“นิกร” เดือดจัด ฟาด “เท้ง” พูดจาให้มีหลักเกณฑ์กล่าวหาร่าง รธน.สีน้ำเงิน ยัน “เนวิน”ไม่มีเอียว ตัดพ้อ ขยับซ้าย-ขวาก็โจมตี มองไม่แฟร์ จะตามใจฝ่ายค้านไม่ได้ ให้รู้บ้างยืนคนละเส้น หวังแก้ รธน.สำเร็จในรัฐบาล ภท.
21 พฤษภาคม 2569 - เมื่อเวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา นายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะหนึ่งในผู้ยกร่าง แก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทยแถลงตอบโต้พรรคประชาชนว่า ตนจำเป็นต้องแถลงเพราะถูกโจมตีอีกแล้วจากพรรคฝ่ายค้าน ซึ่งจริงๆแล้วน่าจะเดินคนละเส้นทาง เพราะเราเป็นฝ่ายรัฐบาล และการที่นายกรัฐมนตรีบอกว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นหน้าที่ ของรัฐสภาซึ่งครั้งที่รัฐบาลไม่ได้ยืนยันร่างของพรรคประชาชนกลับเข้าสภา ฝ่ายค้านก็บอกว่ารัฐบาลไม่จริงใจ พอพรรคภูมิใจไทยยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นร่างแรกก็มีปัญหาอีก และครั้งนี้พรรคภูมิใจไทยเสนอเข้ามา ก็เป็นไปตามที่นายกฯพูดปฏิบัติตามมติประชาชน ฝ่ายค้านก็มาโจมตีอีก ขยับซ้ายก็โจมตีขยับขวาก็ถูกโจมตีตนว่าไม่เป็นธรรม
นายนิกร กล่าวต่อว่า ที่ ฝ่ายค้านบอกว่าไม่มีการเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) โดยตรงคือไม่มีคูหา ตนเห็นว่าถ้าเสนอแบบนี้เพื่อให้รัฐธรรมนูญถูกคว่ำอีกใช่หรือไม่ แล้วจะให้ถูกคว่ำอีกกี่ครั้ง เพราะเรารู้อยู่แล้วว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ให้เลือกจากประชาชนโดยตรง เป็นเพราะฝ่ายค้านพิรี่พิไรยื่นแล้วยื่นอีกแบบนี้ที่เดิมไม่เป็นแบบนี้ ศาลเลยชี้ว่าเลือกโดยตรงไม่ได้ ตนขอถามว่าเกิดจากใครที่เป็นคนกระตุ้น ทำให้ศาลวินิจฉัยแบบนั้น
“ดังนั้นการเสนอเพื่อให้เสนอเพื่อให้มีภาพทางการเมืองว่าได้ทำแล้วและไม่ประสงค์ต่อผลนั้นได้ แต่พรรคภูมิใจไทยประสงค์ต่อผลทำให้สำเร็จในรัฐบาลชุดนี้ เราจึงจะไปสุ่มเสียงแบบนั้นไม่ได้ เราจึงต้องดีไซน์ใหม่คือให้ประชาชนสมัครเข้ามา แล้วให้รัฐสภาเป็นคนเลือกตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ คือรัฐสภามีหน้าที่ดำเนินการเรื่องนี้“ นายนิกร กล่าว
นายนิกรกล่าวต่อว่า ยังจำได้หรือไม่ครั้งที่แล้ว ใช้เสียง สว.1 ต่อ3 จนมาถึงการทำ เอ็มโอเอ กับพรรคภูมิใจไทย แต่จุดหักก็อยู่ที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ที่เสนอให้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจทั้งๆที่ผ่าน 1 ใน 3 แล้วไปว่ากันข้างหน้าก็ยังมีโอกาสผ่านได้ รัฐบาลจึงยุบสภาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เจ๊งไป มาครั้งนี้ก็เอาอีกไป
