ป้อง 'พิธา' สวนรัฐบาลมือไม่พายเอาเท้าราน้ำ เหน็บ 'ทักษิณ' ผิดศีลข้อ 4

‘โรม’ ข้องใจ ‘ทักษิณ’ ลงพื้นที่ดูแข็งแรง ไม่เหมือนป่วยจริง ถามสังคมยอมรับนักการเมืองมุสาได้แค่ไหน สวนคนวิจารณ์ ‘พิธา’ ดับไฟป่าเชียงใหม่ มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ

18 มี.ค. 2567 – ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์การลงพื้นที่ดับไฟป่าที่ จ.เชียงใหม่ ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นการกระทำที่ไม่มีมารยาททางการเมือง ว่า การที่นายพิธาจะไปที่ไหนก็เป็นสิทธิ์ จะไปลงพื้นที่เชียงใหม่ ไปช่วยดับไฟป่า ก็คิดว่าเขามีเจตนารมณ์ที่ดี ต้องยอมรับว่า จ.เชียงใหม่ และภาคเหนือหลายๆ จังหวัด ก็มีฝุ่นควันเยอะ อากาศแย่ ทำรายการท่องเที่ยว การที่นายพิธามีความตั้งใจที่ดีในการแก้ปัญหา พยายามทำให้ทุกคนมีความสนใจที่จะแก้ไข และทำให้ภาครัฐหลายส่วนช่วยกันแก้ปัญหา มองว่าไม่น่าจะผิดอะไร

นายรังสิมันต์ ยังตอกกลับคนที่วิพากษ์วิจารณ์ว่า “มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ” หรือการไม่มีมารยาท อย่าพูดแบบนี้ดีกว่า เข้าใจว่า สส. ที่พูดแบบนี้อยู่ฝั่งรัฐบาล แทนที่จะมาต่อว่าฝ่ายค้าน ควรเอาเวลาไปกระทุ้งรัฐบาลให้แก้ปัญหาให้จริงจัง เพราะรัฐบาลไม่ใช่มือใหม่ บริหารงานมาหลายเดือนแล้ว ควรใช้โอกาสตรงนี้ให้เป็นประโยชน์ดีกว่า หากคิดว่าเชียงใหม่ เป็นเมืองหลวงและฐานที่มั่นสำคัญของรัฐบาล ก็ช่วยดูแล อย่างน้อยสภาพอากาศต้องดีขึ้น

ส่วนกระแสการวัดความนิยมระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกลนั้น นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ไม่แน่ใจว่าสังคมมองกรณีของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อย่างไร แต่ส่วนตัวถูกสอนมาจากสถาบันการศึกษาว่า การโกหกเป็นเรื่องไม่สมควรทำ ถ้าในทางพุทธก็ต้องบอกว่าผิดศีล และเชื่อว่าทุกศาสนาก็กำหนดในลักษณะนี้ด้วย จึงไม่แน่ใจว่าสังคมไทยจะยอมรับได้แค่ไหน เมื่อเห็นนายทักษิณ บางวันก็มีเฝือกดามคอ บางวันก็ไม่มี บางวันก็ถอดเฝือกคอออกให้เห็น สรุปแล้ว นายทักษิณเป็นบุคคลที่ป่วยร้ายแรงหรือไม่ หรือป่วยมากกว่านักโทษคดีการเมืองคนอื่นหรือไม่ ต้องยอมรับว่าเราไม่เห็นเอกสารทางการแพทย์ที่จะออกมายืนยันได้ เราจึงสงสัย

ส่วนคำชี้แจงของหน่วยงานราชการเกี่ยวกับอาการป่วยของนายทักษิณนั้น นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ข้อชี้แจงดังกล่าวไม่สามารถทำให้สังคมสิ้นข้อสงสัยได้ พร้อมยกตัวอย่างที่โฆษกพรรคเพื่อไทย ออกมาแถลงอาการของนายทักษิณว่าเป็นเส้นเอ็นเปื่อยยุ่ย เช่นเดียวกับ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่มาระบุว่า นายทักษิณต้องพักรักษาตัวเป็นเวลานาน แต่สุดท้ายนายทักษิณก็ดูแข็งแรงดีในการลงพื้นที่ สามารถนั่งยองคุยกับประชาชนที่มารอรับได้ ดังนั้น สังคมไทยต้องถามตัวเอง ไม่ใช่ถามนายทักษิณ ว่า เราจะยอมรับได้แค่ไหนที่จะเห็นนักการเมืองพูดมุสา

นายรังสิมันต์ ยังเรียกร้องให้นำเอกสารทางการแพทย์มายืนยันอาการป่วย ไม่ต้องไปอ้างว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ขอให้นายทักษิณมายืนยันด้วยตัวเอง และอย่ามาบอกว่านายทักษิณ ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองแล้ว เพราะการลงพื้นที่เชียงใหม่ในครั้งนี้ คึกคักกว่าการลงพื้นที่ของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เสียอีก จึงต้องยอมรับว่า นายทักษิณมีความไม่ธรรมดาอยู่แล้ว สังคมไทยก็ต้องตอบตัวเองว่าจะยอมรับได้แค่ไหน เกี่ยวกับการโกหก.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ ชง 'ปปง.-ปปท.' สอบกลุ่มถูกโยงโกงท้องถิ่น ย้ำไม่ใช่แค่ 'ทองเจือ' เพียงรายเดียว

‘อนุทิน’ ย้ำไม่ใช้ตำแหน่งป้องใคร หลัง’ทองเจือ’ถูกโยงโกงสอบท้องถิ่น มั่นใจ จากนี้บล็อกโกงสอบท้องถิ่นได้

สีน้ำเงิน ยังคุมสภาสูง เดิมเกมดูดสว.เติมเสียง

หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)มีมติส่งคำร้องไปศาลฎีกาฯ และดำเนินคดีอาญาผู้เกี่ยวข้องกับคดีฮั้วสว.จำนวน 77 รายชื่อ โดยมีสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบันรวมอยู่ด้วย 26 รายชื่อ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองและข้อกฎหมายตามมามากมาย

สางปม'โกง-ขายชาติ'ลดเงื่อนไข บริหารสมดุลเครือข่าย'สีน้ำเงิน'

ไม่รู้ว่ามีแรงฮึดจากไหน สัปดาห์ที่ผ่านมา นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวกลางวงข้าราชการกระทรวงมหาดไทยในประเด็นร้อนที่เกี่ยวพันกับข้อกล่าวหาเรื่อง ทุจริต-โกงชาติ

'ยุทธพร' ชี้มติ กกต.ปม สว.สร้างความชัดเจน รัฐบาลไปต่อ-เศรษฐกิจคลายกังวล ลดความเสี่ยงเกมเซตซีโร่

รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวถึงผลการพิจารณาคดีการเลือกสมาชิกวุฒิสภาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า มติดังกล่าวช่วยสร้างความชัดเจนให้แก่สถานการณ์การเมืองว่า รัฐบาลยังสามารถบริหารประเทศต่อไปได้ และลดความกังวลว่าผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญในรัฐบาลอาจต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ จนนำไปสู่เกม “เซตซีโร่” ทางการเมือง