กกต.ยื่นศาล รธน.ชี้ขาดศาลฎีกามีสิทธิรื้อคำวินิจฉัยปมคุณสมบัติ สว.หรือไม่ ยันอำนาจไต่สวนและวินิจฉัยเป็นที่สุด ไม่อาจถูกตรวจสอบซ้ำ "สว.สำรอง" บุกขวาง ซัดยื้อเวลาฟอกขาวพวกพ้อง ไล่ตัดใส่กางเกงขาสั้นแทนสีกากี
เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีรายงานว่า ที่ประชุม กกต.มีมติ 5 ต่อ 2 ให้เตรียมยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้พิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของ กกต. ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 210 (2) ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดให้มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยจะขอให้วินิจฉัยใน 2 ประเด็น คือ
1.เมื่อผู้อำนวยการเลือกระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ ได้มีคำสั่งรับสมัครและประกาศรายชื่อผู้สมัคร สว. ว่ามีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามแล้ว คำสั่งดังกล่าวถือเป็นที่สุด ไม่อาจถูกตรวจสอบได้อีก เว้นแต่กรณีที่อยู่ในอำนาจวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะตามมาตรา 63 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. พ.ศ.2561 และ 2.กรณี กกต.ได้มีคำวินิจฉัยยกคำร้อง ตามมาตรา 60 วรรคสอง และมาตรา 62 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. พ.ศ.2561 ถือว่าคำวินิจฉัยของ กกต.นั้นเป็นที่สุด ไม่อาจยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อขอให้ตรวจสอบหรือทบทวนคำวินิจฉัยซ้ำได้อีก
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้มีผู้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เพื่อขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครและผู้มีสิทธิเลือก สว. รวมถึงกรณีกลุ่ม สว.สำรองร้องคัดค้านคำวินิจฉัยและมติของ กกต. กรณียกคำร้อง 3 ข้อกล่าวหาในคดีฮั้ว สว. ซึ่งศาลฎีการับคำร้องทั้ง 3 คดีไว้พิจารณา และมีคำสั่งให้ทำคำคัดค้าน/กำหนดนัดตรวจพยานหลักฐาน
โดย กกต.มองว่าการที่ศาลฎีกาเปิดรับคำร้องในลักษณะนี้ เป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขต ก้าวล่วงมาตรวจสอบคุณสมบัติและทบทวนคำวินิจฉัยของ กกต.ที่เป็นที่สุดไปแล้ว ซึ่งถือว่าเกิดปัญหาเกี่ยวกับขอบเขตหน้าที่และอำนาจระหว่างองค์กรตามรัฐธรรมนูญขึ้น ที่อยู่ในอำนาจวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญโดยยกเหตุผลในการยื่นคำร้องว่าตามรัฐธรรมนูญมาตรา 224 กำหนดให้ กกต.เป็นองค์กรอิสระที่มีหน้าที่และอำนาจโดยตรงในการบริหารจัดการ การควบคุมดูแลการเลือก สว. ให้สุจริตและเที่ยงธรรม รวมถึงมีอำนาจสืบสวน ไต่สวน และประกาศผล และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. พ.ศ.2561 กำหนดให้ศาลฎีกามีอำนาจเฉพาะกรณีผู้สมัครถูกผู้อำนวยการเลือกสั่งไม่รับสมัคร หรือถูกลบชื่อ กรณีการเลือกในระดับต่างๆ เป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา 44
รวมถึงกรณีที่ กกต.เป็นผู้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเอง เพื่อขอให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง/สิทธิเลือกตั้ง ตามมาตรา 60 วรรคสอง และมาตรา 62 ไม่มีบทบัญญัติใดให้อำนาจประชาชน หรือผู้สมัครยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เพื่อขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ที่ได้รับสมัครไปแล้ว หรือขอให้ศาลฎีกาทบทวนคำวินิจฉัยยกคำร้องของ กกต. โดยอ้างอิงแนวคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เช่น คำวินิจฉัยที่ 52/2546 และ 14/2566 ที่วางหลักว่า การใช้อำนาจของ กกต. ในการไต่สวนและมีคำวินิจฉัยถือเป็นที่สุด หากไม่มีลักษณะเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพ เช่น กรณี กกต.วินิจฉัยยกคำร้องย่อมเป็นที่สุด ไม่อาจถูกโต้แย้ง ทบทวน หรือถูกตรวจสอบโดยองค์กรตุลาการได้อีก
