
“ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น” อาจารย์ภาควิชาการบริหารและจัดการเมือง วิทยาลัยพัฒนามหานคร มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ให้ความเห็นต่อโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” หรือมาตรการเติมวงเงินบัตรสวัสดิการและคนละครึ่งพลัส 60/40 ที่รัฐบาลเตรียมเริ่มใช้ในเดือนมิถุนายนนี้ ว่า
แม้นโยบายลักษณะดังกล่าวอาจถูกมองในทางการเมืองเช่นเดียวกับมาตรการแจกเงินของรัฐบาลหลายชุดที่ผ่านมา แต่หากมองผ่านมุมเศรษฐศาสตร์และนโยบายสาธารณะ จะพบว่านี่คือ “เกมประคองประเทศ” ท่ามกลางช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญความผันผวนรุนแรงที่สุดระลอกหนึ่งในรอบหลายปี
ผศ.ดร.เชษฐา กล่าวว่า โลกในปัจจุบันไม่ได้เผชิญเพียงปัญหาเงินเฟ้อ แต่กำลังเผชิญ “สงครามต้นทุนชีวิต” ทั้งจากราคาพลังงาน ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รวมถึงแรงกระแทกจากเศรษฐกิจมหาอำนาจที่ส่งผลต่อค่าครองชีพของประชาชนระดับฐานรากโดยตรง ซึ่งในสถานการณ์เช่นนี้ รัฐที่ดีไม่ใช่รัฐที่ยืนมองประชาชนเผชิญปัญหาอยู่ข้างสนาม แต่คือรัฐที่ลงมาอยู่ในสนามเดียวกับประชาชน เข้าใจปัญหาและเข้าช่วยเหลืออย่างทันท่วงที
“สิ่งที่น่าสนใจของไทยช่วยไทย พลัส ไม่ได้อยู่แค่ตัวเลข 1,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 4 เดือน แต่อยู่ที่ปรัชญาเบื้องหลังนโยบาย ที่พยายามเปลี่ยนจากรัฐแจกเงินแบบเดิม ไปสู่รัฐที่ออกแบบการฟื้นเศรษฐกิจร่วมกับประชาชน” ผศ.ดร.เชษฐา กล่าว
พร้อมอธิบายว่า โมเดลร่วมจ่าย 60/40 ซึ่งรัฐช่วย 60% และประชาชนร่วมจ่าย 40% ถือเป็นแนวคิดที่มีความน่าสนใจในเชิงเศรษฐศาสตร์การเมือง เพราะทำให้ประชาชนไม่ได้อยู่ในสถานะ “ผู้รอรับ” เพียงอย่างเดียว แต่กลายเป็น “หุ้นส่วน” ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจร่วมกับภาครัฐ เป็นการสร้างความรู้สึกมีส่วนร่วมและความรับผิดชอบร่วมกันต่อประเทศในช่วงวิกฤต
ผศ.ดร.เชษฐา ระบุว่า จุดแข็งสำคัญของนโยบายประเภทนี้ คือเม็ดเงินที่ลงไปถึงคนระดับฐานรากมักถูกใช้จ่ายทันที ไม่ได้ถูกเก็บไว้ในระบบออมทรัพย์ แต่จะหมุนเข้าสู่ร้านอาหารตามสั่ง ร้านโชห่วย ตลาดสด ร้านกาแฟขนาดเล็ก หรือบริการในชุมชนต่าง ๆ ทำให้เงินสามารถหมุนเวียนต่อในระบบเศรษฐกิจได้หลายรอบ และช่วยพยุงผู้ประกอบการรายย่อยในช่วงที่กำลังซื้อชะลอตัว
นอกจากนี้ ยังมองว่าโครงการดังกล่าวสะท้อนภาพ “รัฐดิจิทัลแบบไทย” ได้อย่างชัดเจน เพราะแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” กำลังพัฒนาไปไกลกว่าแค่แอปใช้จ่ายเงิน แต่กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของรัฐ ทั้งในฐานะกระเป๋าเงินดิจิทัล ฐานข้อมูลเศรษฐกิจ และเครื่องมือบริหารนโยบายแบบ Real-time
“รัฐไทยกำลังค่อย ๆ เปลี่ยนผ่านจากระบบราชการยุคแฟ้มเอกสาร ไปสู่รัฐอัลกอริทึมสมัยใหม่ ซึ่งหลายประเทศกำลังพยายามทำ แต่ไทยกลับเดินมาได้ไกลกว่าที่หลายคนคิด” ผศ.ดร.เชษฐา กล่าว
