มีแนวทางสั่งการให้รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจได้เตรียมนโยบายไว้อยู่แล้ว อาทิ การแก้หนี้ภาคครัวเรือน การเสริมสร้างสภาพคล่องธุรกิจเอสเอ็มอี การกระตุ้นเศรษฐกิจแบบทำสั้นแต่ได้ยาว การอำนวยความสะดวกและดึงดูดการลงทุนระยะยาวในอุตสาหกรรมเป้าหมายจากต่างประเทศ เป็นต้น”  รมช.การคลังระบุ

ทางด้านนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าการติดตามการเชื่อมโยงข้อมูลเงินทุนที่ไหลเข้ามาจำนวนมาก และมีการตั้งข้อสังเกตว่าเกี่ยวข้องกับเงินสีเทาหรือไม่ ว่า ภายในสัปดาห์นี้คณะทำงานซึ่งประกอบด้วย  สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.), ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.), สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รวมถึงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  (ตลท.) จะมีการประชุมนัดแรก เพื่อหารือถึงแนวทางการดำเนินการเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวอย่างเป็นทางการ ซึ่งหลังจากนั้นจะมีการวางแนวทางการดำเนินการให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น โดยคณะทำงานจะต้องดำเนินการเพื่อหาข้อสรุปโดยเร็วและดีที่สุด

 “วันนี้ยังไม่มีใครรู้ว่าเงินที่เข้ามาตรงนี้คืออะไร ดังนั้นก็ต้องไปหากระบวนการเพื่อให้รู้ก่อนว่าเงินตรงนี้คืออะไร เพื่อที่จะได้วางแนวทางในการแก้ปัญหากันต่อไป ผู้ที่เกี่ยวข้องในส่วนของเงินเข้าและออกจะได้มีการพูดคุยกันอย่างเป็นทางการว่ามีเรื่องไหนที่เกี่ยวข้องกันอย่างไรบ้าง ผมว่าต้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้เจอกันก่อน เพื่อจะได้หาวิธีการในการรู้ว่าเงินตรงนี้คืออะไร” ปลัดกระทรวงการคลังระบุ

ทั้งนี้ เชื่อว่าหากมีข้อสรุปที่ชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับเงินทุนที่ไหลเข้ามานี้ จะเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยลดแรงกดดันเกี่ยวกับเงินบาทที่แข็งค่าอยู่ในขณะนี้ได้บ้าง ส่วนหนึ่งเพราะจะทำให้สังคมหายคลางแคลงใจ สบายใจว่ามีข้อสรุปที่ชัดเจนแล้วว่าเงินทุนที่ไหลเข้ามานี้เป็นเงินสีดำ สีขาว หรือสีเทาอย่างไร ยืนยันว่าต้องรู้ตรงนี้ให้ชัดเจนก่อน และมั่นใจว่าน่าจะหาต้นตอหรือแหล่งที่มาของเงินนี้เจอแน่นอน ซึ่งอาจจะเป็นของใครสักคน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สงครามพาทรัมป์แพ้ยับ

เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ รีพับลิกันพ่ายหมดรูป เดโมแครตกวาดที่นั่งทั้งในสภาสูงและสภาล่าง เข้าสู่ยุคความยากลำบากของรัฐบาลสหรัฐ "ทรัมป์" ขู่จะใช้อำนาจวีโตแหลก!

ปธ.ใช้อำนาจมิชอบ จ่อยื่นฟันคุกคามฝ่ายค้าน อนุทินปลุกการเมืองนํ้าดี

“นายกฯ” ปลุกกระแส "Reinvent  การเมืองไทย" ชี้การเมืองดีต้องยึดผลประโยชน์ชาติเป็นหลัก ยัน รบ.เปิดกว้างให้วิจารณ์บนฐานข้อเท็จจริง

'สฤณี' ขออภัย 'วรภัคและภริยา' แพร่ข้อความเอี่ยวเครือข่ายอาชญากรรม พร้อมลบโพสต์

'สฤณี' ขออภัย 'วรภัค ธันยาวงษ์ และภริยา'จากการเผยแพร่ข้อความสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงทำให้สาธารณชนเข้าใจผิดว่าเกี่ยวข้องกับเครือข่ายอาชญากรรม รับสินบนผ่านภริยาในรูปแบบคริปโทเคอร์เรนซี พร้อมลบโพสต์ทั้งหมด

สัญจรเอาใจอีสาน3.5หมื่นล.

"อนุทิน" นำ รมต.สวมเสื้อผ้าหมี่ขิดประชุม "ครม.สัญจร" อุดรธานี ไฟเขียวงบ 3.5 หมื่นล้านบาท ขับเคลื่อน 36 โครงการ