ทางด้านกลุ่ม สว.สำรอง นำโดยนายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล ได้เดินทางมายื่นหนังสือต่อ กกต. และแถลงข่าวเรียกร้องให้ กกต.ยกเลิกที่จะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความอำนาจศาลฎีกา พร้อมระบุว่า พฤติกรรมเช่นนี้เป็นการประวิงเวลา และพยายามใช้ศาลรัฐธรรมนูญมาหักล้างอำนาจของศาลฎีกาเพื่อฟอกขาวให้กับพวกพ้อง ซึ่งชุดสีกากีเป็นเครื่องแบบข้าราชการที่ทรงเกียรติ สวมใส่เพื่อเป็นทาสรับใช้ประชาชน แต่ถ้า กกต.ยังมีพฤติกรรมเอื้อประโยชน์ ฟอกขาวให้คนโกง ไม่เห็นหัวประชาชน แนะนำให้ไปตัดเครื่องแบบใหม่ ใส่กางเกงขาสั้นเสียดีกว่า
วันเดียวกัน ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณากรณี กกต.ยื่นคำร้องให้มีคำสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของนายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ อดีต สส.นครศรีธรรมราช พรรคกล้าธรรม เนื่องจากผู้ถูกร้องสมัครรับเลือกตั้งโดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นผู้ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากเคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตฐานลักทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคหนึ่ง (1) ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า คดีมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ จึงยุติการไต่สวนและมีคำสั่งให้คู่กรณียื่นคำแถลงการณ์ปิดคดีเป็นหนังสือภายในวันที่ 18 พ.ย.69 หากไม่ยื่นภายในกำหนดเวลา ให้ถือว่าไม่ติดใจยื่น ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดประเด็นที่จะพิจารณาวินิจฉัย แล้วนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือและลงมติ ในวันที่ 25 พ.ย.69 เวลา 09.30 น. และนัดฟังคำวินิจฉัยวันเดียวกัน เวลา 14.00 น.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สัญจรเอาใจอีสาน3.5หมื่นล.
"อนุทิน" นำ รมต.สวมเสื้อผ้าหมี่ขิดประชุม "ครม.สัญจร" อุดรธานี ไฟเขียวงบ 3.5 หมื่นล้านบาท ขับเคลื่อน 36 โครงการ
ส้มฉะน้ำเงินกินรวบ ปธ.โสภณโร่ปัดริบอำนาจกมธ./พท.หวานเจี๊ยบไม่แตกแถว
“ปกรณ์” ยันไม่มีรายงานคณะกลั่นกรองนิรโทษกรรมปมคำร้อง “ทักษิณ” “อนุทิน” อวยพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาลที่ดีมีความรู้ความสามารถ
ขึ้นภาษีรถEVดึงลงทุนไทย งบพร้อม‘โซลาร์ภาคปชช.’
นายกฯ เผยสำนักงบฯ เตรียมงบ “โซลาร์ภาคประชาชน”
หนูจัดระเบียบ ‘มูลนิธิ’ทั่วปท. บุ๋มแจ้งจับสามี
“นายกฯ” สั่ง “มท.” จัดระเบียบมูลนิธิทั่วประเทศ คุมเข้มจดทะเบียน
สว.สำรอง เดือด! ซัด กกต. ไม่เห็นหัวประชาชน ลงมติยื่นศาล รธน. หักอำนาจศาลฎีกา
สว.สำรองบุก กกต. จี้คว่ำมติส่งศาล รธน. ชี้ขาดปมฮั้วเลือก สว. ฉะยื้อคดี 2 ปีหวังฟอกขาวพวกพ้อง-ริบอำนาจศาลฎีกา ซัดเดือดถ้าไม่เห็นหัว ปชช. ให้ไปตัดกางเกงขาสั้นใส่แทนสีกากี
ระอุ! กกต. มีมติยื่นศาล รธน. วินิจฉัยขอบเขตอำนาจ ชี้ศาลฎีกาไม่มีสิทธิรื้อคดีตรวจสอบคุณสมบัติ สว.
ที่ประชุม กกต.มีมติ 5 ต่อ 2 ให้เตรียมยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้พิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่ และอำนาจของ กกต. ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 (2) ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดให้มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภ

