"ปธน.ทรัมป์" เปิดทำเนียบขาวรับเสด็จ "สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3" ประสานรอยร้าวสองประเทศจากสงคราม เจรจาสันติภาพเริ่มมีหวัง สหรัฐเผยกำลังพิจารณาข้อเสนอเปิดช่องแคบฮอร์มุซจากอิหร่าน ขณะที่ "ปูติน" ประกาศหนุนอิหร่านเต็มที่
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 เมษายน (ตามเวลาสหรัฐ) การเสด็จฯ เยือนสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ซึ่งสมเด็จพระราชินีนาถคามิลลาตามเสด็จ เป็นเวลา 4 วัน โดยเป็นการเสด็จฯ เยือนสหรัฐครั้งแรกของพระองค์ ก่อนหน้านี้ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เสด็จฯ เยือนสหรัฐครั้งล่าสุดเมื่อปี 2550
วันแรกของการเสด็จฯ เยือนสหรัฐเมื่อวันจันทร์เริ่มต้นด้วยการต้อนรับที่ไม่เป็นทางการ โดยครอบครัวประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ถวายพระสุธารสชาและเค้กแด่สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และสมเด็จพระราชินีนาถคามิลลา ที่ทำเนียบขาว ก่อนที่จะทูลเชิญทั้งสองพระองค์เสด็จฯ ไปชมรังผึ้งบนสนามหญ้าอันโด่งดัง
ขณะที่วันที่สองในวันอังคาร จะเป็นช่วงเวลาที่สาธารณชนให้ความสนใจมากที่สุด เมื่อสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ซึ่งเป็นพระมหากษัตริย์อังกฤษพระองค์แรกที่มีพระราชดำรัสต่อสภาคองเกรส นับตั้งแต่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 พระมารดาของพระองค์มีพระราชดำรัสต่อสภาคองเกรสเมื่อปี 2534 มีพระราชดำรัสถึง “การปรองดองและการฟื้นฟู” เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับอังกฤษกำลังตึงเครียด ซึ่งอังกฤษกำลังพยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์กับสหรัฐ หลังจากทรัมป์แสดงความไม่พอใจที่อังกฤษปฏิเสธที่จะช่วยเหลือในสงครามของเขากับอิหร่าน
ช่วงเวลาส่วนใหญ่ของวันนี้เต็มไปด้วยพิธีการอันยิ่งใหญ่ โดยสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และสมเด็จพระราชินีนาถคามิลลาทรงได้รับการต้อนรับตามประเพณี ซึ่งมีการยิงปืนใหญ่ 21 นัด และการตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ
คาดว่าพระราชดำรัสความยาว 20 นาที สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์จะกล่าวถึงทรัมป์ด้วยถ้อยคำที่ระมัดระวัง โดยระบุว่าการปกป้องอุดมการณ์ประชาธิปไตยร่วมกันนั้น “มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเสรีภาพและความเสมอภาค” ในช่วงเวลาแห่งความท้าทายระดับนานาชาติ จะทรงเน้นย้ำถึงความสำคัญของพันธมิตรอันยาวนานระหว่างสหรัฐอเมริกากับสหราชอาณาจักร ในการเสด็จฯ เยือนครั้งนี้ซึ่งตรงกับวาระครบรอบ 250 ปีแห่งการประกาศอิสรภาพของสหรัฐอเมริกาจากอังกฤษ
"2 ประเทศของเราได้หาทางร่วมมือกันมาได้ครั้งแล้วครั้งเล่า และทรงเน้นย้ำถึงการปรองดองและการฟื้นฟูในช่วง 250 ปีที่ผ่านมาซึ่งก่อให้เกิดหนึ่งในพันธมิตรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ"
พระราชดำรัสของพระองค์เรียกร้องให้มีการปรองดองและฟื้นฟูความร่วมมือระหว่างสหรัฐอเมริกากับสหราชอาณาจักร และสนับสนุนค่านิยมร่วมกันในด้านความอดทน เสรีภาพ และความเสมอภาค รวมถึงเรียกร้องให้ปกป้องความเชื่อเหล่านั้นไม่ว่าจะโดยการสนับสนุนนาโตหรือปกป้องยูเครน
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สหรัฐคุมเข้มมาตรการรักษาความปลอดภัยในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ระหว่างการเสด็จฯ เยือน 4 วันของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ที่เริ่มเมื่อวันจันทร์ หลังเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมาเกิดเหตุชายคนหนึ่งบุกเข้าไปยิงปืนไปในงานเลี้ยงสื่อมวลชนทำเนียบขาวที่ประธานาธิบดีทรัมป์เข้าร่วมงาน