นายนิกร กล่าวอีกว่า ส่วนที่กล่าวหาว่าถ้าเป็นแบบนี้ สสร.ก็จะเป็นสีน้ำเงิน ตนขอเรียนว่าเรื่องนี้ตน นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทยที่ยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ขึ้นมาก็มีการพูดคุยกันอาจจะถูกกล่าวหาว่าเป็นสีน้ำเงิน และถ้าเป็นแบบนั้น เมื่อให้รัฐสภาเลือกก็เป็นไปได้ที่จะได้ทั้งหมดเราจึงแบ่งไปเลยว่าให้ สว. 200 อีก 500 เป็นของ สส. โดยใช้กลไกลของรัฐสภาแบ่งตามจำนวน สส.ของแต่ละพรรค ถือเป็นลักษณะของเสียงข้างมาก พรรคแกนนำรัฐบาลที่มีเสียงข้างมากก็ย่อมได้มากกว่าไม่เช่นนั้นจะเป็นรัฐบาลทำไม ถือเป็นหลักการที่แฟร์ หากเรื่องนี้ดำเนินการไประยะหนึ่งแล้วมีการเลือกตั้งใหม่หากพรรคประชาชนได้มากก็จะได้สัดส่วนมากซึ่งเราก็ยอมรับจึงรับประกันได้ว่าไม่มีสีใดสีหนึ่งเฉพาะ ส่วนรายละเอียดอื่นค่อยไปว่ากันในชั้นกรรมาธิการ ส่วนการกล่าวหาเรื่อง ส.ว.ว่าเป็นส.ว. สีน้ำเงินนั้น เป็นคนละองค์กรและเป็นความเชื่อ การไปว่ากล่าวแบบนั้นก็ไม่ถูกต้อง
นายนิกร ยังกล่าวถึงกรณีที่นายประดิพัทธ์ สันติภาดา อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน ที่กล่าวหาว่า นายเนวิน ชิดชอบและ ครอบครัว มาร่างรัฐธรรมนูญนั้น ตน นายภราดร และฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย เป็นผู้ร่าง ยืนยันว่า ไม่มีสักคำเดียวที่นายเนวิน โทรมาหาตนหรือนายภราดร การกล่าวหาให้เสียหายลักษณะนี้ เดี๋ยวก็โดนฟ้องอีกจนได้ พอถูกฟ้องก็บ่น ไปพูดแบบไม่แฟร์ สักแต่พูด ไปว่าเขาตรงตรงแบบนั้นพอเขาโต้แย้งมาก็เห็นเงียบ ควรมีการพิสูจน์ออก ว่าโทรหาใคร แต่ตนยืนยันได้ว่าไม่มี
“มีการถามว่าขอดูร่างหน่อยเถอะ ร่างอยู่กับตนแต่ไม่ให้เพราะมีพฤติกรรมแบบนี้เอาไว้คุยกันตอนถึงเวลาดีกว่า ผมอยากให้สภาบรรจุก่อนแล้วค่อยเผยแพร่ หากนำไปแล้วเรากลัวว่าเอาไปจิ้มทีละจุด แต่ฝ่ายค้านจะร่างอย่างไรก็ควรร่างออกมาอย่างนั้น เพราะการมาขอดูถือว่าไม่แฟร์ การออกมาโจมตีแบบนี้ถือว่าไม่เป็นธรรม ผมเคารพในฐานะที่ท่านเป็นผู้นำฝ่ายค้านฯ แต่เป็นผู้นำฝ่ายค้านที่ควรจะพูดจาให้มีหลักเกณฑ์หน่อย เป็นผู้นำฝ่ายค้านไม่ใช่ผู้นำรัฐบาล“ นายนิกร กล่าว
เมื่อถามว่าพรรคประชาชนมองเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อาจจะแย่และเลวร้ายกว่ารัฐธรรมนูญปี 60 นายนิกร กล่าวว่า เห็นหรือยัง อย่างที่บอกว่าพรรคฝ่ายค้านก็คือค้าน มีอะไรก็ติไปหมด ไม่ยืนยันร่างก็ว่าไม่จริงใจพอยื่นก็ว่าอีกแบบหนึ่ง แบบนี้ไม่ถูกต้อง เราอยากทำให้สำเร็จ มันจะไปเลวร้ายต่อความคิดของพรรคฝ่ายค้านที่อยากให้เป็นแบบนั้น จะเลวร้ายอะไรก็ว่ากันในวาระหนึ่ง เราจะไปตามใจฝ่ายค้านไม่ได้เพราะอยู่คนละฝ่าย ดังนั้นควรยืนอยู่ให้ถูกเส้นว่าใครยืนอยู่เส้นไหน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ส้มเขย่าอนุทิน 'มาเฟียหาดบางเทา' กำราบไม่อยู่ ท้าทายอำนาจรัฐ ไล่ฟ้องดะสื่อ-ปชช.
