'ศิริกัญญา' กังขาเงื่อนไขแจกเงินดิจิทัล ร้านสะดวกซื้อ เข้าข่ายร้านขนาดเล็กหรือไม่

“ศิริกัญญา” กังขาร้านสะดวกซื้อ เข้าข่ายร้านขนาดเล็กหรือไม่ หลัง “นายกฯ” แถลง “ดิจิทัลวอลเล็ต” บอก อยากเห็นแผนทั้งหมด ลั่น รัฐบาลชุดต่อไปต้องแบกภาระแบบคอหอย แนะรบ.ส่งกฤษฎีกา-แก้กฎหมายธกส.ก่อนนำเงินมาแจก

10 เม.ย.2567 - เมื่อเวลา 13.00 น. ที่รัฐสภา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ภายหลังที่นายกรัฐมนตรีแถลงนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตว่า ตอนนี้เข้าใจว่าข้าราชการสำนักงบประมาณไม่มีวันหยุดสงกรานต์ โดยในส่วนงบประมาณปี 67 มีเวลาได้เตรียมตัว เตรียมการณ์ แต่ไม่ได้เตรียมอะไรไว้เลย สุดท้ายน่าจะต้องโอนและเพิ่มงบไปที่กองทุนประชารัฐเพื่อสวัสดิการ และแจกจ่ายผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และยังมีปัญหาว่าปกติบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะจ่ายผ่านบัตรประชาชน แต่รอบนี้จะให้ใช้เป็น OPEN LOOP คือเอาไปใช้ที่ไหนก็ได้ แต่ตามปกติก็ต้องไปกดเงินผ่านบัตรประชาชนที่ตู้เอทีเอ็มเท่านั้น และยังต้องใช้ผ่านร้านค้าที่มีเครื่องรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเท่านั้น ยังเป็นปัญหาที่ระบบต้องแก้ไขเพื่อให้ใช้เงินได้

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ตนอยากฝากไปยังรัฐบาลว่าเมื่อมีการยืนยันว่าไตรมาส 4 จะไม่เลื่อนแน่นอน ตนอยากจะเห็นแผนงานทั้งหมด ไม่ใช่แค่เรื่องหาแหล่งที่มาให้ครบจำนวน ไม่ว่าจะเป็นออกร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปี จะทำเมื่อไหร่ และทางสภาก็รอรับอยู่ว่าจะอนุมัติหรือไม่อย่างไร และยังมีเรื่องการพัฒนาระบบซึ่งมีการยืนยันแล้วว่าไม่ได้เป็นแอพพลิเคชั่นเป๋าตัง แต่มีการทำแอพใหม่โดยให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กับ สำนักงานรัฐบาลดิจิทัล เป็นคนจัดทำนั้นจะเสร็จเมื่อไหร่ เพราะกระบวนการทำระบบจำเป็นต้องมีการทดสอบระบบก่อนที่จะใช้งานได้จริง เพราะหากใช้จริงแล้วเกิดข้อผิดพลาดขึ้นเยอะก็จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนเช่นเดียวกัน

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า ส่วนรายละเอียดของการใช้จ่ายที่มีการแก้ไขไปในทางที่ดี ในการที่ระบุว่าให้ใช้รอบแรกสำหรับร้านค้ารายเล็กเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามร้านค้ารายเล็กเรายังได้ยินไม่ชัดเจนว่าตกลงร้านสะดวกซื้อ เป็นร้านขนาดเล็กหรือไม่ เพราะร้านขนาดเล็กคือร้านสะดวกซื้อลงมา เพราะกลไกที่ค่อนข้างยุ่งยากในการแลกเป็นเงินสด คือต้องใช้ 2 รอบ แล้วจึงสามารถแลกเป็นเงินสดได้ ซึ่งร้านที่แลกได้ก็แลกได้เฉพาะที่อยู่ในฐานภาษีเท่านั้น อาจจะทำให้ร้านค้ารายเล็กรายย่อยตัวจริงไม่อยากเข้าร่วมโครงการหรือเข้าร่วมโครงการน้อยลงหรือไม่ เพราะแลกมาแล้วก็ยังแลกเป็นเงินสดไม่ได้ ก็ต้องไปใช้จ่ายต่อแต่เงินก็ต้องหมุนไปรายวัน จะมีความลำบากสำหรับร้านค้ารายเล็ก และหากสุดท้ายร้ายค้ารายเล็กเข้าร่วมโครงการได้น้อย วัตถุประสงค์ของโครงการจะทำให้เศรษฐกิจที่หมุนเวียนอยู่ในระดับฐานรากได้มากขึ้นก็เป็นเรื่องที่น่ากังวลใจ แต่ทั้งนี้วันนี้ยังไม่ค่อยได้รายละเอียดอะไรเพิ่มเติม คงต้องรอนัดถัดไปเพื่อได้ข้อมูลเพิ่มเติม แต่ถือว่ารับฟังความเห็นจากประชาชน ฝ่ายค้าน และสื่อมวลชนในการที่จะปรับในเรื่องของร้านค้าขนาดเล็กเข้าร่วมโครงการ