อย่างไรก็ตาม ผศ.ดร.เชษฐา เห็นว่า โจทย์สำคัญต่อจากนี้ คือการออกแบบให้เม็ดเงินสามารถหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้มากที่สุด ไม่ใช่เพียงช่วยระยะสั้น แต่ต้องสามารถสร้างงาน พยุงเอสเอ็มอี และกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนได้จริง โดยเสนอว่า รัฐบาลอาจพิจารณาเพิ่มแรงจูงใจพิเศษ หากประชาชนนำสิทธิไปใช้กับร้านค้าชุมชน วิสาหกิจท้องถิ่น หรือผู้ประกอบการไทยรายเล็ก เพื่อป้องกันไม่ให้เม็ดเงินกระจุกตัวอยู่เฉพาะห้างค้าปลีกหรือแพลตฟอร์มออนไลน์รายใหญ่
รวมถึงเสนอให้รัฐใช้ AI และ Big Data วิเคราะห์พฤติกรรมการใช้จ่ายแบบรายพื้นที่ เพื่อออกแบบมาตรการเฉพาะจุดในอนาคต แทนการใช้นโยบายแบบหว่านทั้งประเทศ โดยมองว่าในโลกยุคใหม่
“นโยบายที่ดี ไม่ใช่นโยบายที่เสียงดังที่สุด แต่คือนโยบายที่แม่นยำที่สุด”
ผศ.ดร.เชษฐา กล่าวทิ้งท้ายว่า แม้ “ไทยช่วยไทย พลัส” อาจไม่ใช่นโยบายที่เปลี่ยนประเทศได้ในชั่วข้ามคืน แต่กำลังส่งสัญญาณสำคัญว่า รัฐบาลไทยเริ่มเข้าใจแล้วว่า ในยุคที่เศรษฐกิจโลกผันผวนหนัก ความแข็งแรงของประเทศไม่ได้วัดกันเพียงตัวเลข GDP แต่ต้องวัดจากความสามารถของรัฐในการยื่นมือเข้าช่วยเหลือประชาชนได้รวดเร็วเพียงใด ในวันที่คนตัวเล็กกำลังเผชิญแรงกดดันจากค่าครองชีพอย่างหนัก
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ชม 'อนุทิน' ปกป้องผลประโยชน์ชาติ หลังถกผู้นำจีน ปมรถถังเขมร ได้การการันตี ห้ามใช้ซัดกับไทย
ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น นักรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช แสดงความคิดเห็นถึงการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนของนายอนุทิ
บี้ 'อนุทิน' สร้างตำนาน! หั่นสิทธิประโยชน์เกินจำเป็น 'สส.-สว.'
นักวิชาการรุกต่อ! จี้ยกเลิกสิทธิประโยชน์เกินความจำเป็นสมาชิกรัฐสภาไทย กระทุ้ง 'อนุทิน' สร้างตำนานโชว์หั่นรายจ่ายประจำที่ฟุ่มเฟือย
นักรัฐศาสตร์ชี้ผลเลือกตั้ง กทม. 69 สะท้อนการเมืองยุคใหม่ ประชาชนตัดสินจากผลงานมากกว่าวาทกรรม
ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น นักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช วิเคราะห์ผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ว่า นับเป็นบทเรียนสำคัญของทุกพรรคการเมือง เพราะผลการเลือกตั้งไม่ได้สะท้อนเพียงว่าใครเป็นผู้ชนะหรือผู้แพ้
กรุงเทพฯ เลือก ‘ผลงาน’ มากกว่า ‘วาทกรรม’
ผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 น่าจะเป็นหนึ่งในบทเรียนทางการเมืองที่สำคัญที่สุดของทุกพรรคการเมือง
นักวิชาการชี้ Thailand FastPass จุดเปลี่ยนปฏิรูประบบราชการไทย ปลดล็อกคอขวดลงทุนไทย หนุนเป้าลงทุน 7 แสนล้าน แนะเข้มตรวจสอบ ต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานควบคู่กัน
รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวถึงการเปิดตัวโครงการ Thailand FastPass อย่างเป็นทางการ โดยนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ว่า
นักวิชาการฟันธง 'ชัชชาติ' นอนมาคะแนนเกินล้าน! นั่งลุ้น 'ที่สอง-สก.' สนุกกว่า
อาทิตย์นี้ไม่ต้องลุ้น นักวิชาการชี้เปรี้ยง 'ชัชชาติ' ชนะม้วนเดียวจบ การันตีคะแนนไม่มีต่ำกว่าหนึ่งล้าน ไม่น้อยกว่ารอบที่แล้ว 1.38 ล้านเสียง มองศึกชิง 50 เก้าอี้ สก. สนุกกว่า เขียว-ส้ม-ฟ้า-แดง เบียดกันเข้มข้น

