
“อนาคตไกล” คลายปม “ชาญ พวงเพ็ชร”การสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ 'นายกอบจ.ปทุมธานี' เป็นดุลพินิจของศาล คำชี้ขาดคณะกรรมการกฤษฎีกาไม่ผูกพันองค์กรอื่น
3 ก.ค.2567 - ที่พรรคอนาคตไกล ว่าที่ ดร.ภูษิต มิ่งขวัญ รักษาการเลขาธิการพรรคอนาคตไกล กล่าวว่า กรณีมีความเห็นแตกต่างกันระหว่างนายภูมิธรรม เวชชยชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กับนายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา มีความเห็นตรงข้ามกัน ระหว่างการให้หยุดปฎิบัติหน้าที่โดยอัตโนมัติหรือให้ศาลชี้ขาดกรณีหากนายชาญ พวงเพ็ชร ว่าที่นายก อบจ.ปทุมธานีได้รับรองจาก กกต.แล้ว ตนอธิบายข้อกฎหมายมหาชนให้ความรู้แก่ประชาชนว่า คำวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกา ไม่มีกฎหมายบัญญัติให้ผูกพันองค์กรอื่น แต่เป็นแนวทางปฏิบัติการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลเท่านั้น มีความแตกต่างจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญ มาตรา 211 วรรคท้าย บัญญัติให้คำวินิจฉัยชี้ขาดของศาลรัฐธรรมนูญเด็ดขาด ผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระและหน่วยงานของรัฐ
ดังนั้นแนวคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกา นายชาญจะปฏิบัติตามหรือไม่ก็ได้ ทั้งกระทรวงมหาดไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่มีอำนาจที่จะไปสั่งให้นายชาญ ว่าที่ นายก อบจ.ปทุมธานี สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ เพราะองค์กรที่มีอำนาจ ตาม พรป.ว่าด้วยการป้องกันและการปราบปรามการทุจริต มาตรา 81 เป็นอำนาจของศาล ทำให้เปิดช่องให้นายชาญตั้งรองนายก อบจ.ปทุมธานี หากศาลมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่
ว่าที่ ดร.ภูษิต รักษาการเลขาธิการพรรคอนาคตไกล กล่าวต่อว่า ในมาตรา 81 วรรคหนึ่ง ในกรณีที่ศาลประทับรับฟ้อง ให้ผู้กล่าวหาหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลพิพากษา แต่ในขณะยื่นฟ้องนายชาญไม่มีสมาชิกภาพเป็นนายก อบจ.ปทุมธานี หากพิจารณาข้อกฎหมาย เป็นการเข้ามาวสู่อำนาจใหม่ในตำแหน่งเดิมในระหว่างพิจารณาคดี กฎหมายไม่ได้บัญญัติไว้ แต่เกิดจากการตีความของคณะกรรมการกฤษฎีกาที่มีหนังสือเวียนไปยังกระทรวงมหาดไทย หากพิจารณาข้อยกเว้นที่ว่า เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น หมายความว่า บทบัญญัติมาตรานี้ เป็นดุลพินิจของศาล ไม่ใช่ว่า เมื่อเข้ามาให้จะหยุดปฎิบัติหน้าที่โดยอัตโนมัติ
รักษาการเลขาธิการพรรคอนาคตไกล กล่าวว่าขอถาม นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่บอกว่า ให้หยุดโดยอัตโนมัติ กฎหมายเขียนไว้ตรงไหน หากเกิดจากการตีความของคณะกรรมการกฤษฎีกา ย่อมไม่ผูกพันศาล และไม่ผูกพันนายชาญว่าที่นายกอบจ.ปทุมธานี ซึ่งถือว่าเป็นดุลพินิจของศาล ทำให้สังคมเข้าใจสับสน ดังนั้น หากให้นายชาญหยุดปฎิบัติหน้าที่ ปปช.ซึ่งเป็นโจทก์ฟ้องเอง เมื่อ กกต.รับรองนายชาญ พวงเพ็ชร เป็นนายก อบจ.ปทุมธานี ใช้ช่องทางยื่นคำร้องให้ศาลอาญาทุจริตฯ มีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่โดยคัดหนังสือที่ กกต.รับรองไปยืนยันและขอให้ศาลวินิจฉัยให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ตามความในมาตรา 81 วรรคหนึ่ง แห่ง พรป.ปปช. เพราะเป็นดุลพินิจเด็ดขาดของศาลว่าจะสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ก็ได้ ให้นายปกรณ์ ไปอ่านกฎหมายให้ละเอียดก่อนให้สัมภาษณ์ จะทำให้สังคมสับสน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ ปัดตอบมั่นใจอยู่ครบ 4 ปีหรือไม่ บอกทำให้ดีที่สุด
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการประเมินผลงานรัฐมนตรีสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย ได้แจ้งในที่ประชุมครม.หรือไม่ว่า ไม่ได้บอก มันเป็นสิทธิของตน ถ้าจะทำก็ทำเลย ไม่ได้หมายถึงอะไรทั้งนั้น ความแตกต่างของการเป็นนายกฯก็ตรงนี้แหละ
⚪️ LIVE ปลดแอก!ค่าไฟทาง ใครแบกหนี้ต่อ? | ห้องข่าวไทยโพสต์
ห้องข่าวไทยโพสต์ : วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569
⚪️ LIVE ครบมุมข่าว กับ..นิธินาฏ ราชนิยม | อึ้ง! รีดเลือดคนไทย แบกค่าไฟหมื่นล้าน
ครบมุมข่าว กับ..นิธินาฏ ราชนิยม : วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569
⚪️ LIVE อลหม่าน สสร.! | ห้องข่าวไทยโพสต์
ห้องข่าวไทยโพสต์ : วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ดร.ณัฎฐ์ ชี้ยึดคำวินิจฉัยศาล รธน. ปมเลือกตั้ง สสร. ความเห็นส่วนตัวไม่มีผลผูกพัน
“ดร.ณัฏฐ์” ระบุกรณีมีกระแสอ้างว่าประธานศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าสามารถเลือกตั้ง สสร.จากประชาชนได้ 100% ว่า หากเป็นเพียงความเห็นส่วนตัว ย่อมไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย พร้อมย้ำต้องยึดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ซึ่งกำหนดให้รัฐสภาไม่มีอำนา
รัฐประหาร 8 พฤศจิกายน 2490 และ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2490 (ตอนที่ 12) จาก “แสงเงินแสงทอง” ถึง “วันใหม่ของชาติ” : การตีความและการใช้หลักฐานในงานศึกษาว่าด้วยรัฐประหาร พ.ศ. 2490
ในตอนที่แล้ว ได้กล่าวถึงบทความ “รัฐประหาร 2490” ในฐานข้อมูลสถาบันพระปกเกล้าที่เรียบเรียงโดย ณัฐพล ใจจริง ที่มีข้อความตอนหนี่งว่า “การรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน 2490 เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างกลุ่มทหารและกลุ่มอนุรักษ์-กษัตริย์นิยม มีผลทำให้รัฐบาลพลเรือนของกลุ่มนายปรีดี