เมื่อถามว่าการที่ผู้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ไม่มาร่วมประชุมบอร์ดใหญ่ดิจิทัล วอลเล็ต ถึงสองครั้ง มีนัยยะอะไรหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า จริงๆก็ติดภารกิจประชุมกรรมการนโยบายการเงิน ซึ่งเข้าใจว่ามีตัวแทนมาเข้าร่วมประชุม และตัวแทนก็สู้กว่าใคร พยายามทุกวิถีทางที่จะทำให้โครงการนี้ออกมาดี และมีการให้ความเห็นอย่างตรงไปตรงมาทุกครั้ง และเข้าใจว่าทางคณะกรรมการคงจะมีมติอยู่บนความคิดเห็นที่รอบด้านจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เมื่อถามว่าโครงการดิจิทัล วอลเล็ตจะสามารถกระตุ้นจีดีพี และเศรษฐกิจได้จริงหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า จากที่รัฐบาลได้มีการคาดการณ์เอาไว้ว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 1.2-1.8 และคาดการณ์ของปี 68 แบบฐานปกติน่าจะโตประมาณ 3.3 ก็เท่ากับว่าเศรษฐกิจปี 68 หากมีดิจิทัล วอลเล็ต ก็น่าจะโตได้ประมาณ 3.5-4.1 ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องอยู่ในความรับผิดชอบของรัฐบาลว่าจะสามารถเป็นไปได้อย่างที่คาดการณ์หรือไม่ เพราะหลายเจ้าจะประเมินอยู่ที่ประมาณ 0.9-1 เปอร์เซ็นทั้งนั้น แต่เรื่องที่เราเป็นกังวลมากกว่าคือรัฐบาลสัญญาไว้ว่า 4 ปี จีดีพีต้องโตเฉลี่ย 5 เปอร์เซ็น แต่ปีที่อัดทุ่มเงินงบประมาณมากที่สุดยังโตได้แค่ 5.1 อย่างเต็มที่ แล้วปีอื่นๆที่เหลือ ที่ไม่เหลือเงินไปทำอย่างอื่นแล้วจะเกิดอะไรขึ้น และเรื่องที่ผลจะตามมาคือหนี้สาธารณะ ซึ่งตอนนี้เฉพาะที่ขยายวงเงินของปี68 หนี้สาธารณะขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 67 เปอร์เซ็น เรียบร้อยแล้ว และภาระดอกเบี้ยที่จ่ายในแต่ละปีขึ้นเป็น 11 เปอร์เซ็น ของรายได้ เท่ากับว่าจะเก็บภาษีมาเท่าไหร่ก็เอาไปจ่ายเป็นดอกเบี้ยหมดไปแล้ว ยังไม่นับว่าปี67 ก็ต้องกู้เพิ่มอีก

“จึงเป็นคอขวดที่สำคัญที่รัฐบาลต้องก้มหน้ารับไป และยิ่งใช้เร็วก็น่าจะยิ่งดี ยิ่งไปกินเงินงบประมาณในส่วนอื่นๆไปอีกระยะหนึ่ง รัฐบาลชุดต่อไปที่จะต้องมาแบกรับภาระหนี้ต่ออยู่แบบคอหอยแล้ว อีกนิดเดียวจะชนเพดานที่70 เปอร์เซ็นแล้ว นี่ขนาดเป็นกู้สาธารณะเพียงแค่งบ67 และงบ68 ยังไม่นับรวมกู้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ซึ่งไม่ได้อยู่ในหนี้สาธารณะก็จริง แต่สุดท้ายก็ยังต้องใช้เงินงบประมาณในการใช้คืนหนี้อยู่ดี ฉะนั้นนอกเหนือจากการกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็ยังมีเรื่องภาระที่แฝงมาด้วย หลังจากที่ทำโครงการดิจิทัล วอลเล็ต”น.ส.ศิริกัญญา กล่าว

