27 ก.ค.2565 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว โดยการพิจารณาในวาระ 2 เป็นรายมาตรานั้น การโหวตแต่ละครั้งผ่านเกินครึ่ง หรือ 364 เสียง มาไม่ถึง 10 เสียง และในการลงมติในวาระ 3 มีผู้เห็นด้วย 385 เสียง ไม่เห็นด้วยไม่มี งดออกคะแนนเสียง 1 และไม่ลงคะแนน 2 เสียง
จนกระทั่งเวลาประมาณ 14.00 น. ที่ประชุมได้พิจารณาร่างพ.ร.บ. ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. .... ซึ่งกมธ. พิจารณาเสร็จแล้ว แต่ดูเหมือนว่านายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ที่ทำหน้าที่ประธานการประชุม พยายามจะขอยุติการประชุม แต่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย (พท.) ได้ลุกขึ้นแสดงความเห็นว่า ยังเหลือเวลาอีกหลายชั่วโมง ซึ่งฝ่ายค้านพร้อมร่วมประชุม และดูแล้วในห้องประชุมมีองค์ประชุมครบ ขอให้เดินหน้าประชุมต่อ จากนั้นที่ประชุมได้พิจารณาร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวต่อ แต่เมื่อถึงช่วงการลงมติ มาตรา1 ชื่อร่าง พ.ร.บ. นายชวนได้กดออดเรียกสมาชิกแสดงตน เกือบ 20 นาที ทั้งนี้ในช่วงหนึ่งระหว่างรอสมาชิกขานชื่อเพื่อให้ครบองค์ประชุม นายชวนถึงขึ้นเอ่ยปากว่า “เก็บหอมรอมริบครับ” พร้อมยิ้มและหัวเราะ
จนนายสมชาย แสวงการ ส.ว. ขอให้ประธานนับองค์ประชุมด้วยการขานชื่อ เพราะส.ว.มีความพร้อมเช่นเดียวกับส.ส. ฝ่ายค้าน ขอให้การประชุมเดินหน้าต่อ แต่นายชวนกล่าวว่า องค์ประชุมครบพอดี และพวกเราต้องเสียบบัตรแสดงตน คนที่ขานชื่ออย่าไปเสียบบัตรซ้ำ เท่าไหร่ก็เท่านั้น เราต้องเอาความเป็นจริงเป็นหลัก ในที่สุดองค์ประชุมมีจำนวน 368 เสียง ถือว่าครบองค์ประชุม จากนั้นจึงลงมติชื่อร่าง พ.ร.บ. ก่อนจะพิจารณาต่อและลงมติในมาตรา 2 กำหนดเวลาบังคับใช้กฎหมาย นายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา ที่ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้กดออดเรียกให้ลงมติ พร้อมกล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้ยาวมาก และมีคนแปรญัตติจำนวนมาก แต่ตนพร้อมสู้ ดังนั้นขอความกรุณาสมาชิก ถ้าพร้อมเพรียงกัน ตนไม่ไปไหน จากนั้นนายพรเพชร ได้รอสมาชิกเป็นองค์ประชุมประมาณ 5 นาที แต่ดูเหมือนองค์ประชุมจะไม่ครบ ก่อนจะกล่าวว่า จะรอผลว่าจะเอา 180 วัน หรือ 240 วันดี หรือจะไปทราบในการประชุมครั้งหน้า แต่สุดท้ายนายพรเพชรได้ขอปิดประชุมในเวลา 15.45 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับกรณีที่การประชุมรัฐสภาล่ม เพราะมีปัญหาองค์ประชุมนั้น ก่อนหน้านี้เกิดขึ้นมาแล้ว 1 ครั้ง เมื่อ 5 กรกฎาคม ระหว่างพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่...) พ.ศ.. ในวาระ 2 เนื่องจากส.ส.ทยอยกลับบ้าน เพราะที่ประชุมได้ใช้เวลาพักการประชุมไปเป็นเวลานาน จนสมาชิกเข้าใจผิดว่าปิดการประชุมไปแล้ว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สภาฯ รับหลักการแก้กฎหมายโรงแรม-คนเข้าเมือง ฝ่ายค้านกังวลร่าง ครม. แก้ปัญหาไม่ตรงจุด
ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)คนเข้าเมือง (ฉบับที่...) พ.ศ... ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอ และ ร่างพ.ร.บ.ทำนองเดียวกัน อีก 1 ฉบับ
เร่งจบนิรโทษกรรม ‘โสภณ’ชงเข้าสภาฯพุธนี้ส้มกระอัก‘ม.112’นอนคุกต่อ
ลุ้นคลอด กม.นิรโทษกรรม ฉบับที่ 24 ปิดจบพุธนี้ "โสภณ" สั่งบรรจุร่าง กม.เป็นเรื่องด่วน หากสภาไม่ติดใจ หลังสภาสูงเพิ่มล็อกสองชั้นไม่ให้นิรโทษฯ อายุต่ำกว่า 18 ปี ทำผิด 112 ก็ไม่ล้างผิด รอนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายทันที สว.แจงกฎหมายประกาศใช้ ยังไม่มีผลทันที ต้องให้กรรมการสันติสุขไฟเขียวรายบุคคล
สภาฯ บรรจุวาระ 'กฎหมายนิรโทษกรรม' ลุ้นคลอด 8 ก.ค. 'สว.' ตอกฝาโลงห้ามล้างคดี 112 เยาวชน
ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร 8 ก.ค.นี้ มีวาระการประชุมพิจารณาเรื่องด่วน ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เสริมสร้างสังคมสันติสุข ที่นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร สั่งบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมแล้ว
'วีระยุทธ' ซัดรัฐบาลจัดงบ 70 เหมือนคนเป็นโรคกลัวตกกระแส หน้าใหญ่ใช้เงินซื้อรถ แต่ไม่สร้างอุตสาหกรรมในประเทศ
นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายรายชื่อ พรรคประชาชน ได้อภิปรายถึงความกังวลภาคอุตสาหกรรมและการผลิตของไทยว่า ควรจะเป็นฐานสําคัญในการเสริมสร้างขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ กลับถูกทิ้งขว้างจากเพราะรัฐบาลชุดนี้ รัฐบาลเคยประกาศว่า จะพาประเทศไทยเป็นประเทศร่ำรวย ประเทศรายได้สูงภายใน 12 ปีข้างหน้า ซึ่งดูเหมือนนายอนุทิน ชาญวีรกูล
'เพื่อไทย' พร้อมถก พ.ร.บ.งบฯ70 วาระ1 กำชับ 'สส.' สแตนด์บายเฝ้าสภา 3 วัน 3 คืน
‘เพื่อไทย’ เตรียมถก พ.ร.บ.งบฯ ปี 2570 วาระ1 ‘จุลพันธ์’ กำชับ สส. สแตนด์บายเฝ้าสภา 3 วัน 3 คืน เพราะการเมืองไม่มีอะไรแน่นอน ยินดีฝ่ายค้านเตรียมชำแหละ ถือเป็นประโยชน์ช่วยรีดไขมันของงบแผ่นดิน
องครักษ์พิทักษ์ลูกเทพ ดาหน้าประท้วง 'หมอวรงค์' อภิปรายโครงการ TH-AI Passport
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้อภิปรายถึงรายละเอียดเชิงลึกของโครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) วงเงิน 1,645 ล้านบาท ที่ส่อว่าไม่โปร่งใส เอื้อประโยชน์

