'สมช.' เคาะแผนรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินช่วงเอเปก 'บิ๊กป้อม' สั่งต้องรัดกุม ละเอียดรอบคอบ

ที่ประชุม สมช.เห็นชอบแผน-มาตรการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินในห้วงเอเปก 'บิ๊กป้อม' รายงานยังไม่มีอะไรน่ากังวล เน้นย้ำให้ดำเนินการให้รัดกุมและละเอียดรอบคอบ

26 ต.ค.2565 - พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แถลงภายหลังการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติครั้งที่ 1/2566 ว่า ตนได้รายงานสถานการณ์ความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน ช่องแคบไต้หวัน และสถานการณ์ในประเทศเมียนมาร์ โดยไทยมีท่าทีอย่างชัดเจนในการสนับสนุนการแก้ปัญหาด้วยการเจรจาและสันติวิธี การให้การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างเต็มที่ และยึดถือตามกฎหมายและพันธกรณีระหว่างประเทศ นอกจากนี้ ยังรายงานสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยที่ประชุมได้ให้พยายามแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี ด้วยความจริงใจ เปิดโอกาสให้คนในพื้นที่ไม่ว่าจะกลุ่มใดก็ตามมามีส่วนรวมในแก้ไขปัญหาทั้งในด้านการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การพัฒนาพื้นที่ ให้ประชาชนมีรายได้มีเศรษฐกิจที่ดีในภาพรวม ส่วนการบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนให้เอื้ออำนวยต่อการแก้ไขปัญหา การสนับสนุนธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรมและการศึกษาภายใต้กรอบกฎหมาย ขณะที่แนวทางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ให้ใช้แนวทางสันติวิธี ยึดถือกฎหมายอย่างเคร่งครัดและเป็นธรรม แก้ตรงจุด ลดเงื่อนไข สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ

ทั้งนี้ ได้ย้ำให้ส่วนราชการทุกภาคส่วนต้องเข้าใจวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน และบูรณาการการทำงานทั้งในเชิงแผนงาน และการปฏิบัติในพื้นที่ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะ กอ.รมน. ศอ.บต. และกระทรวงมหาดไทย

พล.อ.สุพจน์ กล่าวว่า ที่ประชุมรับทราบสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการประชุมเอเปก ซึ่งได้มีการเตรียมการมาอย่างต่อเนื่อง โดยคณะอนุกรรมการรักษาความปลอดภัยและการจราจร ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน รายงานว่ายังไม่มีสถานการณ์ที่น่ากังวล แต่ได้เน้นย้ำให้ดำเนินการให้รัดกุมและละเอียดรอบคอบ ทั้งในด้านการควบคุมสถานการณ์ในภาพรวม การรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ และแผนเผชิญเหตุเพื่อรองรับสถานการณ์ในระดับต่าง ๆ ซึ่งได้รายงานให้ทราบถึงขั้นตอนการเตรียมความพร้อมต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ให้ทราบแล้ว

เลขาธิการ สมช. กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมเห็นชอบแนวทางการยกระดับการบริหารจัดการชายแดนให้มีความเข้มข้นในทุกมิติ ทั้งในเรื่องความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน การพัฒนาด้านเศรษฐกิจ การจัดการกับอาชญากรรมข้ามชาติ การจัดการกับปัญหายาเสพติดตามนโยบาย การค้ามนุษย์ ผู้หลบหนีเข้าเมือง และการบูรณาการการทำงานทุกภาคส่วนโดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ ที่ประชุมยังเห็นชอบแนวทางการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในเรื่องของการขับเคลื่อนและการบริหารการพัฒนา รวมทั้งร่างแผนการสนับสนุนด้านการศึกษาของนักเรียน/นักศึกษาในพื้นที่ ปี 66-70

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังได้เห็นชอบร่างแผนความมั่นคงทางทะเลปี 66-70 ถึง 70 ในการจัดการกับปัญหาความมั่นคงทางทะเล นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้เห็นชอบแผน มาตรการ ในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นในห้วงการประชุมเอเปค

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ สยบข่าวกัมพูชาขนรถถังประชิดชายแดน ยันไม่มีรายงานในที่ประชุม สมช.

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ครั้งที่ 4/2569 โดยมี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการ สมช. และผู้บัญชาการเหล่าทัพ เข้าร่วมประชุม

สภาความมั่นคงแห่งชาติ เห็นชอบจัดตั้งศูนย์ควบคุมต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ

นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการ สมช. กล่าวภายหลังการประชุม สมช. ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานว่า ที่ประชุมมีการพิจารณา 2 เรื่อง เรื่องแรกคือ แนวทางมาตรการป้องกันแก้ปัญหาเรื่องอากาศยานไร้คนขับ ซึ่งที่ประชุม สมช.เมื่อปี 68 เคยมีมติมอบหมายกองทัพอากาศ (ทอ.)

มติ สมช. ไฟเขียวส่งออก 'น้ำมันเครื่องบิน' ให้เวียดนาม-ฟิลิปปินส์

"ฉัตรชัย" เผยมติ สมช. ไฟเขียวส่งออกน้ำมันเครื่องบินให้เวียดนาม-ฟิลิปปินส์ ยันไม่กระทบการใช้ในไทย หากมีเหตุจำเป็นขาดแคลนในประเทศสามารถระงับได้ พร้อมสั่งมหาดไทย ขยายเวลารับคำร้องขึ้นทะเบียนคนไร้สัญชาติอีก 1 ปี ด้านกลาโหม ออกประกาศควบคุมสินค้าแนวชายแดน เมียนมา-กัมพูชา

'เลขาฯสมช.' รอ 'ผบ.ตร.' แจงคดีชายชาวจีนซุกอาวุธสงคราม ปัดตอบมั่นคงหละหลวม

เลขาฯสมช. รอ ผบ.ตร. แจงปมชายชาวจีนครอบครองอาวุธสงคราม ปัดตอบมั่นคงหละหลวม 'พล.ต.อ.สำราญ' ระบุ อยู่ระหว่างสอบสวน

'สมช.' สั่ง ตร.-หน่วยข่าว คุมเข้มสถานทูตสหรัฐ-อิหร่าน-อิสราเอล สกัดเฟกนิวส์

'สมช.' มอบ ‘ตำรวจ-หน่วยการข่าว’ คุมเข้มสถานทูตอเมริกา-อิหร่าน-อิสราเอล พร้อมบุคคลสุ่มเสี่ยงที่เข้าออกประเทศ จัดการโซเชียลบิดเบือนสร้างความแตกแยก