เมื่อถามว่าคิดอย่างไรกับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอสังหาริมทรัพย์ที่รัฐบาลออกมา น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ตามปกติแล้วนโยบายนี้ไม่ใช่นโยบายใหม่ ซึ่งเราก็ทำกันมาหลายครั้งโดยต้องการจะกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ให้เดินต่อไปได้ แต่รอบนี้ที่แปลกคือเรื่องของการลดค่าโอนที่จากเดิมลดค่าโอนเฉพาะบ้านที่ราคาไม่เกิน3 ล้านบาท แต่วันนี้ขยายไปที่7 ล้านบาท ซึ่งเป็นเพราะมีสต๊อกคงค้างอยู่ค่อนข้างมาก ขายไม่ออก ถึง 46 เปอร์เซ็น จึงชวนให้ตั้งข้อสังเกตว่าสุดท้ายโครงการนี้จะเป็นไปเพื่ออะไรกันแน่ เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยสามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้มากขึ้น หรือเป็นเพียงแค่กระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์อย่างเดียว เพื่อจะทำให้บริษัทที่อยู่ในภาคนี้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ และเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อนของนายกรัฐมนตรีอย่างแน่นอน โดยเรื่องที่สำคัญคือค่าธรรมเนียมผ่านการโอนต่างๆเป็นเงินที่จะต้องส่งต่อไปให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และรอบนี้เนื่องจากขยายไปจนถึง7 ล้านบาททำให้สูญเสียเม็ดเงินค่าธรรมเนียมไปถึง 2.3 หมื่นล้านบาท เท่ากับว่าท้องถิ่นเงินหายไปในจำนวนดังกล่าว จึงอยากให้รัฐบาลนี้เปลี่ยนวิธีการบ้าง ซี่งในสมัยรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ทำแบบนี้ เหมือนกับการควักเงินขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่นไปอุดหนุนภาคอสังหาริมทรัพย์ และรอบนี้หากจะให้ดีรัฐบาลต้องตั้งเงินเพื่อที่จะชดเชยให้กับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในส่วนค่าธรรมเนียมที่หายไปด้วย มิเช่นนั้นจะไม่เป็นการยุติธรรมกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นที่รายได้อยู่ดีๆจะหายไป รอบที่แล้วภาษีที่ดินก็ยังคืนเขาไม่หมด มารอบนี้ก็จะมาลดค่าธรรมเนียมการโอนอีก ทำให้เขาเดือดร้อนแน่นอน

เมื่อถามว่ารัฐมีอำนาจในการใช้เงินของธกส. และเป็นไปตามวินัยการคลังหรือไม่ว่า น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า เรื่องธกส.ยังมีประเด็นในเรื่องของข้อกฎหมาย เพราะว่าตามวัตถุประสงค์ของธกส.ที่ระบุไว้ตามกฎหมายสามารถทำได้ในการช่วยให้เกษตรกรเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุนค่าใช้จ่าย แต่ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ข้อใดที่จะไปทำให้มีการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกร โดยการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต ซึ่งตอนนี้ก็ยังเป็นประเด็นกันอยู่ว่าจะต้องส่งคณะกรรมกฤษฎีกาตีความเหมือนกับกรณีของธนาคารออมสินหรือไม่ แต่มีความเทาๆที่จะสามารถตีความให้เข้าข้างรัฐบาลก็สามารถทำได้ แต่การที่ละเลยที่จะมีการให้กฤษฎีกาช่วยตีความก่อนก็เป็นสิ่งที่น่ากังวล ที่สำคัญคือจะทำอย่างไรให้มีเงินมาใช้จ่ายให้เต็มที่ เพราะธกส.ยังติดเกณฑ์ของกรอบวินัยการเงินการคลัง รัฐบาลก็พูดย้ำหลายรอบว่าไม่มีการขยายแน่นอน ก็ต้องมารอดูว่าโครงการไหนจะไปก่อน เพราะพักหนี้เกษตรกรจะทำต่อจนครบ 3 ปีหรือไม่ หรือว่าโครงการไร่ละ 1 พันจะยังคงเดินหน้าไปต่อได้หรือไม่ อันนี้ก็เป็นข้อกังวลสำหรับการใช้เงินของธกส.