ส่วนความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพกับอิหร่านนั้น ทำเนียบขาวแถลงเมื่อวันจันทร์ว่า กำลังพิจารณาข้อเสนอใหม่ล่าสุดของอิหร่านในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หลังจากปฏิบัติการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอลเมื่อสองเดือนก่อน ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลก
สำนักข่าวฟาร์สรายงานว่า เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทรัมป์ได้พบกับที่ปรึกษาด้านความมั่นคงระดับสูงเพื่อหารือเกี่ยวกับข้อเสนอของอิหร่าน หลังจากที่เตหะรานส่ง “ข้อความเป็นลายลักษณ์อักษร” ไปยังวอชิงตันผ่านทางปากีสถาน โดยระบุถึงข้อจำกัดต่างๆ ในการเจรจา รวมถึงประเด็นนิวเคลียร์และช่องแคบฮอร์มุซ
โฆษกหญิง คาโรลีน ลีวิตต์ กล่าวในการแถลงข่าวของทำเนียบขาวว่า ข้อเสนอดังกล่าว “กำลังอยู่ระหว่างการหารือ”
เมื่อถูกถามเกี่ยวกับเงื่อนไขของข้อเสนอของอิหร่าน รัฐมนตรีต่างประเทศ มาร์โก รูบิโอ กล่าวกับฟอกซ์นิวส์ว่า “มันดีกว่าสิ่งที่เราคิดว่าพวกเขาจะยื่นมา” แต่ตั้งคำถามว่าข้อเสนอนั้นเป็นของจริงหรือไม่
เขากล่าวว่า “เราต้องแน่ใจว่าข้อตกลงใดๆ ที่ทำขึ้น จะต้องเป็นข้อตกลงที่ป้องกันไม่ให้พวกเขาเร่งพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ในอนาคตอย่างเด็ดขาด”
ขณะที่นักการทูตระดับสูงของอิหร่านกล่าวโทษวอชิงตันว่าเป็นต้นเหตุของความล้มเหลวในการเจรจาสันติภาพ ระหว่างการเยือนรัสเซีย ซึ่งประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ได้ให้คำมั่นกับเขาว่าจะให้การสนับสนุนจากมอสโกในการยุติสงคราม
รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อาราคชี กล่าวว่า “แนวทางของสหรัฐ ทำให้การเจรจารอบที่ผ่านมา แม้จะมีความคืบหน้า แต่ก็ไม่บรรลุเป้าหมาย เนื่องจากข้อเรียกร้องที่มากเกินไป”
อาราคชีอยู่ในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก หลังจากเดินทางเยือนโอมานและปากีสถาน ซึ่งการเยือนของอาราคชีในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้จุดประกายความหวังสำหรับการเจรจาเพิ่มเติม.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อนุทินเดินสาย ‘สหรัฐ-อังกฤษ’ พ่วงด้วย‘ญี่ปุ่น’
โฆษกรัฐบาลตีปี๊บภารกิจ “อนุทิน” เยือน 3 ประเทศ “สหรัฐ-ญี่ปุ่น-อังกฤษ”
โวบี้สแกมเมอร์ระหํ่า! กรณ์แฉชื่อพันทุนเทา
“อนุทิน” กร้าว ปราบสแกมเมอร์บ้าระห่ำ “สีหศักดิ์” ชี้ปม กมธ.สหรัฐฯ ตรวจสอบ “วรภัค” เป็นเรื่องตัวบุคคล รบ.กวาดล้างทุนเทา อายัดทรัพย์ 2 หมื่นล้าน
ไทยพลัส2ฉลุย/ลดค่าFt
“อนุทิน” ยันไฟเขียว “ไทยช่วยไทยพลัสเฟส 2” แล้ว รอให้ “เอกนิติ” สรุปวงเงิน “เอกภพ” ปูดได้คนละ 1 พันใช้จ่าย 2 เดือน “กพช.” หั่นค่าเอฟทีงวด ก.ย.-ธ.ค.
ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวารพระองค์ภา
“ในหลวง-พระราชินี” ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (100 วัน) “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” คณะทูตานุทูต 45 ประเทศ ร่วมในพระราชพิธี
ผบ.ทร.แจงยิบ ปมเลือก‘กิมจิ’ ต่อ‘เรือฟริเกต’
“ทร.” แถลงเหตุผลเลือก “ฮันวา โอเชียน” ต่อเรือฟริเกต แจงปม 5 บริษัทคู่แข่งไม่ผ่าน จนเหลือเพียงเจ้าเดียว "ผบ.ทร." ยันไม่มีการล็อกสเปก ลั่น! อยู่กับเรือมาทั้งชีวิต ย่อมรู้ซึ้งว่าในยามเผชิญวิกฤตทางทะเล จุดใดคือหัวใจสำคัญของความอยู่รอด
เคารพเสียงข้างมาก หนูกระตุกสังคม/ปูดสว.น้ำเงินเติมเสียง
“อนุทิน” เมินเสียงวิจารณ์คำวินิจฉัย กกต.ปมฮั้ว สว. ลั่นรัฐบาลไม่เกี่ยว ชี้หลักประชาธิปไตยต้องเคารพเสียงข้างมาก

