
'ปธ.กมธ.กฎหมาย' ลูกขีดเส้นจบปัญหาสูตรคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ 12 พ.ค.นี้ ติง กมธ.บกพร่องแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่สะเด็ดน้ำ ดักคอศาลเคยการันตีรัฐธรรมนูญแล้ว
11 พ.ค.2565 - นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่…) พ.ศ… ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุม กมธ.วิสามัญว่า เป็นการพิจารณากฎหมายพรรคการเมือง ซึ่งขณะนี้ยังเหลืออีกหลายมาตรา โดยวันนี้คงจะพิจารณากันเต็มที่ และจะพยายามให้เสร็จโดยเร็ว ส่วนวันที่ 12 พ.ค. จะเป็นการพิจารณากฎหมายเรื่องการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งมีประเด็นสำคัญคือ เรื่องวิธีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หรือที่บางคนใช้คำว่าส.ส.พึงมี แต่ทั้งหมดขึ้นต้องอยู่กับการแก้รัฐธรรมนูญที่ผ่านมาที่ต้องยึดโยงมาตรา 91 ว่าที่แก้มามีหลักการอย่างไร ส่วนประเด็นความเห็นต่างก็เป็นสิทธิของ กมธ.วิสามัญที่จะสงวนความเห็น หรือยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความหรือไม่ แต่ใน กมธ.วิสามัญมีความชัดเจนอยู่แล้วว่า การพิจารณาวิธีการคำนวณต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญที่แก้ไขมาแล้ว ซึ่งน่าจะเป็นการคำนวณโดยเป็นไปตามสัดส่วนที่สัมพันธ์กันกับพรรคการเมืองที่ได้รับการเลือกตั้งในจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน คือการเอา 100 ไปหาร
เมื่อถามว่า ตอนนี้ยังมีการถกเถียงกันเรื่องหาร 100 หรือ 500 จะทำให้ต้องขยายกรอบเวลาหรือไม่ นายสาธิต กล่าวว่า ต้องแยกเป็น 2 ส่วน คือ ในส่วนของความเห็นที่ใครจะมีความเห็นอย่างไรก็ได้ แต่ในส่วนของการร่างกฎหมายต้องเป็นไปตามหลักการและเป็นไปในแนวทางกฎหมาย รวมถึงระเบียบข้อบังคับของรัฐสภา โดยต้องแก้ไขไปตามหลักการ และร่างที่ขอแก้จะต้องเป็นไปตามหลักใหญ่คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาแล้ว ทั้งนี้จะพยายามพิจารณาประเด็นหาร 100 หรือ 500 ให้จบภายในวันที่ 12 พ.ค. เพราะเรามีข้อตกลงกันแล้วว่าการโหวตไม่ต้องนัดล่วงหน้า เพื่อให้การพิจารณาเสร็จตามเป้าหมายตามที่กำหนดไว้คือ วันที่ 22 พ.ค. เราจะเดินหน้าทำให้กฎหมายเสร็จโดยเร็ว เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญของสถานการณ์และนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองหรือไม่หรืออยู่จนครบวาระ หากผ่านวาระ 3 กฎหมายสองฉบับนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญให้ประชาชนตัดสินในการเลือกตั้งครั้งหน้า
ถามว่า มีกมธ.วิสามัญบางคนเห็นว่าการหารด้วย 100 อาจจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะแก้ไขแค่มาตรา 91 นายสาธิต กล่าวว่า เป็นอีกความเห็นหนึ่ง สำหรับการแก้ไขมาตราเดียวนั้นต้องยอมรับว่าเป็นความบกพร่องของ กมธ.วิสามัญแก้ไขรัฐธรรมนูญบางส่วนแก้ไขไม่ครบถ้วน แต่ไม่เป็นเหตุจนถึงต้องไปเปลี่ยนสัดส่วนในการคำนวณ เพราะคำพูดในการแก้ไขมีความชัดเจนแล้ว
ถามต่อว่า ในอนาคตหากมีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความกฎหมายลูกฉบับนี้จนกระทบการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะต้องเริ่มกระบวนการแก้ไขใหม่หรือไม่ นายสาธิต กล่าวว่า เป็นเรื่องของอนาคตที่จะต้องไปติดตามว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีความเห็นอย่างไร จะรับไว้พิจารณาหรือไม่ แต่ในขั้นตอนการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านมามีการนำร่างที่แก้ไขเสร็จแล้วส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว ซึ่งขั้นตอนนั้นเป็นสิ่งที่บอกว่าเมื่อผ่านมาแล้วไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่พอมายื่นใหม่จะมีปัญหาก็จะต้องมีเหตุผลว่าปัญหาไม่ตรงกับครั้งแรกอย่างไร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ทนายอั๋น' ฟุ้งแฉคลิปเด็ด! ซีรีส์จัดโพยคดีฮั้ว สว.
'ทนายอั๋น' บุกร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน เบรก 3 กกต. ทำคดีฮั้ว สว. ขู่แฉคลิปเด็ดซีรีส์จัดโพย-ฮึ่มหากตัดตอนฟ้อง พร้อมลุยคดีเขากระโดงต่อ
ข่าวดี! คมนาคมจ่อออกมาตรการช่วยค่าน้ำมันภาคขนส่งรอบ 2
'รมช.คมนาคม' ยันปรับลดค่าโดยสารตามราคาน้ำมันอิงราคาดีเซลในประเทศ พร้อมเตรียมมาตรการช่วยค่าน้ำมันภาคขนส่งรอบ 2 ช่วยเหลือผู้ประกอบการ ไม่ให้ค่าโดยสารกระทบประชาชน
'สิริพงศ์' ย้ำปี 2570 รถไฟฟ้าใช้ตั๋วร่วม 17-45 บาท
'สิริพงศ์' กางแผนตั๋วร่วม 17-45 บาท ตั้งเป้าปี 70 พร้อมบริหารการซื้อสัมปทานคืนผ่านกองทุน TFF หรือให้ รฟม.ออกพันธบัตรเลี่ยงผลกระทบหนี้สาธารณะ
'วรศิษฏ์' ย้ำนายกฯ สั่งลุยปราบผู้มีอิทธิพลทุกพื้นที่ไม่ใช่แค่ภูเก็ต!
'วรศิษฏ์' ย้ำนายกฯสั่งลุยปราบผู้มีอิทธิพลทุกพื้นที่ แจงเข้มภูเก็ต เหตุยังมีบางกลุ่มไม่กลัวกฎหมาย หวังจากนี้ดีขึ้น ฮึ่ม หาก จนท.รัฐเอี่ยวพิสูจน์ได้ก็ต้องรับไป
ปชป. ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ คัดค้านคำชี้แจงรัฐบาลออก พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ชี้ทำลายวินัยทางการคลัง
นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางมาที่ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อยื่นคัดค้านคำชี้แจงของคณะรัฐมนตรีในเรื่องการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การกู้ยืมเงิน 400,000 ล้านบาท โดยนายกรณ์ กล่าวว่า จากคำชี้แจงของคณะรัฐมนตรี
อดีตผู้พิพากษาตั้งคำถามมติ ‘ป.ป.ช.’คดีศักดิ์สยามเป็น ตรรกะวิปริตทางกฎหมาย? หรือไม่
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า คดีตรวจสอบ ป.ป.ช.: เมื่อความคุ้มกันตามกฎหมาย อาจขึ้นอยู่กับคำถามว่า "ได้แสดงเหตุผลอันสมควรแล้วหรือยัง?”