เมื่อถามว่าฝ่ายค้านจะดำเนินการอย่างไรนอกจากรอให้รัฐบาลถามกฤษฎีกา น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ไม่แน่ใจว่ารัฐบาลจะถามกฤษฎีกาอยู่หรือไม่ เราก็จะช่วยกระทุ้งอีกแรงว่าตรงนี้ดูให้ดีๆ หรือต้องแก้ไขพ.ร.บ.ธกส.ให้เรียบร้อยก่อน ถ้ารัฐบาลจะออกพ.ร.บ.งบประมาณกลางปี 67 แก้นิดหน่อยเพื่อให้มีความสบายใจ และให้ ธกส.ไม่ต้องกังวลที่จะเอาเงินมาให้ดิจิทัลวอลเล็ตใช้ด้วย แค่นี้ก็บิดมากพอแล้วที่ให้เป็นโครงการดิจิทัลวอลเล็ตสำหรับเกษตรกรโดยเฉพาะ เพื่อที่จะจ่ายให้เฉพาะเกษตกร ต้องไปหามา 17 ล้านคนก็ว่าเหนื่อย ตัวระเบียบและกฎหมายต่างๆก็ควรจะทำให้เรียบร้อยเช่นเดียวกัน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ศิริกัญญา' เย้ย 'อนุทิน' เรตติ้งตก ต้องทำรายการคุยกับ ครม. เข้าสภาฯตอบกระทู้จะดีกว่า

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีรัฐบาลเตรียมจัดรายการคณะรัฐมนตรี (ครม.) พบประชาชน ว่า อาจจะเป็นตัวช่วยในยามที่คะแนนนิยมตกต่ำ เราจะเห็นหลายรัฐบาลที่ใช้กลยุทธ์แบบนี้

'ไหม' ถาม 'ดีอี' เกณฑ์ข้าราชการสมัครโครงการ AI Pass เพิ่มยอดผู้ใช้งาน เท่ากับเอื้อเอกชนหรือไม่

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ภาพเอกสารสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ขอให้หน่วยงานช่วยประชาสัมพันธ์โครงการ TH-AI Passport โดย น.ส.ศิริกัญญา ระบุว่า แบบนี้จัดว่าเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ Conflict of Interest หรือไม่ ในเมื่อสัญญาฉบับแก้ไขจ่ายตามจำนวนผู้ใช้งานจริง และงานประชาสัมพันธ์รวมอยู่ใน TOR ของโครงการ

'เจี๊ยบ อมรัตน์' เปิดภาพกองหลังพรรคส้ม ลั่นความหวังที่มีร่วมกันยังยืนหยัดมั่นคง รอวันของเรา

นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อดีต สส.พรรคก้าวไกล โพสต์ภาพคู่กับแกนนำคนสำคัญของพรรคส้มทั้งนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ โดยระบุข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า นัดทานข้าวกันบ้างไรบ้างในโอกาสคุณทิมกลับมา

'นักเขียนซีไรต์' ตอก 'ไหม' ที่ชนไม่ใช่กำแพง แต่เป็น 'กะลา'

วิมล ไทรนิ่มนวล นักเขียนรางวัลซีไรต์ โพสต์ข้อความว่า "ไม่ใช่กำแพง!" ผมไม่ได้ตั้งใจจะเกาะกระแสน้ำตาของคุณศิริกัญญาที่อาบ "กำแพง" หรอกครับ แม้จะชอบที่พวกส้มออกมาดิ้นด้วยการสวนกลับคุณอนุทินอย่างสุดกลั้น บางคนถึงกับออกอาการคลั่ง

วิ่งหัวชนกำแพง อภิสิทธิ์ชน 'พรรคส้ม'รอมหาชนทุบเอง

กลายเป็นชนวนร้อนสั่นสะเทือนไปทั้งสภาฯ และโซเชียลมีเดีย เมื่อสงครามวาทกรรม “วิ่งหัวชนกำแพง” ถูกจุดพลุขึ้นโดย “ไหม” น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แห่งค่าย พรรคส้ม ที่ออกมาเปิดใจสะท้อนสภาวะถดถอยและความกดดันของการสู้กับระบบ