'เฉลิมพงศ์' ฉะ มาเฟียหาดบางเทา ท้าทายอำนาจรัฐ กลับมาไล่ฟ้องสื่อ-ปชช. หลัง 'นายกฯ' ลงพื้นที่แต่ยังมีอิทธิพลอยู่ ปูดมีแบ็ค ขรก.ใหญ่หนุนหลัง
'ดร.โจ' ขออภัยแฟนคลับส้ม สื่อสารผิดพลาด ยกเลิกหมายลงพื้นที่หาเสียงตลอดวันอาทิตย์
ดร.โจ้โพสต์กราบขออภัยพ่อแม่พี่น้องที่ไปรอพบกับผมและทีมพรรคประชาชนในวันนี้ ทางผมต้องขอยกเลิกหมายลงพื้นที่ในวันอาทิตย์นี้
ตายแล้วเกิดใหม่! ณัฏฐ์ชนน โพสต์แจงที่มาของเงินรักษาโรคหัวใจ ได้รับเมตตาในฐานะผู้ใหญ่ จาก เนวิน ชิดชอบ ให้กู้เงินค่ารักษา มีสัญญา และโรงพยาบาลรับรู้ ทำบันทึกข้อตกลงร่วมกัน พร้อมใช้เป็นหลักฐานใหม่ยื่นอุทธรณ์ ป.ป.ช. หลังถูกร้องเรียนให้ผู้ช่วย ส.ส. ไปจ่ายค่ารักษา
นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส. สงขลา พรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัว เรื่อง กับมรสุมชีวิตที่ต้องพิสูจน์ความจริงโดยมีเนื้อหาชี้แจงที่มาของค่าผ่าตัดรักษาโรคหัวใจ ระบุว่าได้กู้ยืมเงินจาก นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรและประธานบริหาร บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จำกัดมีสัญญาเงินกู้ยืมเงินชัดเจน มีรายละเอียดว่า
เพื่อไทย ตัดข้อกังวลปม 'สสร.' จ่อชงสภาฯให้ทันพิจารณา
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย หลังจากชะลอเพื่อปรับแก้เนื้อหาหลัง สส.พรรคภูมิใจไทยถอนรายชื่อว่า ตอนนี้พรรคเพื่อไทยมีคณะทำงานเกี่ยวกับเรื่องนี้ดำเนิน
'ภูมิใจไทย' ยื่นฟ้อง 'สนธิ ลิ้มทองกุล' แพร่คลิปทำพรรคเสียหาย 'กำลังขายชาติ' ผลักดันแลนด์บริดจ์
นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อและประธานคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า พรรคภูมิใจไทยเป็นโจทก์ มอบหมาย นางสาวไตรศุรี ไตรสรณกุล เป็นผู้รับมอบอำนาจ ยื่นฟ้อง นายสนธิ ลิ้มทองกุล ต่อศาลอาญา คำฟ้องคดีอาญา หมายเลขดำที่ อ.1639/2569 เนื่องด้วย เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 เวลากลางคืนหลังเที่ยงต่อเนื่องกัน วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด ได้เผยแพร่คลิปบนเฟซบุ๊ก
'วราวุธ' ชวน สส.ส้มร่วมตรวจ 'ซินเคอหยวน' ให้เห็นกับตา!
'วราวุธ' แจงกระทู้ 'สส.ปชน.' หลังให้ 'ซินเคอหยวน' กลับมาเปิดโรงงาน ยันอุตฯ ให้ความสำคัญกับมาตรฐานเหล็ก การันตีผลตรวจสอบผ่านมาตรฐาน พร้อมชวน 'กฤช' บุกโรงงานร่วมตรวจสอบด้วยกัน

